จีนเปิดตัวสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นเป็นครั้งแรก เพื่อสนับสนุนการลดปริมาณมลพิษในอากาศตามมติที่ประชุมทางการเมือง

ตั้งแต่ที่จีนเริ่มปล่อย ‘แผนปฏิบัติการลดมลพิษทางอากาศ’ รัฐบาลท้องถิ่นต่างก็เริ่มสั่งปิดตัวโรงงานเหล็กเก่าขนาดเล็ก

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โรงงานเหล็กหลายสิบแห่งในจีนได้หยุดหรือลดการปฏิบัติการลงโดยไม่มีข้อถกเถียงใดๆมากนัก  และในทางตอนเหนือของจีน โรงงานปูนซีเมนต์หลายแห่งเองก็เตรียมปิดทำการลงอย่างเต็มรูปแบบก่อนช่วงคริสต์มาสเช่นกัน

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการขั้นจริงจังซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะลดปริมาณมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศในช่วงฤดูหนาวให้ได้ร้อยละ 15 ต่อปี โดยจะดำเนินการต่อเนื่องในช่วงฤดูหนาวเป็นระยะเวลา 5 เดือนของทุกปี จีนจำเป็นต้องลดมลพิษดังกล่าวให้ได้เนื่องจากทั้งในปักกิ่งและมณฑลอุตสาหกรรมโดยรอบต่างจมอยู่ภายใต้มลพิษฝุ่นในฤดูหนาวอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้ ซึ่งค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในหลายๆมณฑลนั้นขึ้นสูงถึงระดับ “อันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก” แล้ว

การปิดตัวลงของโรงงานต่างๆนี้เริ่มขึ้นก่อนการการประชุมสมัชชาพรรคแห่งชาติจีนที่จัดขึ้นสองครั้งในทุกๆสิบปี ซึ่งประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้เสนอร่างโครงการ “เมืองจีนอันแสนงดงาม” โดยโครงการนี้ร่างขึ้นเพื่อเริ่มจัดการปัญหามลพิษอย่างเต็มรูปแบบในกลางเดือนพฤศจิกายนและต่อเนื่องไปตลอดฤดูหนาวนี้

ระเบียบปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลกระทบกับปริมาณการผลิตเหล็กราวหนึ่งในสี่ และกับการผลิตซีเมนต์ราวร้อยละ 10

จีนคาดไว้ว่ามาตรการนี้จะทำให้การปริมาณผลิตเหล็กในประเทศลดลงกว่าร้อยละ 10 ในอีก 5 เดือนข้างหน้า และจะช่วยเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณที่มากพอๆกับที่เดนมาร์กและฟินแลนด์ปล่อยในหนึ่งปี

มลพิษทางอากาศ

อุตสาหกรรมเหล็กนับเป็นภาคส่วนที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง เนื่องจากมณฑลเหอเป่ยซึ่งอยู่ข้างเคียงนั้นนับเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในโลกและมีระบบการจัดการควบคุมการปล่อยมลพิษที่ประสิทธิภาพต่ำกว่ามณฑลอื่นๆซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่เช่นกัน

ภาคส่วนอุตสาหกรรมเป็นตัวการปล่อยมลพิษทางอากาศถึงร้อยละ 40-50 ของระดับ PM2.5 ในมณฑลดังกล่าว โดยโรงงานเหล็กและซีเมนต์นั้นนับเป็นภาคที่ปล่อยมลพิษสูงที่สุด ซึ่ง PM2.5 นี้คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนที่มีขนาดเล็กมากพอจะผ่านเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดได้

จีนได้ประกาศเริ่มแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศช่วงฤดูหนาวในทางตอนเหนือของจีนนี้เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวเพื่อการจัดการกับมลพิษทางอากาศซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศ

ความเคลื่อนไหวเพื่อยับยั้งปัญหามลพิษทางอากาศในมณฑลดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากทางรัฐบาลจีนเมื่อต้นปี 2559 เป็นผลให้ปริมาณผลผลิตและราคาของเหล็ก ซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษเพิ่มสูงขึ้น

นอกเหนือจากการระงับการผลิตเหล็ก ซีเมนต์ และอลูมิเนียมแล้ว แผนปฏิการดังกล่าวยังมุ่งเป้าไปที่การใช้ถ่านหินในครัวเรือน การควบคุมการใช้รถถังดีเซล และการยกเลิกโครงการก่อสร้างใหญ่ๆต่างๆ แม้แต่อุตสาหกรรมทำอิฐ ปั้นหม้อ และอุตสาหกรรมเล็กๆอื่นๆเองก็ได้รับคำสั่งให้ปิดตัวเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กว่า 300 ครัวเรือนเปลี่ยนจากการใช้พลังงานถ่านหินมาเป็นพลังงานไฟฟ้าและการเผาไหม้ก๊าซ

มลพิษทางอากาศทั้งในและรอบๆกรุงปักกิ่งพุ่งสูงขึ้นถึงระดับอันตรายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม

แผนปฏิบัติการปิดตัวโรงงานเป็นเวลา 5 เดือนนั้นเป็นเพียงแผนชั่วคราวเท่านั้น ทว่าแผนดังกล่าวยังทำให้เกิดสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมซึ่งครอบคลุมกรุงปักกิ่งและอีกสองมณฑลข้างเคียง ทั้งยังช่วยส่งเสริมการบังคับให้มีมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม

การส่งเสริมให้มีการบังคับดังกล่าวนี้สามารถก่อให้เกิดผลลัพธ์ในระยะยาวได้

แน่นอนว่าการปิดทำการของโรงงานต่างๆนี้จะกลายมาเป็นแผนการใหญ่ของจีนที่จะถูกนำมาใช้อีกครั้งในการจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และช่วยปูทางสู่การปฏิรูปที่จะทำให้จีนลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจกับภาคส่วนที่ก่อมลพิษอย่างมหาศาลนี้ในทางที่ยั่งยืนมากขึ้น

หลี่ กันเจี้ย รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของจีนยังย้ำถึงความมีทัศนะที่กว้างไกลของโครงการดังกล่าวว่า “โครงการพิเศษนี้ไม่ใช่โครงการที่ทำเพียงแค่ครั้งเดียวจบ แต่จะเป็นหนทางสู่โครงสร้างระยะยาว”

โดยในระยะสั้นนี้ โครงการก่อสร้างใหญ่ๆในมณฑลดังกล่าวจะถูกระงับไว้ในช่วงฤดูหนาวด้วยเช่นกันเพื่อควบคุมปริมาณมลพิษฝุ่นละอองในอากาศ

เนื่องจากการก่อสร้างนั้นเป็นภาคส่วนที่ต้องการใช้เหล็กมากที่สุด มาตรการนี้จึงยังช่วยลดความต้องการดังกล่าวจากโรงงานเหล็กที่ปิดตัวลงส่วนหนึ่งอีกด้วย

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่