วิกฤตการณ์เรื่องทรัพยากรน้ำนั้นถือเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของโลกตามที่สภาเศรษฐกิจโลกได้กล่าวไว้ในรายงานความเสี่ยงทั่วโลกปี 2558 ปัญหาไม่ได้มีเพียงเรื่องปริมาณน้ำที่มีอยู่ตามแม่น้ำ ทะเลสาบ และชั้นน้ำใต้ผิวดิน แต่รวมถึงมลพิษในแหล่งทรัพยากรนั้นๆที่มนุษย์ทำให้เกิดการปนเปื้อนขึ้น ทั้งจากแบคทีเรีย สารพิษ และการเพิ่มธาตุอาหาร

ทะเลสาบทั่วโลกกำลังเสื่อมโทรมลง เหตุเพราะการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของแบคทีเรียและสาหร่าย จากทะเลสาบอิรี ระหว่างประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ทะเลสาบเนห์ ในสหราชอาณาจักร ไปจนถึงทะเลสาบไท่หู ในประเทศจีน ทะเลสาบและหนองน้ำหลายพันแห่งทั่วโลกที่เสื่อมโทรมนั้นได้ถูกทำลาย จากการกระทำเชิงพาณิชย์ การเกษตร และสิ่งปฏิกูลจากระบบบำบัดน้ำเสีย

โรงงานเหล็กของบริษัทเหล็กในเครือซูโจว ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบเว่ยซาน ประเทศจีน 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

ในปี 2552 นักวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ หรือ Earth systems ชื่อ โจฮาน ร็อคสตรอม และเพื่อนร่วมงานอีกหลายท่านได้ตีพิมพ์ เรื่อง “ขีดจำกัดความปลอดภัยของโลก” (Planetary Boundaries) ลงในวารสารเนเจอร์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการกระทำมากมายของมนุษย์ได้คุกคามระบบต่างๆของโลก 7 ระบบด้วยกัน ทั้งน้ำจืด และวัฏจักรไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่ถูกขัดขวาง ซึ่งส่งผลกระทบไปยังระบบน้ำจืดบนโลก

ฟอสฟอรัสและไนโตรเจนนั้นเป็นส่วนจำเป็นสำหรับโมเลกุลชีวภาพต่างๆ และดีเอ็นเอ เช่น กรดนิวคลีอิก เอ็นไซม์อาดีโนซีนไตรฟอสเฟท (ADT) พืชทุกชนิดต้องการฟอสฟอรัสและไนโตรเจนในการดำรงชีวิต และได้มีวิวัฒนาการมาถึงขั้นที่จะสามารถหาและดูดซึมสารอาหารเหล่านี้เข้าไปได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มปริมาณสารอาหารโดยมนุษย์ ได้ทำให้เกิดผลิตภาพในน้ำมากขึ้น หรือที่เรียกว่าการเจริญเติบโตเกินขอบเขต (eutrophication) เห็นได้จากการเพิ่มจำนวนของสาหร่าย การลดลงของออกซิเจนในน้ำ และพื้นที่ไร้ชีวิตต่างๆ (dead zones) ปุ๋ยจากการทำเกษตรกรรม สบู่ที่มีฟอสเฟทเป็นส่วนประกอบ และระบบระบายน้ำเสียต่างมีส่วนทำให้เกิดการหยุดชะงักในวัฏจักรของสารอาหาร

ชุมชนมนุษย์ โรงงาน และปศุสัตว์มากมาย ก็มีผลทำให้ปริมาณแบคทีเรียในระดับพื้นผิวของน้ำบาดาลโลกเพิ่มจำนวนขึ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลายท่านกำลังกังวลเป็นพิเศษกับแบคทีเรียโคลิฟอร์ม ซึ่งส่วนมากใช้เป็นตัวบ่งบอกถึงโรคตับอักเสบ หรือพยาธิปากขอ เพราะเชื้อโรคเหล่านี้ สามารถตรวจพบได้ยาก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะพบอยู่ในที่ๆมีแบคทีเรียฟิคัลโคลิฟอร์มอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมักจะตรวจหาเชื้อ อีโคไล (Escherichia coli หรือ E. coli) ในน้ำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงการเกิดโรค

