เรื่องราวของครอบครัวที่กำลังล้มลงจากการทำธุรกิจถ่านหิน แต่ได้รับโอกาสอีกครั้งจากอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์

ยุคใหม่แห่งวิวัฒนาการด้านพลังงานของจีนกำลังก่อตัวขึ้น แม้ว่าจะเป็นที่สนใจน้อยกว่าโครงการใหญ่ๆที่มาพร้อมกับพาดหัวข่าวตื่นตาตื่นใจในแถบตะวันตกเฉียงเหนือ แต่มันกลับมีพลังมากไม่ต่างกัน

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกได้ศึกษาดูว่าการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานครั้งใหญ่ของจีนส่งผลอย่างไรกับการใช้ชีวิตและที่อยู่อาศัยของผู้คน และพบว่าจีนได้เปลี่ยนเส้นทางจากผู้บริหารกิจการถ่านหินเดิม กลายมาเป็นการกระจายพลังงานแสงอาทิตย์ ไปสู่กลุ่มผู้อยู่อาศัยที่สามารถมอบแสงสว่างให้กับชุมชนและบ้านของตนได้ด้วยแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านของพวกเขาเอง

เป็นเวลาหลายปีทีเดียวที่ Chen Yongshuan และ Chen Hao บุตรชายของเขาร่วมกันทำธุรกิจเหมืองถ่านหินในมณฑลเหอเป่ยเช่นเดียวกับกับพ่อค้าถ่านหินรายเล็กจำนวนมากรายอื่นๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาต้องพยายามดิ้นรนอย่างมากเพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้  Chen Yongshuan กล่าวว่า “ในทุกๆปี มลพิษในอากาศแย่ลงเรื่อยๆ และในทุกๆปี ราคาถ่านหินก็ตกลงเรื่อยๆ เราแทบจะทำกำไรไม่ได้เลย”

ตั้งแต่ปี 2556 วิกฤตมลพิษทางอากาศทั่วประเทศจีนและราคาถ่านหินที่ตกฮวบทำให้เหมืองถ่านหินต่างทยอยกันปิดตัวลงเรื่อยๆ   กิจการถ่านหินรายเล็กอย่างของ Chen Yongshuan จึงได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรุนแรง ทำให้คู่พ่อลูกนักธุรกิจจากเหอเป่ย ซึ่งเป็นมณฑลที่ขึ้นชื่อว่ามลพิษทางอากาศร้ายแรงที่สุด กำลังต้องการทางออกอย่างมาก

โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ CPIC PV ในเมือง Quyang มณฑลเหอเป่ย

ในที่สุด Chen Hao ก็เป็นผู้เสนอให้ปิดกิจการถ่านหินและผันตัวมาทำธุกิจพลังงานแสงอาทิตย์แทน “ผมเข้าใจการทำงานของระบบโซลาร์จากโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนภูเขาพวกนั้น ทำให้ผมรู้ว่าการจัดการไฟฟ้าระบบจำหน่ายของโซลาร์นั้นสามารถทำได้จริง”

อย่างไรก็ตาม พ่อและคนอื่นๆในครอบครัวก็ยังคงไม่แน่ใจนัก พ่อของเขาเลือกที่จะทำโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป ขณะที่ Chen Hao พยายามทำเส้นทางธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นจริงให้ได้

ในตอนแรกเขายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ลูกค้าทุกคนที่เขามีคือชาวบ้านในชุมชนเท่านั้น ซึ่งส่วนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแผงโซลาร์เซลล์คืออะไร จึงน่าไม่แปลกใจนักที่พวกเขาไม่สนใจจะใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งเหล่านี้ “เมื่อคุณพูดว่า ‘พลังงานแสงอาทิตย์’ พวกเขาไม่เข้าใจว่าคุณพูดถึงอะไร”

ตลอดทั้งปี 2556 Chen Hao เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านทุกวันเพื่อพยายามทำให้ธุรกิจใหม่ของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น บางครั้งเขาต้องตะโกนจนเสียงแหบเพื่อพยายามเรียกความสนใจ

