ภาพโดย ไจเมน ฮัดสัน

เรื่องราวของชายผู้สูญเสียความสามารถในการใช้แขนขาที่ไม่เคยยอมแพ้ กับความหลงใหลในมหาสมุทรและการถ่ายภาพจากโดรนเพื่อเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจ

ในฐานะช่างถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศ ไจเมน ฮัดสัน จะพาผู้ที่ได้เห็นผลงานของเขาไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน ภาพมหาสมุทรสีครามและฟ้าโปร่งทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งโค้งเว้าคล้ายฟันปลา พระอาทิตย์ตกดินทอแสงสีสวยสดใสราวกับร้านลูกกวาด สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลและผู้คนตัวเล็กจิ๋วกำลังว่ายน้ำกระทบกับคลื่นลมในทะเลที่ลึกและเย็น

ความรักที่ฮัดสันมีต่อมหาสมุทรนั้นก็เหมือนกับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต หลังจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ทำให้เขาเป็นอัมพาตแขนละขาตั้งแต่อายุ 17 ปี แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ ทั้งยังขัดเกลาความสามารถในการใช้โดรนและการถ่ายภาพจากมุมสูงได้อย่างน่าทึ่ง แม้เขาจะเดินไม่ได้ แต่เขาบินได้

และนี่คือเรื่องราวของเขา…

ภาพโดยไจเมน ฮัดสัน

ในปี พ.ศ. 2526 หรือเจ็ดปีก่อนผมเกิด พ่อแม่ของผมเปิดสถาบันสอนดำน้ำเอสเพอเรนซ์ (Esperance Diving Academy) ในเมืองเอสเพอเรนซ์ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่ที่ผมอาศัยอยู่มาทั้งชีวิต ทันทีที่ผมออกมหาสมุทร เรือไดฟ์มาสเตอร์ 1 ของครอบครัวเราก็ทำหน้าที่เสมือนเก้าอี้โยกที่กล่อมผมให้หลับไปในขณะที่พ่อแม่ของผมกำลังสอนเหล่านักเรียนดำน้ำแบบสคูบา เมื่อใดที่ผมเปิดดูบรรดารูปถ่ายในวัยเด็ก ผมยังคงมองเห็นภาพความทรงจำที่พ่ออุ้มผมขณะขับเรือไปด้วยหรือภาพตัวผมเองถือกุ้งเครย์ฟิชที่ได้มาหลังจากทริปดำน้ำทริปหนึ่งของแม่ได้อย่างชัดเจน สถานที่แห่งความทรงจำวัยเด็กอันอบอุ่นของใครหลาย ๆ คนอาจเป็นบ้านต้นไม้ แต่สำหรับผมมันคือทะเล

ผมเรียนดำน้ำด้วยสคูบาตั้งแต่อายุสิบขวบ และเมื่อผมโตขึ้น หากผมไม่ได้ออกไปดำน้ำ สิ่งแรกที่ผมทำในยามเช้าคือตื่นมาดูว่าสามารถโต้คลื่นได้ไหม(โชคดีที่ผมอาศัยอยู่ตรงข้ามฝั่งถนนของหาดโต้คลื่นที่เป็นที่นิยมที่สุดแห่งหนึ่งในเอสเพอเรนซ์) ชีวิตวัยเด็กของผมก็มีเพียงเท่านี้ เรียกได้ว่าผมอยากที่จะอยู่ในทะเลหรือไม่ก็บนทะเลตลอดเวลา จนถึงปี พ.ศ. 2560 นี้ ความหลงใหลในมหาสมุทรของผมก็คงอยู่เรื่อยมาและไม่เคยลดลง

วิดีโอจากโดรนของไจเมน ฮัดสัน แสดงภาพเหล่าวาฬเซาเทิร์นไรท์และลูกวาฬบนอ่าวเกรตออสเตรเลียนไบต์

สิ่งเดียวที่ต่างออกไปคือในตอนนี้ผมต้องอาศัยเก้าอี้รถเข็นในการไปไหนมาไหน ดังนั้นผมจึงต้องหาทางอื่นที่จะได้ดื่มด่ำความสุขจากมหาสมุทร โชคดีที่ความก้าวไกลทางเทคโนโลยีทำให้ผมสามารถใช้เพียงแค่สมาร์ทโฟน โดรน และรีโมทควบคุมระยะไกลเท่านั้นในการจะบินถลาขึ้นเหนือผืนทะเล

ผมเริ่มถ่ายภาพและวิดิโอจากโดรนในช่วงปลายปี พ.ศ. 2557 ตอนที่ผมดาวน์โหลดภาพฟุตเทจและได้เห็นมุมมองอันน่าตื่นตะลึง ผมก็ตกหลุมรักมันในทันที หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมใช้เวลาว่างทุกนาทีไปกับการบังคับโดรน จนในตอนนี้ผมมียอดการรับชมกว่าสองร้อยล้านครั้งในสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ และยูทูป

