ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่าอย่างหนึ่งในการดับร้อนในช่วงเดือนเมษายนที่อุณหภูมิทะยานขึ้นสูงกว่าเดือนไหนๆ น้ำเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ดังเช่นภาพของโอเอซิสท่ามกลางผืนทะเลทรายอันแห้งแล้ง ไม่ใช่ทุกประเทศ ทุกพื้นที่ที่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดได้ เรียกได้ว่าประเทศไทยเราแสนจะโชคดีทีมีน้ำให้ได้ใช้อย่างอุดมสมบูรณ์  แต่ปัจจุบันนี้ภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี และไม่ใช่ทุกชุมชนจะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งน้ำสาธารณะที่หล่อเลี้ยงชีวิตเพื่อการดื่มกิน การเพาะปลูก การประมง และอุปโภคบริโภคอื่นๆ

แต่อุตสาหกรรมที่สร้างมลพิษให้กับแหล่งน้ำอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินกลับเป็นหนึ่งในผู้โชคดีในการเข้าถึงแหล่งน้ำอันเป็นเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวไทย

เหตุผลหนึ่งที่โรงไฟฟ้าถ่านหินไม่มีทางสะอาด คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินต้องใช้น้ำในปริมาณมหาศาล ไฟฟ้าที่ผลิตได้นั้นมาจากการเผาไหม้ถ่านหินเพื่อทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำที่มีความดันสูงเพื่อปั่นกังหันไฟฟ้า น้ำยังใช้เพื่อการหล่อเย็นไอน้ำและส่งกลับเข้าหม้อน้ำ (Boiler) อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังใช้น้ำในกระบวนการชะล้างถ่านหินก่อนป้อนเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า ทั้งนี้เพื่อชะล้างขี้เถ้าออกไป ลดปริมาณฝุ่นละอองในบริเวณที่กองถ่านหินและเพื่อป้องกันการเกิดไฟลุกไหม้

โดยทั่วไปแล้วโรงไฟฟ้าถ่านหินหนึ่งโรงใช้ปริมาณน้ำที่เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิกทุกๆ 3.5 นาที หรือเรียกได้ว่าเป็นร้อยละ 8 ของความต้องการน้ำของประชากรโลกทั้งหมด ซึ่งน้ำส่วนที่เหลือจากการใช้งานนั้นมีปริมาณมากถึงหลายล้านตันที่เต็มไปด้วยมลพิษ และน้ำที่ปนเปื้อนเหล่านั้นจะถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำและแหล่งน้ำสะอาดของเรา และเราก็ได้เห็นถึงผลกระทบจากมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่คงอยู่นานหลายสิบปี อย่างเช่นกรณีของโรงไฟฟ้าแม่เมาะกับมลพิษที่เกินมาตรฐาน หรือแม้แต่ที่กระบี่กับกรณีของโรงไฟฟ้าถ่านหินเก่าและเหมืองร้างที่ถึงแม้จะยกเลิกการใช้งานไปแล้ว 31 ปี ณ คลองปะกาสัย พื้นที่ป่าชายเลน น้ำจากเหมืองยังคงไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันชาวกระบี่ไม่ได้ใช้น้ำฝนและน้ำบาดาล เนื่องจากมีตะกอนดำ

คูมิ ไนดู ผู้อำนวยการบริหารกรีนพีซสากล กล่าวว่า “ขณะนี้มีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ในแผนการพัฒนากว่า 1,200 แห่งทั่วโลก และการขยายโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นเกิดขึ้นในประเทศต่างๆ อย่างจีน อินเดีย และรัสเซีย ซึ่งรวมกันแล้ว ร้อยละ 63 ของประชาชนในประเทศเหล่านั้นกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาด ปัญหานี้จึงควรนำมาพิจารณาว่าการขยายอุตสากรรมถ่านหินนั้นมีความจำเป็นแค่ไหนหากเทียบกับปริมาณน้ำสะอาดที่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่มลพิษทางน้ำเข้ามาแทนที่”

