ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนซึ่งว่ากันว่าเป็นไต้ฝุ่นที่ทรงพลังที่สุดที่เคยเกิดขึ้น ได้พัดทำลาย 9 พื้นที่ในประเทศฟิลิปปินส์ หนึ่งในนั้นคือเมืองทาโคลบัน  4 ปีต่อมาเราเดินทางกลับไปที่เมืองนี้เพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหลังจากเกิดหายนะภัยที่ไม่ได้เขย่าขวัญเพียงแค่ฟิลิปปินส์เท่านั้นแต่เป็นทั่วทั้งโลก

ประชากรราว 16 ล้านคนต่างได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนสิ่งก่อสร้างต่างๆ ราว 1.2 ล้านครัวเรือน สำหรับเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่าสองแสนชีวิต แน่นอนว่าหนทางที่จะกลับไปฟื้นตัวนั้นยากลำบากและเจ็บปวด ในช่วงสามปีที่ผ่านมาฉันได้ไปเดินทางไปที่เมืองนี้ถึง 4 ครั้ง และพบว่าสถานที่บางแห่งยังคงอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซม แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นนอกเหนือจากนั้นคือพลังของประชาชนและคนในชุมชนที่ร่วมกันทำให้เมืองกลับมาเป็นเหมือนเดิมและเร็วขึ้น สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจคือความเข้มแข็ง ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของชนพื้นเมืองวาไร - วาไร (Waray - Waray) นอกจากนี้คือเมืองที่รู้สึกถึงชีพจรแห่งความหวังแม้ว่าจะถูกไล่ล่าด้วยความท้าทายก็ตาม

เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบ 4 ปีของหายนะภัยไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน เมืองทาโคลบันไม่เพียงแค่รำลึกถึงผู้วายชนม์นับพันชีวิต แต่ยังคงเรียกร้องเกิดการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศโดยเรียกร้องให้ยุติยุคถ่านหินเพื่อที่ไม่ให้เมืองและประเทศไหนๆก็ตามต้องเผชิญกับหายนะภัยอย่างที่ชาวเมืองในแถบซามาร์ได้ประสบ แม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แต่ความทรงจำของวันอันเลวร้ายนั้นยังถือเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้กับคนที่กำลังจะเฉลิมฉลอง “วันเกิด” ร่วมของพวกเขาในวันที่ 8 พฤศจิกายน

ก่อน: ประชาชนขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านร่างของผู้เสียชีวิตที่นอนอยู่ข้างถนนจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ในตำบลบูรายัน ของเมืองทาโคลบัน
ปัจจุบัน​: สถานที่ในรูปได้ถูกซ่อมแซมเหมือนกับที่อื่นๆในเมืองซาน โฮเซ่ จากโครงสร้างที่ถูกพัดปลิว ปัจจุบันบ้านเหล่านี้ได้ถูกซ่อมแซมเช่นเดียวกับถนนหนทาง

ก่อน: ชายที่ยกซากสิ่งของออกจากกองอิฐเพื่อหาสิ่งของที่ยังคงใช้การได้หลังจากถูกพายุไห่เยี่ยนพัดถล่ม
ปัจจุบัน: อพาร์ตเม้นท์ในเมืองซาน โฮเซ่กำลังอยู่ในช่วงการซ่อมแซม

ก่อน: ครอบครัวใช้ป้ายรถโดยสารประจำทางเป็นแหล่งพักพิงชั่วคราวหลังจากพายุไห่เยี่ยนพัดถล่ม
ปัจจุบัน: ป้ายรอรถโดยสารประจำทางข้างสโมสรโรตารี่ในเมืองทาโคลบัน

ก่อน: กองซากปรักหักพังหน้าศาลากลางของเมืองทาโคลบัน
ปัจจุบัน: เมื่อ 4 ปีที่แล้วศาลากลางแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากการถล่มของคลื่นสูง 15 เมตรที่มาจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน

ก่อน: เจ้าหน้าที่นำร่างของผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนมาไว้ที่บริเวณลานกลางแจ้งบัลยวนปัจจุบัน: ลานกิจกรรมกลางแจ้งบัลยวนได้ถูกซ่อมแซมและกลายเป็นเป็นสถานที่ที่ให้ผู้คนได้ออกกำลังกายและให้นักเรียนได้ฝึกซ้อมกิจกรรมของโรงเรียน

ก่อน: รถที่พลิกคว่ำหลังจากถูกไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่ม ส่งผลให้หลายร้อยชีวิตต้องสูญเสีย และกว่าพันชีวิตสูญหาย
ปัจจุบัน: ร้านทำผมและสปาในตัวอาคารของศูนย์จักษุได้ถูกซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเหมือนเดิม

บริเวณหน้าศาลากลางเมืองทาโคลบัน

พายุไต้ฝุ่นหรือภัยธรรมชาติจะไม่ใช่เรื่องใหม่ของฟิลิปปินส์อีกต่อไป อย่างไรก็ตามเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วกำลังเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายชุมชนที่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงเช่นไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนได้แสดงน้ำใจและความเอื้ออาทรโดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อที่จะกลับมายืนหยัดด้วยตัวพวกเขาได้เองอีกครั้ง ซึ่งตรงข้ามกับกลุ่มผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งได้ประโยชน์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยต้องแลกด้วยชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม

โลกใบนี้ต้องการที่พลังของมนุษยชาติมากกว่าครั้งไหนๆ พวกเราต้องนำเรื่องราวของชาวเมืองทาโคลบันที่รวบรวมความกล้าหาญและความคิดสร้างสรรค์ในการกลับมายืนหยัดเป็นแรงบันดาลใจ และใช้เสียงของเราเรียกร้องให้บริษัทอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลรับผิดชอบต่อธุรกิจของพวกเขาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่ามลพิษที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ร่วมลงชื่อเพื่อให้ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบและสร้างความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

โดย Jenny Tuazon Digital Campaigner กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถ่ายภาพโดย Grace Duran-Cabus Multimedia Producer กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่