ของเหลือจากทางอุตสาหกกรมและจากครัวเรือนจำพวก สารหนู ฟลูโอไรด์ ซีลีเนียม ยูเรเนียม เหล็ก แมงกานีส ปรอท สารกำจัดศัตรูพืช ตัวขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ สารปรุงแต่งยา และเชื้อจุลินทรีย์ ต่างเป็นสาเหตุหลักของการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ

แต่โชคยังดีที่การคุกคามทั้งสามอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มธาตุอาหาร แบคทีเรีย และสารพิษต่างๆ สามารถบรรเทาได้โดยการใช้วิธีการเชิงชีวภาพ หรือที่รู้จักกันว่า “มลพิษชีวบำบัด” (Bioremediation)

มลพิษชีวบำบัด

จุลินทรีย์ แบคทีเรีย เชื้อรา และพืชบางชนิด สามารถกำจัดหรือเผาผลาญสารพิษในดินหรือน้ำได้ ซึ่งรวมไปถึงการช่วยขจัดสารเคมีทางอุตสาหกรรม ปิโตรเลียมเคมีภัณฑ์ และสารกำจัดศัตรูพืช แต่สารประกอบบางชนิด อย่างโลหะหนัก เช่น แคดเมียม หรือตะกั่ว เป็นต้น สามารถต้านการบำบัดมลพิษทางชีวภาพได้ อย่างไรก็ตาม รายงานการศึกษาบางฉบับพบว่า ก้างปลาและถ่านกระดูก สามารถขจัดตะกั่ว แคดเมียม ทองแดง และสังกะสีออกจากดินได้บ้างในปริมาณเล็กน้อย

ระบบนิเวศที่สมบูรณ์นั้น ตามจริงแล้วก็คือระบบที่มีเครือข่ายมลพิษชีวบำบัดอยู่ในตัวเอง มีกระบวนการการจัดการของเสียของกันและกัน และสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อยู่เรื่อยๆ ระบบอินทรีย์บริสุทธิ์นี้ยังรวมไปถึง การทำ Bioswales หรือร้องระบายน้ำที่ช่วยดักตะกอนและมลพิษที่อยู่บนผิวดิน พืชรักษาหน้าดิน และระบบกรองชีวภาพ

การเกษตรเพื่อระบบนิเวศ Finca Organopónica Cayo Piedra ในประเทศคิวบา 14 มกราคม พ.ศ. 2560

เกษตรกรและชุมชนที่ชาญฉลาดมากมายได้ใช้มลพิษชีวบำบัดมานานกว่าพันปี เกษตรกรรมถาวรหรือเพอร์มาคัลเชอร์ (Permaculture) และการหมักทำปุ๋ยแบบไม่ยุ่งยาก ได้ใช้ระบบมลพิษชีวบำบัดให้เกิดประโยชน์ เพื่อย่อยสลายแบคทีเรียหรือเชื้อโรคอันไม่เป็นที่ต้องการในดินไป เพียงแค่นำพืชท้องถิ่นมาปลูกใหม่ในบริเวณแนวชายน้ำเดิมที่ทรุดโทรม จะช่วยดึงสารอาหารและแบคทีเรียกลับเข้าไปในพื้นที่นั้นๆได้ จุลินทรีย์และกลุ่มเชื้อราที่เป็นเส้นใยต่างๆ (mycelium) ก็จะกลับเข้าไปทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมโดยธรรมชาติของสารประกอบและสิ่งมีชีวิตที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆได้

