ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สองพี่น้อง บาสเก็ส ตอเรส (Vázquez Torres) และ อากุสติน ตอเรส (Agustín Torres) ถูกฆาตกรรมในบริเวณใกล้เมืองกวาดาลาฮารา รัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก พวกเขาเป็นผู้นำของชนเผ่าวิซาริก้า Wixárika (Huichol) ซึ่งพยายามปกป้องดินแดนของตนจากการบุกรุกของกลุ่มผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์และผู้ค้ายาเสพติด โศกนาฏกรรมอันเกิดจากความละโมบและความทุจริตครั้งนี้นับเป็นกริ่งสัญญาณเตือนภัยให้กับนักกิจกรรมผู้ปกป้องธรรมชาติ

มิเกล บาสเก็ต ตอเรส หัวหน้าชนเผ่าวาซาริก้า ผู้เสียชีวิต (รูปโดย เนลสัน เดนแมน)

วิกฤตการณ์ในพื้นที่ชุมชนพื้นเมืองทั่วโลกนี้นับเป็นเรื่องฉุกเฉินพอๆกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลกราว 400 ล้านคนซึ่งมีวัฒธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันกว่า 5,000 รูปแบบ เป็นเสมือนตัวแทนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลก ดินแดนของพวกเขาถูกรุกรานจากบริษัทเหมืองแร่และป่าไม้ ปศุสัตว์และการทำไร่ การขุดเจาะหาแหล่งน้ำมัน และในตอนนี้ยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดอีกด้วย

แม้ว่าในปีพ.ศ. 2550 จะมีปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี แทบไม่มีชาติใดที่ตระหนักถึงสิทธิในดินแดนของพวกเขาอย่างจริงจัง ดินแดนของชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆถูกตักตวงเอาทรัพยากรธรรมชาติไปโดยปราศจากความยินยอมหรือคำสั่งทางกฎหมายเนื่องจากดินแดนพื้นเมืองมักเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆเหล่านี้จึงไม่เพียงแต่ต่อสู้เพื่อปกป้องวัฒนธรรมของตน แต่ยังเพื่อปกป้องสิ่งที่ยังคงอยู่ในระบบนิเวศป่าของโลกใบนี้

เมืองหลวงทางการเมืองของเม็กซิโก

มิเกล บาสเก็ต ตอเรส ผู้ตรวจการของวาซาริก้า และอากุสติน ทนายของสงครามแก่งแย่งดินแดนครั้งนี้ เป็นสมาชิกของชุมชนพื้นเมืองซาน เซบาสเตียน เตโปนาอวกซ์ตลัน (San Sebastian Teponahuaxtlán) ทั้งคู่ได้ริเริ่มโครงการเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ขนาด 10,000 เฮกตาร์ และพื้นที่แห้งแล้งร้อยละ 4 ของดินแดนบรรพบุรุษวาซาริก้า พวกเขาได้เชิญกลุ่มผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์มาเข้าร่วมการอภิปรายอย่างสันติและขอให้รัฐบาลเม็กซิกันช่วยดูแลความปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงระหว่างการต่อต้านกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด

ในตอนนี้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดกำลังพยายามแทรกซึมเข้าไปในดินแดนวาซาริก้า เพื่อสอดส่องหาพื้นที่ห่างไกลเพื่อปลูกพืชผิดกฏหมาย ในปีพ.ศ. 2544 หัวหน้าแก๊งค้ายา คัวกิ้น “เอล ชาโป้” กุซมัน ( Joaquín "El Chapo" Guzmán) เข้ายึดดินแดนวาซาริก้าเพื่อปลูกกัญชา และภายหลังจากที่เอล ชาโป้ถูกจับกุมตัวในปีพ.ศ. 2557 กลุ่มผู้ค้ายาซินาลัวและพวกรุ่นใหม่ (Sinaloa and Nueva Generación) ได้เข้ามาครอบครองพื้นที่แถบนั้นต่อและปลูกฝิ่นแทนที่กัญชาเพื่อตอบสนองตลาดยาเฮโรอีนของสหรัฐอเมริกา และเนื่องจากกลุ่มผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์และกลุ่มผู้ค้ายาต่างก็มีความต้องการจะกำจัดแรงต้านจากชนเผ่าวาซาริก้า ทำให้บางคนเชื่อว่าทั้งสองกลุ่มร่วมมือกันก่อความรุนแรง

