หลายต่อหลายครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงจนเป็นประวัติการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการละลายของน้ำแข็งอาร์กติกจนเหลือปริมาณน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อปีที่ผ่านมา การเกิดพายุใต้ฝุ่นไหเยี่ยนถล่มฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปีที่แล้ว และมหันตภัยอันหนาวเหน็บ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ที่ทำให้อเมริกาได้สัมผัสความหนาวที่สุดในรอบ 20 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ เห็นได้ชัดว่าโลกของเรากำลังส่งสัญญาณถึงทุกคนว่าหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงขึ้น หากเราไม่ร่วมกันลดวิกฤตโลกร้อนด้วยกันหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและปลอดภัย

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม รายงานการประเมินฉบับล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC ระบุว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วในทั่วทุกทวีปและมหาสมุทร และอาจเลวร้ายมากไปกว่านี้หากเลือกแนวทางที่คำนึงเพียงผลระยะสั้น และโลกยังไม่พร้อมกับหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยในรายงานนี้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นจะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วม ภัยแล้ง และพายุที่รุนแรงมาก โดยสภาพอากาศที่แปรปรวนเหล่านี้จะส่งผลกระทุบต่อความมั่นคงทางอาหาร ปริมาณน้ำจืด สุขภาพ และวิถีชีวิตของประชาชน ซึ่งขณะนี้เราได้เห็นผลกระทบบางส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยบ้างแล้ว

ขณะที่ทางฟิลิปปินส์เองกำลังเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุใต้ฝุ่นไหเยี่ยน และประเทศไทยเองก็ต้องเผชิญกับภาวะแล้ง และน้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ภัยอันตรายครั้งใหม่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็กำลังก่อตัว และกำลังคุกคามความมั่นคงของอาหาร ข้าวถือเป็นอาหารหลักที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องชาวไทย รวมถึงเป็นสินค้าทางการเกษตรที่ส่งออกไปทั่วโลก  ซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ภัยแล้วกำลังคุกคามพื้นที่เพาะปลูกของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ด้วย โดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวของทั้งสี่ประเทศรวมกันนั้นมีมากกว่า 32 ล้านเฮคตาร์เลยทีเดียว

วิกฤตโลกร้อนกำลังคุกคามความมั่นคงทางอาหาร และประเทศในเขตร้อนอย่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าบริเวณอื่น

รายงานล่าสุดจาก IPCC นี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง แต่ยิ่งวิกฤติโลกร้อนทวีคูณมากขึ้นเท่าไร ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ยิ่งร้ายแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น และยิ่งทำให้การปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตยากขึ้น หรือบางทีอาจจะไม่สามารถปรับตัวได้เลย ท่ามกลางสัญญาณอันตรายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงที่ปรากฎอยู่ในรายงาน ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าถึงเวลาที่เราจะต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เสียที เพราะการปรับตัวอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่เราต้องร่วมกันพยายามลดสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

เราไม่มีทางเลือกแล้วว่าควรจะชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือปรับตัวเพื่ออยู่กับมัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นจริงแล้ว และเราต้องทำทุกวิถีทาง

การใช้เชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานสกปรกที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุหลักของสภาวะโลกร้อน แต่ขณะนี้หนทางในการปฏิวัติพลังงานจากการใช้พลังงานฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียนนั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก ในทางกลับกันที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่การเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าถ่านหินนั่นหมายถึงการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย ซึ่งจะเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มหาศาล และอยู่ในชั้นบรรยากาศยืนยาวกว่าอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้าถ่านหินเสียอีก

“แท่นขุดเจาะน้ำมันและโรงไฟฟ้าถ่านหินเปรียบเสมือนอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง  เพราะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ชั้นบรรยากาศถูกทำลายจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างไร้พรมแดน  เพื่อเป็นการปกป้องสันติภาพและความมั่นคง เราจะต้องปลดอาวุธเหล่านั้นและเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและปลอดภัยซึ่งได้มีการริเริ่มใช้แล้ว” เจน มาแมน ที่ปรึกษาด้านสันติภาพ กรีนพีซสากลกล่าวในทางกลับกัน พลังงานหมุนเวียนนั้นจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และควรจะได้รับบทบาทสำคัญในการเป็นพลังงานที่จะขับเคลื่อนอนาคต ขณะนี้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานทางเลือกอื่นๆ กำลังท้าทายระบบพลังงานรูปแบบเก่า รัฐบาลจะต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนที่แท้จริง สิ่งที่รัฐบาลและผู้นำโลกวางนโยบายไว้ในวันนี้จะส่งผลต่อทางเลือกการใช้พลังงานของเรา รวมถึงผลกระทบที่จะตามมาจากทางเลือกนั้น

อีกประมาณสองสัปดาห์เราคงได้จะเห็นรายงานอีกชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับวิธีการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะระบุว่าจะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกได้อย่างไรอีกด้วย  ระหว่างที่ทั่วโลกกำลังวิตกกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่เรายังคงเห็นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินปรากฎขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุดกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่ทางกรีนพีซกำลังเรียกร้องให้ยุติโครงการนี้เสีย เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบคือคนที่ต้องรับภาระจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่ผู้ก่อมลพิษอย่างบริษัทน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซ ไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ตนก่อ  แต่กลับได้รับผลประโยชน์มหาศาล

เรามาถึงจุดที่ต้องตั้งรับกับวิกฤตโลกร้อนด้วยหลังที่ชนฝาแล้ว เหลือเพียงแค่ว่ารัฐบาลและผู้นำโลกพร้อมที่จะปฏิวัติพลังงานเพื่ออนาคตที่มั่นคงของมนุษยชาติ และทุกสรรพชีวิตบนโลกแล้วหรือยัง