จากชีวประดิษฐศาสตร์ ถึงเทคโนโลยีเลียนแบบธรรมชาติ

ในช่วงปี 1950 นักชีวฟิสิกส์ชาวอเมริกัน อ็อตโต ชมิท เลียนแบบระบบประสาทของปลาหมึกเพื่อที่จะช่วยในการออกแบบวงจรอิเลกทรอนิกส์ชมิตทริกเกอร์ ที่ยังคงใช้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งใช้เพื่อการกำจัดเสียงรบกวนในสัญญาณดิจิตอล เขาได้เล่นกับคำว่า biomimetics เพื่อใช้อธิบายกระบวนการนำวิธีของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศมาปรับใช้ เพื่อนร่วมงานของเขา แจ็ค สตีล ได้เล่นกับคำว่า bionics ไว้เช่นกัน และในภายต่อมา นิยายเรื่อง ไซบอร์ก (Cyborg) ของ มาร์ติน เคดิน ได้ใช้คำนี้อีกเช่นกัน โดยในเรื่องนั้นเล่าถึงมนุษย์ที่มีพลังความสามารถเพิ่มมากขึ้นจากการใช้อวัยวะสังเคราะห์

เมื่อปี 2540 เจนีน เบนยู ได้ตีพิมพ์เรื่อง เทคโนโลยีเลียนแบบธรรมชาติ นวัตกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ (Biomimicry: Innovation Inspired by Nature) ซึ่งทำให้เทคโนโลยีเลียนแบบธรรมชาติเป็นที่แพร่หลาย และการใช้ระบบธรรมชาติในเชิงพาณิชย์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ตีนตุ๊กแกที่ใช้ยึดผ้า คิดค้นโดยวิศวกรชาวสวิส ในปี 2498 นามว่า จอร์จ เดอ เมอทรา โดยยืมความคิดมาจากเมล็ดพืชที่มีหนามติดตามเสื้อผ้า

“เมื่อเรามองเห็นอะไรที่จะยั่งยืนอย่างแท้จริง ต้นแบบอย่างเดียวที่ใช้ได้ผลมาตลอดหลายยุคหลายสมัยนั้นก็คือธรรมชาติ” เบนยูกล่าว แต่ไม่ว่าอย่างไร การสร้างผลิตผลเชิงพาณิชย์ต่างๆนั้น แตกต่างจากการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม และถึงอย่างไรก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ความสร้างสรรค์ของธรรมชาติจะสามารถช่วยฟื้นบำรุงความสมดุลในระบบนิเวศได้อยู่

เมื่อปีที่แล้ว เจส โกลสทีน จากมหาวิทยาลัย เวอจิเนีย คอมมอนเวลท์ และ อลิซาเบธ จอห์นสัน จากมหาวิทยาลัยเอกซเทอร์ ได้จัดตีพิมพ์ เทคโนโลยีเลียนแบบธรรมชาติ ธรรมชาติรูปแบบใหม่ กับกรงขังแบบใหม่ (Biomimicry: New Natures, New Enclosures) เพื่อสื่อถึงคำถามหลายๆคำถามที่พวกเขาร่วมกันวิจารณ์เกี่ยวกับความคิดของเสรีนิยมใหม่ ที่ว่า ยิ่งเราสร้างเศรษฐกิจชีวภาพได้มีประสิทธิภาพที่รวดเร็วขึ้นมากเท่าไหร่ เราก็จะสามารถช่วยระบบนิเวศได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีโครงสร้างซับซ้อน ที่จะสร้างเสื้อเกราะกันกระสุนได้ หรือการสร้างสรรค์แบบธรรมชาติที่จะสร้างเครื่องบินสมรรถภาพสูง คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง จอภาพอันคมชัด หรือแม้กระทั้งการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีชีวภาพ

