เส้นใยสังเคราะห์ที่ใช้ผลิตเสื้อผ้าดูเหมือนเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ เพราะว่ามันไม่ต้องการน้ำในการผลิตเหมือนการปลูกต้นสำลีและไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อให้มันเจริญเติบโต แต่ก็มีคำถามว่าเส้นใยสังเคราะห์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?

มันเศร้ามากที่เราจะบอกว่าไม่

การขยายตัวของอุตสาหกรรม Fast Fashion (แฟชั่นตามกระแสนิยม) จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีโพลีเอสเตอร์ ซึ่งมีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ปัจจุบันเส้นใยโพลีเอสเตอร์ถูกนำมาใช้ในการผลิตเสื้อผ้าที่พวกเราสวมใส่อยู่ประมาณร้อยละ 60 แต่ถ้าเราลองคำนวณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าไปด้วย จะเห็นว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิตเสื้อผ้าที่ทำมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์จะสูงกว่าการผลิตเสื้อผ้าที่ทำมาจากสำลีถึงสามเท่าการใช้โพลีเอสเตอร์นี้เป็นหนึ่งเหตุผลว่าทำไมอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุดในโลก ทั้งในแง่ของการปล่อยของเสียและการทิ้งวัสดุย่อยสลายยากไว้เบื้องหลัง

ภาพอินโฟกราฟิกส์ของแฟชั่นตามกระแสนิยม (คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่)

 ในเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น เส้นใยจำนวนกว่า 700,000 ชิ้น สามารถหลุดออกมาในการซักหนึ่งครั้ง

เมื่อเรานำเสื้อผ้าลงถังซัก เส้นใยเล็กๆที่เรียกว่าไมโครไฟเบอร์นี้จะหลุดออกมาจากผ้าสังเคราะห์ ซึ่งพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้ ก็เหมือนกันกับไมโครบีดส์ที่คุณเจอในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

ทุกครั้งที่คุณซักผ้า เส้นใยสังเคราะห์จำนวนนับแสนชิ้นจะลงไปยังท่อระบายน้ำ มีหลายชิ้นที่ไหลออกสู่ชายหาดและมหาสมุทร ที่ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์เหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายร้อยปีโดยไม่มีการย่อยสลาย

เมื่อไหร่ที่ปลา และสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ กินชิ้นส่วนพลาสติกเล็ก ๆ เหล่านี้เข้าไปมันก็จะเดินทางเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจุดจบการเดินทางของพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ เหล่านี้ก็คือ อาหารในจานเรานั่นเอง

greenpeace animated GIF

ร้อยละ 30 ของมลพิษในมหาสมุทรที่เกิดจากพลาสติก เป็นพลาสติกชิ้นจิ๋ว

จากรายงานล่าสุดของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) พบว่าพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ก่อให้เกิดปัญหาต่อท้องทะเลมากกว่าที่เราคิด ร้อยละ 15 ถึง ร้อยละ 31 ของมลพิษทางทะเลที่มาจากพลาสติกนั้น เกิดจากอนุภาคเล็ก ๆ ที่ถูกปล่อยมาจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม มากกว่าพลาสติกชิ้นใหญ่ที่เมื่อย่อยสลายแล้วชิ้นส่วนเล็ก ๆ จะถูกพัดพาลงไปในมหาสมุทร

สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ คำนวณว่า ร้อยละ 35 ของมลพิษที่เกิดจากพลาสติกชิ้นจิ๋ว เกิดจากการซักล้างผลิตภัณฑ์สิ่งทอสังเคราะห์ แค่ในทวีปยุโรปและทวีปเอเชียเพียงสองทวีป คนหนึ่งคนจะทิ้งจำนวนพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ที่เทียบเท่ากับถุงพลาสติกจำนวน 54  ใบ ต่อสัปดาห์ลงในมหาสมุทร

ตัวอย่างชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กที่ปนเปื่อนอยู่ในน้ำที่ถูกเก็บตัวอย่างโดย เรือ Beluga II ของกรีนพีช เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม  พ.ศ. 2559

แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง?

มันเป็นเรื่องเกินจริงที่คิดว่าเราสามารถกำจัดเส้นใยสังเคราะห์ได้ในครั้งเดียว เพราะการใช้เส้นใยสังเคราะห์นั้นแพร่หลายอย่างรวดเร็ว และปริมาณเสื้อผ้าที่ถูกผลิตนั้นไม่สามารถที่จะใช้แค่สำลีและเส้นใยจากธรรมชาติได้เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันโรงงานอุตสาหกรรมกำลังหาวิธีการแก้ปัญหา เช่น ผลิตตัวกรองในเครื่องซักผ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้สักทีเดียว

เราควรที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตและเปลี่ยนแปลงการบริโภค เสื้อผ้าควรจะถูกผลิตโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษแก่ธรรมชาติ และควรถูกออกแบบให้ทนทานต่อการใช้เพื่อที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้หลังการใช้งานเป็นเวลาหลายปี ในฐานะผู้บริโภคอย่างเรา ๆ เพียงแค่ซื้อเสื้อผ้าน้อยลง ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องมหาสมุทรจากมลพิษที่เกิดจากไมโครไฟเบอร์ได้ ถ้าเราซื้อน้อยลง ปริมาณขยะก็ลดน้อยลง ถ้าเราตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ได้ เรื่องที่เหลือก็ดูเป็นเรื่องง่าย

ร้านเสื้อผ้ามือสองของกรีนพีชที่ประเทศฮ่องกง ณ วันที่  16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

น้อยนิดแต่มหาศาล

พวกเราซื้อเสื้อผ้าในปริมาณมากแต่ไม่ค่อยได้สวมใส่ จากผลสำรวจในปี พ.ศ. 2559 ของกรีนพีชเยอรมนีเปิดเผยว่า ร้อยละ 40 ของเสื้อผ้าในประเทศเยอรมนีไม่เคยถูกสวมใส่เลยหรือถ้าถูกนำมาสวมใส่ก็จะสามารถนับครั้งได้ เราสามารถปรับเปลี่ยนการบริโภคนี้ได้โดยการซื้อเสื้อผ้ามือสองหรือเสื้อผ้าวินเทจ ใช้ประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าออนไลน์หรือจากบ้านใกล้เรือนเคียง หรือนำเสื้อผ้าที่เรามีอยู่มาดัดแปลง เสื้อผ้าที่ทันสมัยไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของใหม่เสมอไป

หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครไฟเบอร์ และวิธีการปกป้องมหาสมุทรจากไมโครไฟเบอร์ได้ที่ Story of Stuff ช่วยกันแชร์วีดีโอนี้เพื่อบอกกล่าวถึงผลกระทบจากไมไครไฟเบอร์

Dr. Kirsten Brodde เป็นผู้ประสานงานรณรงค์โครงการ Detox my Fashion กรีนพีซ เยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของไมโครไฟเบอร์ สามารถรับชมจากวีดีโอด้านล่างนี้


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่