กลุ่มผู้อยู่อาศัยกลุ่มนี้ มารวมตัวกันเพื่อทำให้เกิดโซลาร์รูฟท็อปที่เซี่ยงไฮ้ 

อีกช่วงยุคหนึ่งของการปฏิวัติพลังงานของประเทศจีนกำลังเกิดขึ้น ถึงจะมาอย่างเงียบๆ เงียบกว่าโครงการอันน่าจับตามองของทางตะวันตกเฉียงเหนือเสียอีก แต่ก็มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันเช่นกัน

จากผู้ประกอบการผู้หันหลังให้กับถ่านหิน กลายมาเป็นผู้บุกเบิกทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่กำลังหันมาติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านไปเรื่อยๆที่ละหลัง กรีนพีซ เอเชียตะวันออกจึงไปสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานครั้งยิ่งใหญ่นี้ ว่าจะสามารถผลักดันชีวิตความเป็นอยู่ในแต่ละหลังคาเรือนไปในทางใดได้บ้าง

ในมุมหนึ่งของศูนย์ชุมชนห่าวตี้ฟาง เหล่าผู้อยู่อาศัยที่มากระจุกกันอยู่ ณ ตรงนี้ กำลังหารือกันอย่างออกรส พวกเขาคือคณะกรรมการที่ต้องการจะนำแผงพลังงานแสงอาทิตย์ มาติดตั้งตามหลังคาบ้านเรือนต่างๆ รวมถึงพื้นที่สาธารณะในเขตชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ โดยพวกเขาเริ่มที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปได้แล้วบ้างเช่นกัน

คุณหนี่ฮวนได้ริเริ่มจัดตั้งโครงการของชุมชนนี้ในสวนหลังบ้านของเธอ และในขณะนี้ก็ได้มีผู้ไปเข้ามาชมมาแล้วกว่า 1,600 คน เคียงคู่ไปกับองค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่น (NGO) ที่เธอก่อตั้งขึ้น พวกเขามีทั้งการจัดทัศนศึกษา จากในบ้านของตัวหนี่ฮวนเองและที่ทำการหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงเรียนในท้องถิ่น เช่นเดียวกับการจัดสรรพื้นที่สำหรับคนที่จะเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของบ้านพลังงานแสงอาทิตย์

นายซูกล่าวอย่างกระตือรือร้นเกี่ยวกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในอาคารที่อยู่อาศัยของเขาว่า "ระบบสามารถทำกำไรได้ในเวลาเพียงแค่ 6 ปี...และยังสามารถให้พลังงานกับลิฟท์หลายต่อหลายเครื่อง รวมถึงระบบส่องสว่างและระบบสูบน้ำของชุมชน...โดยผลกำไรใดๆก็ตามจะสามารถนำไปแบ่งสันปันส่วนระหว่างผู้อยู่อาศัยด้วยกันเองได้อีกด้วย”

ก่อนที่จะมีการดำเนินการติดตั้งโครงสร้างชนิดใดๆก็ตามบนด้านบนของอาคารได้ จะต้องมีความอนุญาตจากเจ้าของบ้านครึ่งหนึ่งในอาคารเสียก่อน  ดังนั้นนายซู และคณะกรรมการของเขาจึงต้องเข้าร่วมการประชุมและการเจรจากับผู้อยู่อาศัยที่คัดค้านการติดตั้งอย่างไม่มีที่สิ้นสุดอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดพวกเขาก็สามารถได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนบ้านของพวกเขา และติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของเซี่ยงไฮ้ที่อยู่บนตึกสูงได้สำเร็จ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเขาได้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปถึง 50 ตัน "มันเป็นผลประโยชน์ที่ 'มองไม่เห็น' เป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถจะประเมินเป็นเม็ดเงินได้"

เซี่ยงไฮ้ เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆในประเทศจีน มีความตระหนักถึงด้านสิ่งแวดล้อม รายได้ และที่สำคัญคือความเต็มใจที่จะใช้เทคโนโลยีสีเขียวอยู่สูงกว่าที่อื่น สิ่งนี้ทำให้พวกเขามีความพร้อมกับการพัฒนาทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเหล่านี้กำลังต้องการที่จะส่งเสริมอยู่แล้วเช่นกัน

สำหรับคุณข่าน ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่เธอติดตั้งไว้สำหรับบ้านของเธอ ทำให้เกิดประโยชน์นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางการเงินอีกเช่นกัน "นี่คือการเรียนรู้อันล้ำค่าสำหรับลูกของฉัน ...จากการที่ได้เลี้ยงดูเธอให้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ใช้เทคโนโลยีสีเขียว และการเลือกการตัดสินใจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ เราหวังว่าเมื่อเธอโตขึ้น เธอจะยังคงเลือกใช้ชีวิตในแบบเดียวกัน"

แม้จะเจออุปสรรคกีดขวางระหว่างทางมาบ้าง คนกลุ่มนี้ก็ยังเชื่อว่าการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างแพร่หลาย คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต "สิ่งนี้ (พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือน) จะกระจายไปในบ้านและโรงเรียนอีกนับหมื่นแห่งในอนาคต"

"แรงผลักดันจากชุมชน คือวิธีที่เราจะสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงทางพลังงานเกิดขึ้นได้"

 Anna McGurk บรรณาธิการ กรีนพีซ เอเชียตะวันออก ในปักกิ่ง


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่