ภาพโดยไจเมน ฮัดสัน

ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2559 กรีนพีซออสเตรเลียแปซิฟิกได้ติดต่อผมให้ถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับอ่าวเกรตออสเตรเลียนไบต์ซึ่งเป็นอ่าวมหาสมุทรแห่งสำคัญที่ทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่งตะวันตกและมีวาฬเซาเทิร์นไรท์อพยพมาในทุกปี

แม่ของผมและเพื่อนสนิทคนหนึ่งร่วมเดินทางมาพร้อมผมเพื่อช่วยถ่ายทำ พวกเราจึงจัดของทุกอย่างที่ผมต้องการลงในรถตู้สำหรับใส่เก้าอี้รถเข็นและเริ่มออกเดินทางไปกลับเป็นระยะทาง 2,500 กิโลเมตรจากบ้านของผมสู่อ่าวเกรตออสเตรเลียนไบต์ ธรรมชาติและเหล่าสัตว์ป่าเฉพาะของออสเตรเลียสามารถพบเห็นได้มากมายตั้งแต่ก่อนพวกเราจะถึงที่หมายเสียอีก บรรดานกอินทรีหางแฉกตัวใหญ่และนกอื่นๆรุมกันล่าเหยื่อเป็นพัลวัน เหล่าจิงโจ้ นกอีมู และแม้แต่หมาป่าดิงโกเดินเถลไถลผ่านรถเราไป อีกทั้งพวกเรายังเห็นงูสองตัวฟัดกันในศึกอันดุเดือดโดยทั้งคู่ต่างรัดกันและกันเหมือนในสารคดีของ เดวิด แอทเทนเบอเรอห์

เมื่อพวกเรามาถึงอ่าวในตอนเช้า เราต่างรู้สึกอัศจรรย์ใจอย่างที่สุดเมื่อได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามที่ทำให้ทุกนาทีของการเดินทางแสนยาวนานนี้คุ้มค่า ผมมีความสุขเหลือเกินที่ได้เดินทางรอบโลกมาพบกับทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจต่างๆ และอ่าวแห่งนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังเลย

ผมมองผ่านขอบหน้าผาหยักแหลมขรุขระออกไป และรู้สึกราวกับโลกถูกมหาสมุทรกลืนหายไป เหลือไว้เพียงหน้าผาสูงชันถึง 60 เมตร พวกเราใช้เวลากว่า 5 วันเพื่อสำรวจเส้นทางต่างๆมากมายและหาที่ที่เหมาะแก่การถ่ายทำสารคดี และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อหาพวกวาฬแสนสง่างามเหล่านั้น แล้วในที่สุดเราก็โชคดีได้พบแม่วาฬกับลูก ๆ ของเธอ ผมถ่ายพวกวาฬและตามมันไปโดยไม่ให้รู้ตัว นับเป็นการได้เห็นชีวิตและความงดงามอันน่าอัศจรรย์ใจของสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เรายังคงไม่อาจเข้าใจได้อย่างแท้จริง 

อย่างไรก็ตาม โชคร้ายที่อ่าวเกรตออสเตรเลียนไบต์กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการผลิตน้ำมันและก๊าซของบริษัทขุดเจาะน้ำมันรายยักษ์อย่างเชฟรอน ที่ต้องการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อดินแดนอันแสนบริสุทธิ์แห่งนี้เหตุการณ์นี้อาจทำลายแหล่งอนุบาลวาฬที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและที่อยู่อาศัยอันล้ำค่าของเหล่าสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ แต่ยังอาจทำให้อ่าวนี้กลายเป็นเหยื่อของหายนะครั้งใหญ่ระดับโลกจากน้ำมันรั่วครั้งต่อไป ดังเช่นเหตุการณ์น้ำมันรั่วดีปวอเทอร์ ฮอไรซอน (Deep Water Horizon) ที่เคยเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2553 ที่อ่าวเม็กซิโก

แต่โชคดีที่ในปีก่อน บีพี บริษัทขุดเจาะน้ำมันรายยักษ์แห่งหนึ่ง ตัดสินใจยกเลิกแผนการขุดเจาะน้ำมัน แต่การคิดว่าเป็นไปได้ที่บริษัทอื่น ๆ อาจกล้านำสถานที่อันแสนงดงามแห่งนี้ไปเสี่ยงกับหายนะน้ำมันรั่วได้นั้นเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เหตุการณ์นี้ยิ่งเพิ่มพูนความรักในมหาสมุทรของผม และสิ่งสำคัญกว่านั้น ความต้องการปกป้องมหาสมุทรของผม 

ภาพไจเมน ฮัดสัน กำลังบังคับโดรนของเขา

ถอดความตามที่กล่าวแก่ ทอม อัลเลน Senior Campaign Strategist กรีนพีซสากล

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

แปลและเรียบเรียงโดย สรรพร อุไรกุล อาสาสมัครกรีนพีซ


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่