Chen Hao ยืนอยู่บนหลังคาบ้านของลูกค้ารายหนึ่งของเขา 

แม้ว่าจะต้องใช้ความอดทนอย่างมากในการอธิบายและความบากบั่นอย่างเหลือล้น ทว่าในที่สุดลูกค้าของเขาก็เริ่มสังเกตสิ่งที่เขาทำ ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆเริ่มหันมาสนใจจากการบอกต่อๆกันไป จนกระทั่งบริษัทของ Chen Hao สามารถเปิดตลาดส่วนภูมิภาคและสามารถทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของเขาได้

ในปี 2559 ครอบครัวของเขาสามารถติดตั้งแผงโซลาร์ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ในพื้นที่ได้สำเร็จ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลังคาเรือนราว 15,000 เมตร จนในตอนนี้ พวกเขามีส่วนแบ่งการจำหน่ายตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ของบ้านเรือนในชุมชนของเขาถึงร้อยละ 30 เลยทีเดียว

สำหรับชาวบ้านในชนบทที่มีรายได้ต่ำ การส่งเสริมการเงินเพื่อสร้างการลงทุนติดตั้งโซลาร์ครั้งแรกให้กับบ้านเรือนนั้นนับเป็นเป็นเรื่องยากอย่างที่ทุกคนทราบกันดี ดังนั้น ในปี 2557 Chen Hao จึงโน้มน้าวให้ธนาคารชุมชนยอมมอบเงินกู้เพื่อการติดตั้งแผงโซลาร์ขนาดย่อมแก่ลูกค้าของเขาเพื่อช่วยประคองให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นอุปสรรคทางการเงินในช่วงเริ่มต้นนี้ไปได้

ชาวบ้านในชุมชน ที่ตลาดหมู่บ้าน Xiaomuxiang เมือง Quyang

Chen Hao เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง “คุณจำเป็นต้องตามกระแสสังคมให้ทัน ประเทศของเราต้องพัฒนา พวกเราเองแม้จะเป็นครอบครัวเล็กๆก็ต้องพัฒนาเช่นกัน พวกเราเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมนี้จะนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่า”

แม้แต่พ่อของเขาเองก็เริ่มคิดว่า “จากนี้เป็นต้นไป ผมจะลงทุนในธุรกิจของ Chen Hao ผมจะฟังลูกชายของผม และผมจะหยุดทำธุรกิจถ่านหินในปีหน้านี้”

การเปลี่ยนแปลงในใจของ Chen Yongshuan ไม่อาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่านี้อีกแล้ว สำหรับผู้ค้ารายเล็กๆในจีนนั้นขึ้นอยู่กับว่าเมื่อใดกิจการของพวกเขาจะต้องถูกปิดตัวลง ไม่ใช่มันจะปิดตัวลงหรือไม่ ไม่ว่าจะเพราะกำไรที่ลดลงเรื่อยๆหรือเพราะการยุติการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าในระดับประเทศก็ตาม ในปี 2558 เหมืองถ่านหินขนาดเล็กในประเทศ 6,500 แห่งยังคงเปิดใช้งาน และในปีเดียวกันนี้เอง เหมืองถ่านหิน 500 แห่งก็ปิดตัวลง โดยเหมืองถ่านหินอีก 6,000 แห่งที่ยังเหลืออยู่คาดว่าจะปิดตัวลงทั้งหมดในสิ้นปี 2563

ในตอนนี้อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ความต้องการใช้ถ่านหินลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในจีนนั้นยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต และเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งนี้มาพร้อมกับโอกาสใหม่ๆมากมาย ทำให้จีนไม่ใช่แค่เพียงสามารถก้าวเข้าสู่ต้นอ่อนแห่งอุตสาหกรรมนี้ได้ แต่ยังสามารถสร้างกองทัพอันแข็งแกร่งที่จะช่วยต่อกรกับมลพิษทางอากาศในประเทศได้

อาจยังต้องรอดูต่อไปว่าผู้ค้าถ่านหินรายเล็กในจีนจะสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้หรือไม่ ทว่าการดำเนินธุรกิจถ่านหินในจีนนั้นกลายเป็นทางเดินที่แคบลงเรื่อยๆ ซึ่งเราเห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบัน

อย่างที่ Chen Hao กล่าวไว้ว่า “พวกเราต้องก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยไปข้างหลัง”

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในจีนโดยประชาชนได้ที่นี่และที่นี่

Anna McGurk นักเขียนบทความกรีนพีซ เอเชียตะวันออก 

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

แปลและเรียบเรียงโดย สรรพร อุไรกุล อาสาสมัครกรีนพีซ


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่