Grey reef sharks.

หลับตาจินตนาการ.. และดำดิ่งลงไปในทะเลอันกว้างใหญ่ โลกสีน้ำเงินลึกลับชวนน่าค้นหา ปลาฝูงใหญ่แหวกว่ายท่ามกลางหมู่มวลประการังหลากสี “ฉลาม” น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตอันดับท้ายๆที่เราอยากเจอ ฉลามกินคน ฝูงฉลามซุ่มโจมตีเรือ ฉากหนังหลายเรื่องผุดขึ้นมาในจินตนาการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้วฉลามไม่ได้เป็นสัตว์ที่ดุร้าย และมนุษย์ไม่ใช่อาหารของมัน แต่มันกลับเป็นอาหารราคาแพงของมนุษย์ การบริโภคหูฉลามเริ่มต้นขึ้นในประเทศจีนสมัยราชวงศ์หมิง โดยมีความเชื่อว่ามีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและบ่งบอกถึงฐานะผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริงแล้วหูฉลามที่แทบจะไม่มีรสชาติใดเลยและมีคุณค่าเท่ากับไข่เป็ดหนึ่งฟองเท่านั้น

ฉลามผู้มีคุณค่าต่อระบบนิเวศ

ฉลามเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทร (ไม่นับรวมวาฬซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) โดยฉลามตัวแรกเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 400 ล้านปีที่แล้ว โดยปี พ.ศ. 2540 Mr.Richard Cloutier นักชีววิทยา มหาวิทยาลัย Quebec ประเทศแคนาดา ได้ขุดพบฟอสซิลของฉลามที่ดึกดำบรรพ์ที่สุดโลก มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 40 เมตร แต่ในปัจจุบันพบว่าฉลามมีความยาวเฉลี่ยเหลือเพียง 0.15 เมตร – 15 เมตร เท่านั้น จากการสำรวจชนิดพันธุ์ของฉลามทั่วโลกพบว่ามีกว่า 440 ชนิด ในส่วนของประเทศไทยพบประมาณ 41 ชนิด

ฉลามเป็นนักล่าอันดับต้นของระบบนิเวศทางทะเล พฤติกรรมนักล่าของฉลามจากการศึกษาของนักชีววิทยาพบว่าฉลามเป็นสัตว์ที่ชอบทำร้ายสัตว์ทะเลที่อ่อนแอ ดังนั้น มันจึงเป็นสัตว์ที่มีบทบาทมากในการควบคุมคุณภาพของสิ่งมีชีวิตในทะเล ความสามารถในการรับรู้สัญญาณจากเหยื่อ รายงานการทดลองที่แสดงให้เห็นวิธีการล่าเหยื่อ จากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าฉลามใช้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของมันในการบอกให้รู้ว่าเวลาใดทะเลมีเหยื่อบ้าง จากการวิจัยพบว่า เมื่ออุณหภูมิของน้ำทะเลเปลี่ยนไป 1 องศาเซลเซียส การเปลี่ยนอุณหภูมิทำให้ผิวหนังของมันมีความต่างศักย์ ซึ่งจะขับกระแสไฟฟ้า 0.3 ไมโครโวลต์ ให้ไหลในตัว ความสามารถในการรับรู้อุณหภูมิที่แตกต่างนี้ จึงช่วยให้ฉลามหาเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จมูกของฉลามก็ไวต่อสิ่งแปลกปลอม การได้กลิ่นเหยื่อในน้ำก็เป็นวิธีหนึ่งที่มันใช้ในการล่าอาหาร ฉลามจึงได้ชื่อว่าเป็นนักล่าแห่งมหาสมุทร  ฉลามส่วนใหญ่ออกลูกเป็นตัว ฉลามบางพันธุ์ตั้งท้องนานถึง 9 เดือน และลูกครอกหนึ่งอาจมีมากถึง 40 ตัว และมีอัตราการรอดต่ำ พฤติกรรมการขยายพันธุ์เช่นนี้มีส่วนทำให้ประชากรฉลามลดลงอย่างรวดเร็ว และเป็นที่น่าตกใจฉลามทั่วโลกถูกฆ่าเพื่อทำซุปหูฉลามถึง 1.9 ล้านตัวต่อสัปดาห์ จากข้อมูลดังกล่าวให้ฉลามที่ถูกฆ่าตายมีจำนวนมากกว่าอัตราการเกิดของฉลามหลายพันเท่า ดังนั้น ปัญหาการลดลงของปลาฉลาม จึงเป็นปัญหาที่เร่งด่วนอีกปัญหาหนึ่งของโลก