พวกเขาเตือนว่า แนวคิดแบบเสรีนิยมนั้นได้มองข้ามขีดจำกัดทางชีวฟิสิกส์ และความไม่ยั่งยืนที่เป็นคุณสมบัติทั่วไปของเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตอย่างไร้ความปราณีอยู่เป็นนิจ พวกเขาแนะว่า เศรษฐกิจชีวภาพนั้นสามารถกลายไปเป็นเพียงอีกรูปแบบหนึ่งของการสะสมผลกำไร ด้วยเหตุนี้สิทธิบัตรที่มาจากการรังสรรค์ของธรรมชาติจึงถูกปิดล้อมเพื่อนำพื้นที่ทางธรรมชาติมาเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยการลงทุนทางการเงิน ไม่ใช่เพื่อการฟื้นฟูธรรมชาติ แต่เป็นการถอดแบบธุรกิจทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีชีวภาพสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวนี้ได้ ทั้งมลพิษชีวบำบัด งานออกแบบที่เลียนแบบผิวของฉลามเพื่อป้องกันแบคทีเรีย ซึ่งใช้ในโรงพยาบาลหลายแห่ง หรือวิธีดื่มน้ำจากกบของด้วงนูเบียน ซึ่งน้ำมาใช้เก็บสะสมน้ำสำหรับใช้ในอาคาร

“ต้องทำอย่างไร เราถึงจะวางแผน ให้มีแนวทางการผลิตที่สามารถคงสิ่งมีชีวิตอันงดงามไว้และจะรื้อโครงสร้างพื้นฐานของสังคมที่เป็นดั่งหายนะต่อระบบนิเวศออกได้ในเวลาเดียวกัน” โกลสทีนและจอห์นสันตั้งคำถาม

การฟื้นฟูทางระบบนิเวศ

ในการที่จะสร้างผลงานทางชีวภาพให้สำเร็จได้ เราจะต้อง ไม่เพียงแค่ตั้งคำถามว่า ธรรมชาติรับมือกับความท้าทายทางกายภาพนี้ได้อย่างไร แต่ต้องรวมถึงคำถามที่ว่า เศรษฐกิจของธรรมชาติคืออะไร เศรษฐกิจระบบนี้นั้น เป็นระบบที่ไร้ลำดับขั้น เป็นระบบที่เชื่อมโยงและมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งมีผลต่อการผลิตวัตถุดิบ พลังงาน และการบำรุงรักษาส่วนอื่นๆในเครื่อข่าย โดยผันแปรอยู่ภายใต้ขอบเขตของธรรมชาติเพียงเท่านั้น

ทะเลสาบวินนิเพค ในประเทศแคนาดา เคยต้องทนทุกข์ทรมานภายใต้ปริมาณฟอสฟอรัสสูงอันลิบลิ่ว ซึ่งเป็นผลกระทบจากชุมชนรอบข้าง ทำให้เกิดการเพิ่มจำนวนสาหร่ายอย่างมหาศาล นักวิจัยหลายท่านจึงได้นำต้นธูปฤาษีไปปลูกไว้เพื่อลดระดับการไหลเวียนของสารอาหาร พืชหลายชนิดที่มีลักษณะคล้ายกับพืชชนิดดังกล่าว จะผลิตสารประกอบที่มีส่วนประกอบเหมือนน้ำตาลได้ ซึ่งจะถูกส่งไปตามราก จนไปสู่ดิน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารและความต้านทานต่อโรคให้ดียิ่งขึ้น โครงการทะเลสาบวินนิเพคนั้นได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนถึง ณ ตอนนี้ นักวิจัยมากมายกำลังเพาะพันธุ์ต้นธูปฤาษีเพื่อไปทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิง ให้เกิดการลดปริมาณสารอาหารให้เพิ่มมากขึ้น เพราะพืชเหล่านี้ไม่ได้ถูกปล่อยให้ย่อยสลายไปเอง บนชายฝั่งทะเลสาบ

