แคมเปญ Break Free ปีนี้เป็นครั้งที่สองที่ทั่วโลกร่วมกันทำขึ้น เป็นแคมเปญ Break Free ปลดแอกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล แน่นอน เราหวังว่าจะมีการขยายกลุ่มองค์กรเครือข่าย และการเพิ่มจำนวนของผู้ร่วมรณรงค์ที่เรียกร้องอย่างสันติต่ออุตสาหกรรมพลังงานสกปรก แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงด้วย นั่นคือการชุมนุมที่ยิ่งใหญ่ โดยมีการรวมตัวของ 200 องค์กรและกลุ่มรวมถึงสำนักงานกรีนพีซทั่วโลก 30 แห่ง ร่วมทำกิจกรรมที่น่าประทับใจให้เกิดขึ้นในโลกกว่า 170 กิจกรรม

ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนและชุมชนจะไม่นิ่งเฉยในขณะที่รัฐบาลอนุญาตให้ผลประโยชน์ของบริษัท คุกคามสิทธิในการใช้ที่ดิน น้ำ อากาศ และชีวิต ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก การรวมตัวกันเคลื่อนไหวที่เติบโตขึ้นนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันที่ต้องการปลดแอกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้

ผู้คนได้ร่วมกันรณรงค์ผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันเรือ การขี่จักรยาน และการปิดล้อม เราได้ส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งจากถนนไปยังรัฐสภาและเข้าไปในหัวใจของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปล่อยมลพิษ รัฐบาล และสถาบันการเงิน ว่าประชาชนกำลังหันหลังให้กับพลังงานที่สกปรกและมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน และพร้อมที่จะต่อสู้ ยืดหยัด เพื่อสิทธิของสุขภาพที่ดีและปลอดภัยในอนาคต

ผลกระทบจากแรงกดดันที่เป็นกระแสจากคนทั่วโลกนี้  ส่งผลสะเทือนต่อผู้นำทางการเมืองและกลุ่มธุรกิจอย่างที่พวกเขาไม่อาจละเลยได้ และในความเป็นจริง พวกเราก็ได้เห็นผลสะเทือนของพลังขับเคลื่อนมวลชนนี้แล้ว

ในประเทศสโลวีเนีย กลุ่มองค์กรเครือข่ายจาก 70 องค์กรได้กระตุ้นให้เกิดการประชุมรัฐสภาสมัยพิเศษที่นำไปสู่ความมุ่งมั่นครั้งแรกที่จะยุติการผลิตถ่านหินซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงกรุงปารีส ในออสเตรเลียเอง ธนาคารคอมมอนเวลธ์ซึ่งให้การสนับสนุนถ่านหิน ก็มีการพิจารณาเรื่องนโยบายที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นต้น

ในประเทศไทย กิจกรรม Break Free จากหลายพื้นที่ มีคนออกมาร่วมแสดงพลังรวมทั้งหมดกว่า 1,000 คน ไม่ว่าจะเป็นที่ปากมูล ที่กลุ่มคนนับร้อยออกมารวมพลังให้หยุดพลังงานสกปรกทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเขื่อน และเดินหน้าสู่อธิปไตยพลังานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ศรีขรภูมิ สุรินทร์ ที่ชี้ชัดถึงประโยชน์และความมั่นคงทางพลังงานที่ตอบสนองได้จากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีการติดตั้งบนหลังคา ที่เนินมะปราง ซึ่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนของสภาพอากาศที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาลและคาดการณ์ไม่ได้อย่างแต่ก่อน ส่งผลต่อผลผลิตมะม่วงและมะปรางของชุมชน ชุมชนกำลังประสบความเสี่ยงและหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นไปกว่านี้ ชุมชนจะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น จึงร่วมเรียกร้องให้หยุดฟอสซิล  และอีกหลายกิจกรรมทั้งที่เทพา สงขลา และกรุงเทพฯ จากทั้งชุมชนเขาหินซ้อน ฉะเชิงเทรา และนักวิชาการที่กรุงเทพฯ ที่ร่วมกันผลักดันให้หยุดถ่านหิน เก็บถ่านหินไว้ใต้โลก และเดินหน้าสู่พลังงานหมุนเวียน

โอกาสในการจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกโลกสูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียสจากช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว พลังของผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ที่กำลังส่งสัญญาณต่อทั้งผู้นำทางการเมืองและกลุ่มอุตสาหกรรมฟอสซิลให้รีบดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นสิ่งหยุดยั้งไม่อยู่แล้ว

และนี่ยังไม่ใช่ตอนจบ แต่จะกลายเป็นกระแสที่กำลังเกิดขึ้น และจะเดินหน้าต่อไปเพื่อหยุดยั้งฟอสซิล บันนี แมคดิอาร์มิด ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซสากล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมรณรงค์เพื่อปลดแอกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดชองบริษัทโททาล ได้กล่าวว่า "คลื่นของฝูงชนก่อตัวขึ้นแล้วเพื่อหยุดฟอสซิลและจะยังคงตามติดพลังงานสกปรกที่คร่ำครึนี้อย่างใกล้ชิด ฟอสซิลทั้งหลาย จงทำตัวให้ชินซะ!”

ติดตามดูวีดีโอ Break Free 2017 จากพลังคนทั่วโลกได้ที่นี่


 

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่