เอมิล ซาโตเปก นักวิ่งมาราธอนโอลิมปิกชาวเช็ค กล่าวไว้ว่า "หากอยากวิ่ง วิ่งหนึ่งไมล์ก็เพียงพอ แต่หากอยากสัมผัสชีวิตใหม่ ต้องวิ่งมาราธอน" คำกล่าวนี้คงจะจริงไม่น้อย เพราะจะมีสักกี่ครั้งที่กว่า 1,500 คน มารวมตัวกัน และร่วมกันก้าวเท้าออกวิ่งรณรงค์เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนร่วมกันปกป้องกระบี่จากการคุกคามของโรงไฟฟ้าถ่านหิน และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอนาคตพลังงานของไทย

 

เช้าตรู่ของวันที่ 18 พฤษภาคม 2557 ถึงแม้เราจะยังเห็นแสงไฟไม่มากนักในช่วงเวลาตี 5 ที่อาสาสมัคร เยาวชน ผู้สนับสนุนกรีนพีซ พร้อมกับนักวิ่งกว่า 1,500 คนมารวมตัวกัน ในกิจกรรม “Greenpeace Mini marathon – Run for Krabi” ที่สวนหลวงพระราม 8 ไม่นานนักเมืองกรุงกำลังจะตื่นขึ้น พร้อมกับรับรู้ความจริงที่น่าตกใจว่า จังหวัดกระบี่กำลังเป็นเป้าหมายในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิต 870 เมกะวัตต์ ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2010 ปรับปรุงครั้งที่ 3) โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงเชื้อเพลิงถ่านหินอย่างน้อย 2.3 ล้านตันจะถูกนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้ทุกๆ ปี เส้นทางขนส่งถ่านหินมีระยะทาง 8.4 กม. ขนส่งอย่างน้อยปีละ 2.5 ล้านตัน โดยจะผ่านเกาะลันตา เกาะปอ เกาะศรีบอยา ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อของโลก และป่าชายเลนกระบี่ อันอุดมสมบูรณ์ การที่จะไปถึงโรงไฟฟ้าจะต้องผ่านอุโมงลำเลียงถ่านหินลอดใต้คลอง หรือสะพานข้ามคลอง ต้องขุดลอกพื้นที่ทะเลเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวิถีชีวิตของชาวประมงและคนในพื้นที่ ความอุดมสมบูรณ์สวยงามของทะเล ป่าชายเลน รวมถึงพะยูนที่ใกล้สูญพันธุ์เข้าไปทุกที

นั่นหมายถึงความสวยงามของมรกตแห่งอันดามันกำลังจะถูกทำลาย แหล่งดำน้ำจะกลายเป็นเส้นทางขนส่งถ่านหิน รวมถึงสุขภาพและวิถีชีวิตของชาวกระบี่ก็จะต้องถูกทำลาย โรงไฟฟ้าถ่านหินจะแปรเปลี่ยนกระบี่ไปตลอดกาล

ในช่วงก่อนการออกวิ่งรณรงค์ กลุ่มเยาวชน อาสาสมัครกรีนพีซและนักวิ่งได้ร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ กางป้ายผ้าภาพพะยูนขนาดมหึมาที่กลุ่มเยาวชนกรีนพีซร่วมกันผลิตจากเศษวัสดุเหลือใช้ พร้อมประกาศว่า “Protect Krabi” เรียกร้องให้ทุกคนมาร่วมกันปกป้องกระบี่ มือของแต่ละคนที่ร่วมกันจับและส่งต่อพยูนตัวยักษ์กันไปนั้นคงเป็นสัญญาณที่ดีว่า การวิ่งรณรงค์ในครั้งนี้นอกจากสองเท้าของเราจะออกวิ่งไปพร้อมกันแล้ว หากจะบอกว่าเราชาวไทยพร้อมที่จะก้าวผลักดันปกป้องกระบี่จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน และก้าวสู่อนาคตสีเขียวที่รัฐและกฟผ.ต้องทำอย่างจริงจัง เราสามารถมีพลังงานใช้ได้อย่างพอเพียงโดยที่ไม่ต้องทำลายกระบี่ที่เป็นเสมือนมรกตแห่งอันดามัน หรือแหล่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของไทยแห่งอื่นอีกต่อไป

นอกจากพลังของทุกคนที่มาร่วมวิ่งรณรงค์แล้ว ทางสื่อออนไลน์ก็คึกคักและตื่นตัวไม่แพ้กัน มีการร่วมสนุกถ่ายภาพร่วมกับน้องพะยูนน่ารักๆ พร้อมใส่แฮชแทค #RunforKrabi และ #ProtectKrabi กลายเป็นอีกกระแสที่ออกมาขอให้พวกเราร่วมกันปกป้องกระบี่อันเป็นบ้านและมีหญ้าทะเลผืนใหญ่ที่สุดในไทยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของพะยูน ซึ่งเป็นอีกเหตุผลนึงที่ว่า กระบี่ของไทยเอาถ่านหินมาแลก เราไม่ยอม!

“จังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์  โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างรุนแรง  รวมถึงสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว วันนี้ผู้คนกว่าพันคนได้มารวมตัวเพื่อแสดงพลังในงานรณรงค์ครั้งสำคัญนี้ พวกเราหวังว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่ดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะต้องถูกทบทวนและยกเลิกในที่สุด” จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

พลังประชาชนที่ออกมาวิ่งรณรงค์ในวันนี้ถือเป็นอีกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่พลังเสียงกว่า 1,500 คน ออกมาร่วมแสดงพลังวิ่งเพื่อกระบี่ พร้อมเปล่งเสียงรักกระบี่พร้อมกับอีกกว่า 10,000 คน ที่ร่วมลงชื่อปกป้องกระบี่จากโรงไฟฟ้าถ่านหิน  การเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องกระบี่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเรียกร้องจากประชาชนที่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เหลือเพียงแค่รัฐและกฟผ.หันมารับฟังเสียงของชาวไทยและยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้อย่างถาวร