นับครั้งไม่ถ้วนที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันในประเทศไทย… ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะหันมาตระหนักถึงต้นตอของปัญหาน้ำท่วมที่ได้มองข้ามไป นั่นก็คือขยะพลาสติก

ในขณะที่การที่ฝนตกหนักควบคู่ไปกับการวางผังเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพและการขาดความเตรียมพร้อมของกรุงเทพฯเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย ขยะพลาสติกเป็นสาเหตุที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเราคาดไว้ ทั้งโฟม ถุง ขวด และผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดท่อน้ำอุดตันแต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่รุนแรงกว่าอีกด้วย

ในเวลาที่เกิดน้ำท่วม ขยะพลาสติกเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความลำบากให้คนที่กำลังรถติดอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับกองขยะสะสมในแหล่งน้ำใกล้บ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ต้องคอยเก็บกวาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

การบริโภคพลาสติกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทยเป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับความต้องการพลาสติกที่มากขึ้นของทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต โดยที่ยังไม่มีระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากพอ จากการวิจัยในนิตยสาร Science Magazine ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศไทยเป็นประเทศที่สร้างขยะในมหาสมุทรเยอะที่สุดเป็นอันดับที่หกของโลก โดยได้สร้างขยะมากถึง 1.03 ล้านตันต่อปี ซึ่งขยะปริมาณมหาศาลนี้และอีก 8 ล้านตันจากทั่วโลกถูกปล่อยลงทะเลในแต่ละปี

ระหว่างที่คนกรุงเทพฯกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาน้ำท่วมรถติด การบริโภคพลาสติกอย่างล้นหลามส่งผลกระทบที่กว้างกว่านั้น ไม่นานมานี้ได้เกิดปรากฏการณ์ “เกาะขยะ” ที่รอบชายฝั่งของจังหวัดชุมพร ซึ่งรวมขยะมูลฝอยประมาณ 100 ตัน ยาว 10 กิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ในขณะที่ผู้คนต่างกังวลเพียงแค่เรื่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ สิ่งปฏิกูลเหล่านี้กลับเป็นปัญหาร้ายแรงที่คุกคามชีวิตสัตว์ในทะเลทั้งหมด

อีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็คือทะเลและชายหาดบางแสน ถึงแม้หลายคนมองว่าบางแสนไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากขยะพลาสติกในกรุงเทพฯ แต่สุดท้ายแล้วขยะจากหลากหลายแห่งก็มาจบลงที่ชายหาดบางแสนอยู่ดี จากข้อมูลที่ได้รับจากเทศบาลแสนสุขซึ่งทำหน้าที่จัดการดูแลความสะอาดของหาดบางแสนพบว่าปริมาณขยะจะเพิ่มขึ้นตามระดับความแรงของกระแสลมและกระแสน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและช่วงมรสุม

“ขยะที่เกิดจากการทิ้งอย่างไม่มีความรับผิดชอบของนักท่องเที่ยวเอง กิน ใช้ แล้วก็ทิ้ง โดยไม่ดูเลยว่า ลงถังขยะหรือไม่ คิดแต่เพียงว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการดูแลรักษาความสะอาดและจัดเก็บขยะเท่านั้น เราจึงยังเห็นภาพขยะบนชายหาดทุกวัน” นางเปรมจันทร์ หงส์รัดน์ นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการณ์ของเทศบาลแสนสุข กล่าว

อาสาสมัครกรีนพีซกำลังคัดแยกขยะที่เก็บได้จากบริเวณชายหาดบางแสน

แม้ว่าจะมีโครงการเพื่อพัฒนาการจัดการขยะเกิดขึ้น เช่น กิจกรรมรับบริจาคขยะรีไซเคิลและโครงการที่สนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนการใช้โฟม แต่ทางเทศบาลแสนสุขยังคงต้องคอยจัดการกับปริมาณขยะที่มากเกินจะรับมือไหว ในแต่ละวันเทศบาลจะต้องจัดการกับขยะราว 90 ตัน โดยขยะที่เก็บได้จากบริเวณชายฝั่งก็มีจำนวนมากถึง 5 ตันแล้ว

ด้วยเหตุนี้เองทางเทศบาลจึงเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีเข้ามามีบทบาทในด้านต่างๆมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการจัดการขยะโดยดำเนินงานตามโครงที่วางไว้ การกำหนดนโยบาย กฎหมาย และระเบียบ ในการคัดแยกขยะ ณ แหล่งกำเนิด การกำหนดให้มีหลักสูตรการเรียนเกี่ยวกับการจัดการขยะ ไปจนถึงการออกกฎหมายโดยใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต

ทั้งนี้แล้ว ในเวลาที่น้ำท่วม เราควรจะถามตัวเองว่าสาเหตุของปัญหาอยู่ที่ฝนหรืออยู่ที่ขยะพลาสติก และมันเกิดจากธรรมชาติหรือเกิดจากเราทุกคนกันแน่

นันทิชา โอเจริญชัย อาสาสมัครกรีนพีซ


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่