ระหว่างช่วงล่าอาณานิคมในยุโรป เขตแดนวาซาริก้าบริเวณชาวฝั่งตะวันตกของเม็กซิโกขนาด 240,000 เฮกตาร์ถูกยึด โดยช่วงแรกเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์ ผู้บุกรุกตั้งถิ่นฐานเหล่านี้ซึ่งพกอาวุธและมักได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจได้ต่อต้านความพยายามจะเรียกดินแดนคืนของชาววาซาริก้า

ชุมชนวาซาริก้ากังวลว่าจะสูญเสียดินแดนของบรรพบุรุษตนไป เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2559 (รูปโดย อับราฮัม เปเรซ)

หลังจาก 50 ปีแห่งการดิ้นรน ศาลนายาริตตัดสินให้คืนดินแดนจำนวน 10,000 เฮกตาร์แก่ชาววาซาริก้า บาสเก็ต ตอเรส ขึ้นกล่าวแก่ผู้ทำฟาร์มปสุสัตว์เพื่อผ่อนคลายความกังวลและเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินแลกเปลี่ยนแก่คนเลี้ยงสัตว์เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง เมื่อรัฐบาลปฏิเสธที่จะจ่ายเงินและไม่สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนได้ ผู้นำวาซาริก้าจึงระดมชาวบ้านจำนวน 1,000 คนเข้ายึดฟาร์มร้าง

กลุ่มผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์ที่กำลังครุกรุ่นไปด้วยความโกรธได้ปิดถนน จับตัวเจ้าหน้าที่ศาล นักข่าว และชาววาซาริก้า โดยซานโตส แอร์นันเดส (Santos Hernandez) ผู้ตรวจการเมือง เผยว่าเจ้าหน้าที่ต่างหวาดกลัวที่จะเดินทางเข้าไปในเขตเมืองเนื่องจากเหตุความรุนแรง เขากล่าวแก่ Center For World Indigenous Studies ว่า “พวกเขา [ผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์และแก๊งค์ค้ายา] กำลังเฝ้ามองพวกเราทุกคนและครอบครัวของเรา” ในเดือนมกราคม 2560 อิซิโดร บาลเดเนโกร ผู้นำกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนทาราอูมาร่า (Tarahumara) ถูกยิงในรัฐชีวาวา

ในสภาคองเกรสเม็กซิกัน เกลเมนเต้ กัสตันเยดา (Clemente Castañeda) ประธานสภาฝ่ายค้านได้เสนอร่างทางแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของรัฐบาลในรัฐนายาริตและฮาลิสโก (Nayarit/Jalisco) และบังคับใช้เป็นกฏหมายในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ทว่ากลับไม่ได้ประโยชน์ใดๆ ด้วยความล่าช้าของรัฐบาล ในที่สุดบาสเก็ตและอากุสติน ตอเรสก็ถูกยิงเสียชีวิตในเดือนพฤษภาคม

“พวกเราวิงวอนต่อเจ้าหน้าที่ทางการของเมือง” เฟล่า เปลาโย่ (Fela Pelayo) หัวหน้ากรรมาธิการสภาเพื่อกระทรวงท้องถิ่นของฮาลิสโกกล่าว “พวกเราบอกว่าสถานการณ์มันละเอียดอ่อนมาก และ… ตอนนี้ หลังจากแปดเดือนผ่านไปที่พวกเขาไม่ทำอะไรเสียที เราก็ต้องสูญเสียผู้นำชนพื้นเมืองไปถึงสองคน”