นักชีววิทยา ดร. จอห์น ทอดด์ ได้ออกแบบสิ่งที่เขาเรียกว่า เครื่องจักรมีชีวิต (Living Machines) ซึ่งเป็นมลพิษชีวบำบัดที่ใช้ทำความสะอาดดินและน้ำที่ปนเปื้อนในประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และที่อื่นๆในโลก ระบบนี้ได้ดำเนินการกำจัดของเสียจากครัวเรือนบนเกาะมอสกิโต ในบริเวณหมู่เกาะเวอจินส์ ระบบนี้ตั้งอยู่บนขอบหน้าผา โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ แรงโน้มถ่วง และระบบนิเวศในการดูดซับสารอาหารและส่งต่อไปยังพืช สัตว์ แบคทีเรีย และเห็ดราชนิดต่างๆที่กระจายอยู่ภายในระบบ

เห็ดราในป่า Kellerwald ใกล้กับ Edersee ประเทศเยอรมนี 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ในเทศมณฑลเมสัน เมืองวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิทยาเชื้อรา นามว่า พอล สตาเมทส์ ได้ใช้เห็ดต่างๆ เพื่อดักจับสิ่งปฏิกูลในน้ำ ราไมคอร์ไรซาจะช่วยพยุงพืชอื่นๆโดยแผ่รากของตนออกไปตามโครงสร้างนั้นๆ และการบำบัดโดยราชนิดนี้ได้ใช้ประโยชน์จากภาวะพึ่งพิงซึ่งกันและกันในธรรมชาติ เพื่อดูดซึมแบคทีเรีย สารอาหาร โลหะหนัก และสารพิษต่างๆ สตาเมทส์สามารถจับคู่พันธุ์เชื้อราให้เข้ากับมลพิษชนิดที่ต้องการได้ เห็ดราที่ย่อยสลายไม้นั้น มีประสิทธิภาพในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีแก่สารประกอบไฮโดรคาร์บอนและสารกำจัดศัตรูพืชที่มีส่วนผสมของคลอรีนได้ เห็ดนางฟ้าจะดักจับผลิตผลจากปิโตรเลียมและอีโคไล เห็ดหางไก่งวงจะจับสารปรอทที่เป็นพิษเข้ากับซีลีเนียม ซึ่งจะเกิดเป็นสารประกอบที่ไม่เป็นพิษอีกต่อไป เพสทาโลทิออพซิส (Pestalotiopsis) เห็ดราสัญชาติเอกวาดอร์ สามารถย่อยสลายและดูดซึมโพลียูเทรนได้

ที่ราบหวงถู่ บริเวณกลางๆของประเทศจีนตอนเหนือ พื้นที่ซึ่งมีความสูงถึง 1,200 เมตร และมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าประเทศฝรั่งเศส ที่ราบแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำเว่ยและแม่น้ำเหลือง เป็นที่ตั้งของอารยธรรมของผู้คนมากว่าหนึ่งล้านปีครึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงศตวรรษที่ 20 เกษตรกรรม ปศุสัตว์ การตัดไม้ และความรุ่งโรจน์ของราชวงศ์ที่สั่งสมมา ได้ไหลลงมาสู่พื้นที่ด้านล่างในรูปแบบของตะกอนในแม่น้ำฮวงโห การทำลายล้างระบบนิเวศนี้ได้ก่อให้เกิดภัยแล้ง ความอดอยาก และความยากจนมากมาย

ในช่วงปี 1990 จอห์น หลิว ชาวอเมริกันผู้ซึ่งอยู่อาศัยอยู่ในประเทศจีนมากว่า 30 ปี ได้เข้าร่วมกับโครงการการริเริ่มการฟื้นบำรุงทางระบบนิเวศที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลจีน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในที่ราบหวงถู่ ผ่านการฟื้นคืนสภาพระบบนิเวศ ชาวบ้านได้ช่วยกันขุดหน้าผาให้เป็นขั้นบันไดเพื่อใช้กักเก็บน้ำ ปลูกต้นไม้ เพาะพืช และสร้างเขตที่เป็นมิตรกับระบบนิเวศไว้ให้ความหลากหลายทางชีวภาพได้ฟื้นตัว ส่งผลให้เกษตรกรรมในที่ราบหวงถู่ดำเนินต่อมาได้และรายได้ของครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าตั้งแต่นั้นมา ในพื้นที่กว่า 35,000 ตารางกิโลเมตรนี้ พื้นที่ๆเคยว่างเปล่าจึงได้ฟื้นคืนกลับมาเป็นพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

