สมควรแล้วหรือที่การเรียกร้องให้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่หยุดทำลายทรัพยากรธรรมชาติของโลกที่เป็นเสมือนเครื่องปรับอากาศ รักษาสมดุลของสภาพภูมิอากาศโลก กลับลงเอยด้วยการถูกเจ้าหน้าที่ของรัสเซียบุกขึ้นเรือรณรงค์ของกรีนพีซพร้อมด้วยอาวุธอย่างผิดกฏหมาย และควบคุมตัวนักกิจกรรมทั้งหมด 25 คนอย่างไม่ปราณี

 

 

เมื่อเช้าวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา มีการประท้วงอย่างสันติของนักกิจกรรมกรีนพีซ 5 คนที่พยายามปีนแท่นขุดเจาะน้ำมัน  Prirazlomnaya ของบริษัทก๊าซพรอม  ในทะเลเปชอรา ห่างจากชายฝั่งประเทศรัสเซียเพียงแค่ 60กิโลเมตร เพื่อหยุดยั้งการขุดเจาะน้ำมันในอาร์กติก โดยนักกิจกรรมสองคนที่สามารถปีนขึ้นแท่นขุดเจาะน้ำมันได้สำเร็จ แต่ก็กลับถูกหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของรัสเซียเข้ามาขัดขวางการเรียกร้องอย่างสันติ โดยตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยน้ำแรงดันสูง มีด และการใช้ปืนยิงขู่ เพื่อช่วยให้การทำงานของบริษัทน้ำมันดำเนินการต่อไป ถึงแม้จะมีนักกิจกรรมสองคนที่สามารถปีนได้สำเร็จแต่ต้องกลับลงมาเนื่องจากต้องเสี่ยงกับการถูกยิง และถูกควบคุมตัวไว้ในที่สุดโดยไม่มีหมายจับ หรือตัวแทนด้านกฎหมายอยู่บนเรือของหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของรัสเซีย

ในวันต่อมา 19 กันยายน หน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของรัสเซียได้บุกขึ้นเรือของกรีนพีซสากล อาร์กติก ซันไรส์ ขณะกำลังแล่นอยู่ในน่านน้ำสากล ด้วยการโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับจับกุมนักกิจกรรม 25 คนบนเรือด้วยการใช้อาวุธปีนข่มขู่ และจนถึงขณะนี้นักกิจกรรมและเรืออาร์กติก ซันไรส์ก็ยังถูกควบคุมตัวปราศจากอิสรภาพ

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั่วโลกกำลังจับตามองการกระทำของรัฐบาลรัสเซีย กรีนพีซจึงรวบรวมพลังสนับสนุนจากทั่วโลกอีกครั้งเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมทั้งหมดโดยด่วน รวมถึงให้หน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของรัสเซียถอนตัวจากเรือของกรีนพีซ และยุติการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งบริเวณภูมิภาคอาร์กติกอย่างถาวร

ในวันนี้ กลุ่มนักกิจกรรมกรีนพีซจากหลายเมืองทั่วโลกได้รวมตัวไปยื่นหนังสือที่สถานฑูตรัสเซียประจำประเทศ เพื่อเป็นอีกเสียงสะท้อนช่วยเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมของเรา โดยในประเทศไทยเองนักกิจกรรมก็ได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่หน้าสถานฑูตรัสเซีย ที่บางรัก กรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน นักกิจกรรมกรีนพีซชาวไทยกว่า 10 คน พร้อมหมีขั้วโลกสองตัวได้ยืนเรียกร้องอย่างสันติ ในที่สุดตัวแทนสถานฑูตรัสเซียก็ยินยอมออกมาเจรจา แต่ปฏิเสธการรับหนังสือเรียกร้อง พร้อมกับเสนอให้ยื่นในตู้จดหมาย หรือส่งทางอีเมล เพื่อนำไปพิจารณาอีกครั้ง ถึงแม้จะไม่ได้รับความสนใจจากสถานฑูตรัสเซีย แต่กลุ่มนักกิจกรรมก็สามารถเรียกเสียงสนับสนุนจากผู้ที่เดินทางผ่านไปมาเป็นอย่างมาก ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ มีชาวต่างชาตินั่งรถตู้ผ่านกลุ่มนักกิจกรรมพร้อมกับตะโกนให้กำลังใจกับพวกเราว่า “กรีนพีซ” เป็นอีกเสียงที่ให้การสนับสนุนเคียงข้างนักกิจกรรมของเรา

“ในฐานะคนไทยและพลเมืองโลก เราก็มีความเป็นห่วงและกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อาร์กติก ซึ่งนักกิจกรรมของกรีนพีซที่รณรงค์ปกป้องอาร์กติกอย่างสันติวิธีกลับถูกจับอย่างไม่มีเหตุผลโดยหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งของรัสเซีย เราเรียกร้องต่อรัฐบาลรัสเซียให้ปล่อยนักกิจกรรมทั้งหมดทันที รับฟังเสียงสะท้อนจากคนทั้งโลกที่ต้องการให้อุตสาหกรรมน้ำมันยุติการคุกคามต่ออาร์กติก และยุติการหนุนหลังอุตสาหกรรมทำลายสิ่งแวดล้อมโดยใช้กำลังปิดกั้นการรณรงค์ปกป้องสิ่งแวดล้อมโดยประชาชน” พลาย  ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

เพราะนักกิจกรรมไม่ใช่อาชญากร ร่วมส่งจดหมายไปถึงสถานฑูตรัสเซียเพื่อบอกให้รัฐบาลรัสเซียปล่อยตัวนักกิจกรรมของกรีนพีซ และยุติการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งบริเวณภูมิภาคอาร์กติกอย่างถาวร ที่นี่