“ชนพื้นเมืองไม่ได้เป็นตัวแทนทางการเมืองให้กับพรรคการเมืองใดๆ” บาสเก็ต ตอเรส กล่าวกับสื่อก่อนที่เขาจะถูกยิง “พวกเขาเลยไม่ได้เห็นว่าเรื่องของเรามันสำคัญเท่าไรนัก”

ครอบครัว

คุณแม่ชาวมุนดูรุกุและลูกๆ (Munduruku) ในอะเมซอน

ชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลกต่างกำลังต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนของตน ตั้งแต่ชาวซามี่ (Sami) ในสแกนดิเนเวีย ชาวไอนุ (Ainu) ในหมู่เกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ชาวทิเบตัน (Tibetan) และมองโกเลียน (Mongolian) ที่ถูกครอบครองดินแดนโดยจีน ไปจนถึงชาวเดการ์ (Degar) และขแมร์กรอม (Khmer Krom) ในเวียดนาม ตั้งแต่ชาวบาหลี (Balinese) ซาซัก (Sasak) นัวอูลู (Nuaulu) และอีกกว่า 300 ชนเผ่าในอินโดนีเซีย ไปจนถึงชาวเอสกีโมอินูอิต (Inuit) ในอาร์กติกและอีกกว่าหลายพันกลุ่มบนทุกๆทวีป

มีชนเผ่าพื้นเมืองกว่า 60 คนที่ยังคงอาศัยอยู่ในป่ามะเมซอนส่วนเขตประเทศบราซิลโดยไม่ติดต่อกับบุคคลภายนอก การที่พวกเขารักษาอิสรภาพของตนไว้จึงเป็นการช่วยรักษาพื้นที่ป่าดิบชื้นไว้ได้หลายล้านเฮกตาร์ ในช่วงปี 2493 ดินแดนของชาวกูอารานี่ (Guarani) และไคโอว่า (Kaiowa) ถูกขายเพื่อทำการเพาะปลูก และในขณะที่ชนพื้นเมืองลดจำนวนลงและต้องโยกย้ายไปอยู่ในเมืองและถิ่นฐานใหม่อย่างยากจนข้นแค้น อัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มชนพื้นเมืองก็เพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 22 ครั้งของอัตราประชากรชาวบราซิลคนอื่นๆ เมื่อชาวกูอารานี่และไคโอว่าย้ายกลับไปอาศัยที่ดินแดนดั้งเดิมของบรรพบุรุษตนในปี 2547 กลุ่มผู้ตัดไม้ ผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์ และเกษตกร ก็ได้บุกเข้าโจมตีพวกเขา จนในปี 2554 Nizio Gomes ผู้อาวุโสของชนเผ่าดังกล่าวถูกยิงเสียชีวิต

ในปี 2507 บริษัทเท็กซาโก (Texaco) หรือเชฟรอน (Chevron) ในปัจจุบัน ได้ค้นพบแหล่งน้ำมันในป่าอะเมซอนส่วนเขตประเทศเอกวาดอร์และเริ่มต้นขุดเจาะน้ำมันในปี 2510 โดย 25 ปีต่อมา พวกเขาได้ทิ้งฝันร้ายที่เต็มไปด้วยมลพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำและพื้นดินไว้ ทำให้อันตราการเป็นมะเร็งของชนเผ่าพื้นเมืองเพิ่มสูงขึ้นมาก ชนเผ่าโคแฟน (Cofán) ซีโอน่า (Siona) ซีโคย่า (Secoya) คีชวา (Kichwa) และฮัวโอรานี่ (Huaorani) ได้รวมตัวกันกว่า 30,000 คนเพื่อฟ้องร้องเท็กซาโกในปี 2536 โดยหลังจากการต่อสู้ในศาลผ่านไป 20 ปี ในปี 2557 กลุ่มโจทก์ชนะคดีในศาลสูงสุดของเอกวาดอร์และได้รับค่าชดเชย 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวสามแสนล้านบาท บริษัทเชฟรอนจึงได้เข้าซื้อเท็กซาโกและหลบหนีจากเอกวาดอร์โดยปฏิเสธที่จะจ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งศาล ในที่สุดคดีนี้ก็ถูกยกฟ้องในศาลของสหรัฐอเมริกา ทว่าคดีนี้ถูกย้ายไปยังศาลแคนาดาเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ ทำให้เชฟรอนยอมจ่าย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯแก่ทนายเพื่อสู้คดี แต่กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองผู้เคราะห์ร้ายนี้กลับไม่ได้รับเงินแม้แต่เซนต์เดียว