หลิวเน้นถึงความสำคัญของคาร์บอนในดินในเชิงที่ว่า สิ่งนี้คือหนทางๆหนึ่ง ที่มนุษย์จะสามารถใช้เพื่อทำให้การขาดสมดุลคาร์บอนในชั้นบรรยากาศกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ “การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้น เป็นเพียงอาการผิดปกติอย่างหนึ่งของระบบโลกทั้งระบบ ผลกระทบต่อสภาพอากาศจากมนุษย์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่มาจากการปล่อยก๊าซ แต่มันคือการทำให้โลกเสื่อมสภาพลง” หลิวกล่าว

โครงการที่ราบสูงหวงถู่นั้นได้ใช้เทคโนโลยีอย่างง่ายๆเป็นหลัก ใช้คนในพื้นที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นหนึ่งตัวอย่างของการฟื้นฟูทางชีวภาพอย่างแท้จริง ที่จะสามารถบำรุงเศรษฐกิจ สุขภาพ และสวัสดิภาพของมนุษย์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน

หลิวอธิบายว่า “การฟื้นฟูภูมิประเทศต้องเริ่มจากการฟื้นฟูการทำงานของระบบนิเวศ ซึ่งจะเปลี่ยนระบบทางสังคมและเศรษฐกิจไปด้วย ถ้าหากสังคมมนุษย์มีจุดประสงค์ต้องการจะสกัด จะผลิตด้วยเครื่องจักร จะซื้อและขายทุกๆอย่าง ปัญหาก็จะเกิด เศรษฐกิจที่แท้จริงนั้นคือการเข้าใจกลไกทางธรรมชาติของระบบนิเวศ ที่สร้างอากาศ น้ำ อาหาร และพลังงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเหนือทุกอย่างที่เคยถูกผลิต หรือถูกซื้อและขายที่ผ่านมา เราจึงสมควรที่จะทำเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างที่ธรรมชาติทำ ไม่ใช่ทำธรรมชาติให้กลายเป็นสินค้า”

Rex Weyler นักเขียน ผู้สื่อข่าว และผู้ร่วมก่อตั้งกรีนพีซสากล

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

ข้อมูลอ้างอิง:

“Thirty Years and Counting: Bioremediation in Its Prime?” Bioscience, March, 2005.

“Contaminants in drinking water: Environmental pollution and health ;” John Fawell Mark J Nieuwenhuijsen” British Medical Journal, 2003.

“Assessing the resistance and bioremediation ability of selected bacterial and protozoan species to heavy metals,” I. Kamika and M. Momba; BioMed Central, Microbiology, Feb. 2013.

Water crisis as the #1 global risk: World Economic Forum, Global Risks 2015 Report.

“Why fresh water shortages will cause the next great global crisis,” The Guardian, March 2015.

“Removal of Escherichia coli from synthetic stormwater using mycofiltration,” Taylor, A., Flatt, A., Beutel, M., Wolff, M., Brownsona, K., Stamets, P.; Ecological Engineering, May, 2014.

Clu-in, EPA report: Citizen’s guide to bio-remediation

“Interview with Paul Stamets”: Mother Earth News.

Helping the Ecosystem through mushroom cultivation: Paul Stamets, Fungi Perfecti

John Todd: Ecological Design

What is Biomimicry: Biomimicry Institute

Biomimicry: New Natures, New Enclosures: Jesse Goldstein, Virginia Commonwealth University, and Elizabeth Johnson, University of Exeter, 2015.

John Lui, documentary: Green Gold.

“Environmental Challenges Facing China – Rehabilitation of the Loess Plateau,” John D. Liu, Director of the Environmental Education Media Project.


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่