ปัญหาเรื่องน้ำกับพลังงานกำลังเป็นปัญหาที่ร้ายแรงในหลายประเทศ อาทิ ที่ประเทศจีน โครงการถ่านหินบริเวณเขตมองโกเลียใน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพลังงานถ่านหินขนาดใหญ่ มีการใช้น้ำจำนวนมหาศาลในช่วงเวลา 8 ปี ของการดำเนินการ โดยประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ระบุว่าปริมาณน้ำในแหล่งน้ำของพื้นที่ลดลงมากถึง 100 เมตร และระดับน้ำในทะเลสาบลดลงถึงร้อยละ 62 ในประเทศแอฟริกาใต้ ประชาชน 1.63 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำตามสิทธิพื้นฐาน ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ แต่บริษัท Eskom กลับแย้งว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินของตนควรได้รับการยกเว้นจากมาตรฐานการปล่อยมลพิษเนื่องจากไม่มีน้ำมากพอในการดำเนินการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ “ควบคุม” การปล่อยสารพิษ โดยสารพิษที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้ก่อให้เกิดฝนกรด ฝุ่นควัน และมลพิษทางอากาศ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และปรอท ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 20,000 คน ตามงานวิจัยของกรีนพีซ สำหรับในประเทศอินเดียดูเหมือนปัญหาจะเลวร้ายกว่านั้น งานวิจัยของ HSBC และ สถาบันทรัพยากรโลก ได้วิเคราะห์ไว้ว่า ร้อยละ 70 ของโครงการพลังงานถ่านหินใหม่จะถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่ขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว

ดูเหมือนสำหรับรัฐบาลในหลายประเทศ ถ่านหินยังเป็นตัวเลือกที่ล้ำค่ากว่าน้ำ และประชาชนจำเป็นต้องยอมเอาชีวิตและวิถีชีวิตความเป็นอยู่เข้าแลกเพื่อการได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้า

ปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ควรเป็นบทเรียนสำคัญให้กับประเทศไทยก่อนที่จะเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินโครงการใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และท่าเทียบเรือถ่านหิน ที่จะเกิดขึ้นในกระบี่ อันเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศทางทะเล และขึ้นชื่อด้านเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามของโลก

แต่ปัญหาเรื่องพลังงานและน้ำนั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้ เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าต้องการพลังงานมากกว่าน้ำ หรือน้ำมากกว่าพลังงาน ในเมื่อเรามีทางเลือกที่ดีกว่านั้น สำหรับเรื่องพลังงานแล้ว เรามีทางเลือก พลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์นั้นใช้น้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และมีงานวิจัยจาก IOP Science ระบุออกมาว่าพลังงานลมและแสงอาทิตย์นั้นเป็นรูปแบบการผลิตพลังงานที่เป็นมิตรต่อน้ำมากที่สุด 

ขณะที่เรากำลังบ่นเรื่องอากาศร้อนและเตรียมเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ในหลายพื้นที่กำลังมีปัญหาขาดแคลนน้ำ และกำลังถูกคุกคามจากอุตสาหกรรมถ่านหิน ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังปล่อยมลพิษสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นและสร้างมลพิษแห่งใหม่ต่อแหล่งน้ำของเราในอนาคต บางทีรัฐบาลและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเองอาจกำลังหลงลืมไปว่า “สายน้ำคือชีวิต” และพลังงานหมุนเวียนเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตพลังงานของไทย

มีคำสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “สายน้ำไม่มีวันหวนคืน” นอกจากจะหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข อีกนัยหนึ่งในแง่ของมลพิษที่เกิดขึ้นในแหล่งน้ำแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะเก็บกลับคืนมาได้เช่นกัน

ร่วมกันลงชื่อปกป้องกระบี่จากโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ที่ www.protectkrabi.org