ชนเผ่ากูอารานี่และวีชี่ (Wichi) ในอาร์เจนตินาต่างผ่านการเอาชีวิตรอดจากนักล่าอาณานิคม พ่อค้าทาส บาทหลวง รัฐบาลทหารและเจ้าหน้าที่ที่คอยกำจัดศัตรูทางการเมือง  และในปี 2547 พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยฮวน คาร์ลอส โรเมโอ (Juan Carlos Romero) ผู้ว่าราชการของเมืองซัลตาในทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา ได้อนุญาตให้บริษัทมอนซาโต (Monsato) และบริษัทคาร์กิล (Cargill) ซึ่งเป็นบริษัทเกษตรกรรมขนาดใหญ่ถางและเผาพื้นที่ป่าสงวนเดิมขนาด 18,000 เฮกตาร์เพื่อเพาะปลูกถั่วเหลือง กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองวีชีและกูอารานีจึงขอความช่วยเหลือจากทางกรีนพีซเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ในชุมชนของตน

ในทุกๆสามนาที พื้นที่ป่าในอาร์เจนติน่าลดลงขนาดเท่าหนึ่งสนามฟุตบอล

เมื่อฤดูร้อนของปี 2548 ฉันเดินทางไปอาร์เจนติน่าในโครงการฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวและได้เห็นกับตาว่าสุดขอบฟ้านั้นลุกโชนไปด้วยไฟ ขบวนรถถางป่ากวาดล้างหน้าดินไปทั่วพื้นที่ราวกับรถถังในช่วงสงคราม ทำลายล้างบ้านเรือนของชาววีชีและที่อยู่อาศัยของจิ้งจอก สมเสร็จ แมวป่า เสือจากัวร์ ตัวกินมด หมูป่า นกทูแคน นกล่าเหยื่อ และนกแก้วต่างๆไปสิ้น

เมื่อชาววีชี่และกรีนพีซร่วมมือกันเข้ายึดรถถางป่าและได้รับความสนใจจากสื่อ ผู้มีชื่อเสียงก็เริ่มออกมาช่วยเรียกร้อง เช่น ดิเอโก้ มาราโดนา (Diego Maradona) นักฟุตบอลชื่อดังซึ่งเชิญผู้อาวุโสของเผ่าวีชีมาออกรายการโทรทัศน์ของเขา จนในที่สุด เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2549 เนสเตอร์ คาร์ลอส เคียร์ชแนร์ (Néstor Carlos Kirchner) ประธานาธิบดีอาร์เจนติน่า ก็ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยปกป้องบ้านเรือนของชาววีชี่ “พวกเราขอร้องให้ประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับผู้คนและป่าไม้มากกว่าบรรษัทข้ามชาติ” โนเอมี กรูซ (Noemi Cruz) นักรณรงค์ชาวกูอารานี่กล่าว “และในครั้งนี้ เราชนะ”