สัปดาห์ฉลามคืออะไรและสำคัญอย่างไร

กว่า 26 ปีที่ผ่านมา ทุกๆช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี สื่อด้านการผลิตสารคดีอันดับโลก Discovery channel ได้มีการเผยแพร่สารคดี “Shark Week” เพื่อให้คนทั่วโลกตื่นรู้ถึงวิกฤตของฉลาม ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์  จากการเผยแพร่สารคดีในครั้งนั้นเป็นการจุดประกายให้ทั่วโลกรณรงค์หยุดการบริโภคฉลามและคิดหาวิธิการปกป้องฉลามให้พ้นจากการถูกล่า กว่า 72 ประเทศทั่วโลกมีการเผยแพร่สารคดี “Shark week” และมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทยหลายองค์กรได้มีการรรณรงค์เพื่อปกป้องฉลาม เช่น องค์กร Fin-Free Thailand และอื่นๆ เป็นต้น

A large silky shark is finned and processed at a fish market in Negombo, Sri Lanka.นอกจากการล่าฉลามเพื่อบริโภคโดยการตัดหู (ครีบ) และทิ้งร่างลงทะเลซึ่งเป็นวิธีการที่เลือดเย็นที่สุดที่มนุษย์อย่างเราๆทำกันแล้ว ฉลามยังตกอยู่ในชนิดพันธุ์สัตว์น้ำที่เป็นเหยื่อของการประมงทำลายล้างอีกด้วย เทคโนโลยีการประมงในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามากส่งผลให้ความสามารถในการผลิตสัตว์น้ำของมหาสมุทรไม่เพียงพอต่อการจับหรืออาจจกล่าวง่ายๆว่าสัตว์น้ำเหล่านั้นโตไม่ทันจับ เช่น การทำประมงแบบทำลายล้างด้วยเรืออวนลากและเรืออวนล้อมในปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องมือเพื่อตรวจจับฝูงปลาที่เข้ามาในรัศมีการเดินเรือ และเรืออวนล้อมเหล่านี้มีการวางบ้านปลาติดสัญญาณดาวเทียมกว่าร้อยอันเพื่อล่อให้ปลาที่อยู่กันเป็นฝูงเข้ามาในบริเวณบ้านปลาเหล่านั้น และส่งสัญญาณไปที่เรือเพื่อทำการล้อมจับได้โดยง่าย เช่น การทำอุตสาหกรรมทูน่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก โดยนอกจากทูน่าในบริเวณนั้นจะลดลงเรื่อยๆอย่างน่าตกใจแล้ว สิ่งที่น่าตกใจอีกประการหนึ่งคือ สัตว์น้ำหลายชนิดที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายในอุตสาหกรรมทูน่า เช่น ฉลาม เต่าและโลมา ติดเข้ามาในอวนและตายอย่างไร้คุณค่า

ดังนั้นเนื่องในสัปดาห์ฉลามที่จะถึงในวันที่ 10-17 สิงหาคม พ.ศ. 2557 กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับนักอนุรักษ์หลายองค์กรจึงร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ผู้นำโลก เช่น องค์กรสหประชาชาติ ประกาศเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และปกป้องให้นักล่าแห่งท้องทะเลของเราคงอยู่คู่ความพิศวงของโลกสีน้ำเงินต่อไป

ร่วมลงชื่อ ที่ http://www.greenpeace.org/seasia/th/campaigns/Ocean/marine_reserve/ocean-sos/