การพัฒนาที่ทำลายล้าง

นักเศรษฐศาสตร์การเมืองต่างพยายามให้เหตุผลสนับสนุนการยึดที่ดินของชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการพัฒนาทางอุตสาหกรรมด้วยทฤษฎีที่อ้างว่าจะเป็นการช่วยผู้คนจากความยากจน ทว่าในความเป็นจริงแล้วการนำทรัพยากรออกสู่ภาคอุตสาหกรรมกลับเป็นการขับไล่ผู้คนให้ออกจากชีวิตที่เรียบง่ายและมั่นคงในระบบนิเวศที่เต็มไปด้วยผลผลิตไปสู่สังคมชุมชนแออัดที่แสนยากจนในเมืองใหญ่ ในขณะที่เงินกลับหมุนเวียนอยู่เฉพาะในกระเป๋าของนักพัฒนาที่ร่ำรวยและบริษัทจากนานาประเทศเท่านั้น

การใช้ความรุนแรงกับชนเผ่าพื้นเมืองเป็นการแสดงถึงข้อจำกัดหรืออาจถึงขั้นความล้มเหลวโดยสมบูรณ์ของธนาคารโลก (World Bank) และทฤษฎีการค้าเสรี โลกาภิวัฒน์นี้ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้คนจำนวนมากแต่อย่างใด ทว่ากลับยิ่งขยายช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวย และความท้าทายของสังคมในศตวรรษที่ 21 นี้ก็ยังคงเป็นการตามหาความสมดุลที่มั่นคงและน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจ นิเวศวิทยา และความยุติธรรมทางสังคม

หัวหน้าชนเผ่าพื้นเมืองได้รับรางวัล Equator Prize ในการประชุม COP21 ที่กรุงปารีส

ในระหว่างการประชุม COP21 ผู้นำชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆทั้งเผ่าซามิ (Sami) มองโกเลียน (Mongolian) ลาโกตา (Lakota) ซาลิช (Salish) และเผ่าอื่นๆต่างมารวมตัวและนัดพบกันที่เมืองมิลิมองต์นอกกรุงปารีส โดยในสุนทรพจน์ที่พวกเขากล่าวกลับผู้นำของโลกต่างๆใน “วิกฤตของพระแม่ธรณี” (The Critical State of Our Mother Earth) เขียนไว้ดังนี้

“พระแม่ธรณีผู้สูงส่ง ผู้มอบชีวิตให้กับกับทุกสรรพสิ่ง กำลังบาดเจ็บหนักเหลือเกิน ท่านถูกดูถูกเหยียดหยาม ปนเปื้อนไปด้วยสารพิษ และกำลังจะดับสูญไปด้วยฝีมือของครอบครัวมนุษย์ของเรานี้เองที่ต่างถูกชักจูงให้กระทำการผิดพลาด ทั้งการล่าอาณานิคม ระบบอุตสาหกรรม การบริโภคนิยม และสงครามต่าง ๆ ล้วนส่งผลให้เกิดการทารุณกรรมอย่างไร้ความปราณีแก่พระแม่ธรณีอันเป็นที่รักของเรา...

“พวกเราต้องเตือนตนเองและครอบครัวมนุษย์ของเราผ่านการดำเนินชีวิต คำสวดภาวนาอันศักดิ์สิทธิ์ บทเพลง งานพิธี และคำพยากรณ์โบราณต่างๆ ว่าพระแม่ธรณีคือผู้มอบชีวิตอันแสนสูงส่งแก่เรา ท่านไม่ควรถูกกระทำราวกับเป็นคลังขุมทรัพย์ที่ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด เป็นถังขยะว่างเปล่าที่สามารถทิ้งขยะลงไปเท่าไรก็ได้ทั้งนั้น และเป็นที่ตักตวงความผาสุขเพื่อสนองความหิวกระหายโลกแห่งวัตถุ”

ผู้นำแห่งวาซาริก้า และสองพี่น้องบาสเก็ตและอากุสติน ตอเรส ได้สละชีวิตของพวกเขาให้กับบทสวดภาวนาอันศักดิ์สิทธิ์นี้

Rex Weyler เป็นนักเขียน นักข่าว และผู้ร่วมก่อตั้งกรีนพีซสากล

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

แปลและเรียบเรียงโดย สรรพร อุไรกุล อาสาสมัครกรีนพีซ


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่