ข่าวคราวเรื่องน้ำท่วมและแพขยะทำให้ปัญหามลพิษขยะพลาสติกนั้นชัดเจนขึ้น ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีนักที่ประเทศไทยของเราติดอันดับประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ทะเลเป็นอันดับที่ 6 ของโลก (ข้อมูลจากงานวิจัยของ Jenna R. Jambeck) แต่จะทำอย่างไรเพื่อจะแก้ปัญหาระดับโลกนี้?

ในวันนี้ (8 พ.ย.2560) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้เพียงแค่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก แต่ยังก้าวมาเป็นผู้นำในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยการเริ่มเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่หันมาลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าทุกร้านในมหาวิทยาลัย

 

“หากต้องการให้ประเทศไทยหลุดจาก 10 อันดับแรกของประเทศที่มีขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคำนวณว่าเราต้องลดขยะให้ได้ปีละ 11,000 ล้านชิ้น หรือประมาณ 30 ล้านชิ้นต่อวัน หากคำนวณประชากรชายฝั่งทั้งหมด 23 จังหวัดประมาณ 20,000 คน เราจะทำได้สำเร็จหากทุกคนลดขยะพลาสติกให้ได้ทุกวันวันละ 1.5 ชิ้น” นี่คือแนวคิดและความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการลดใช้พลาสติก

น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงขึ้นสูง พัดพาเอาขยะในแม่น้ำเข้ามาในพื้นที่มหาวิทยาลัย ขยะที่พบนั้นเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี ขวดน้ำ กล่องโฟมใส่อาหาร และถุงขนม แต่นี่เป็นเพียงขยะที่ลอยขึ้นมาที่ผิวน้ำเท่านั้น แต่ยังมีขยะที่เรามองไม่เห็นอีกที่จมอยู่ใต้น้ำ แต่วันนี้เช่นกันที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่ออนาคตของพวกเราเองที่มีมลพิษลดลง นั่นคือการร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าทั้งหมดภายในวิทยาเขตท่าพระจันทร์ โดยมีตัวแทนจากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรมควบคุมมลพิษ ร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงงานนักศึกษานิติศาสตร์ภาคบัณฑิต ร่วมกับงานสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

 สิ่งที่ธรรมศาสตร์ทำให้เห็นคือ เราทุกคนสามารถช่วยได้ แค่ร่วมกันลดการใช้ตั้งแต่ต้นทาง หากเทียบจากข้อมูล เราสามารถร่วมมือกันเพียงแค่คนละ 1.5 ชิ้นต่อวันเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะส่วนใหญ่นั้นมาจากการบริโภคในชีวิตประจำวันอย่าง ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติก ถุงหูหิ้ว หลอด และขวดน้ำ ซึ่งหากเราสามารถทำได้ มลพิษจากขยะพลาสติกทั่วประเทศและทั่วโลกก็จะสามารถลดลงได้อย่างแน่นอน

“พลาสติกที่เราใช้กลายเป็นขยะที่ไม่ย่อยสลาย โฟมยิ่งแล้วใหญ่ ปัญหานี้ส่งผลกระทบถึงเพื่อนร่วมโลก เช่น เต่า ปลา ที่กินเข้าไป และกลับมาสู่ตัวเราเป็นสารก่อมะเร็ง ทั้งหมดนี้ส่งสัญญาณว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เราไม่ได้ทำเพื่อธรรมศาสตร์ แต่ทำเพื่อประเทศไทย เราเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ลูกหลานของเราจะต้องเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกทำลายจนเกินไป นี่เป็นหน้าที่ของเราทุกคน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน กล่าว

 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน และผู้ประกอบการร้านค้าภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันลงนามข้อตกลงความร่วมมือการลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ข้อตกลงในการร่วมมือการลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งกับผู้ประกอบการร้านค้า คือ

1. ไม่ใช้โฟม (ซึ่งทางธรรมศาสตร์ไม่ใช้มาสองปีแล้ว)

2. ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มบรรจุขวดที่มีพลาสติกห่อหุ้มฝาขวด (แคปซีล)

3. ไม่ให้ถุงพลาสติกหูหิ้ว หากผู้บริโภคต้องการจะต้องจ่ายในราคา 1 บาท

4. ลดการใช้ขวดพลาสติก ด้วยการนำภาชนะมาเติมน้ำ ลดราคาขั้นต่ำ 2 บาท ต่อแก้ว

5.  ผู้ประกอบการตกลงว่าจะหลีกเลี่ยงการนำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมาใช้ในการจัดจำหน่ายอื่นๆ

แนวทางปฏิบัติดังกล่าวจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป แต่ขณะนี้ร้านค้าส่วนใหญ่ก็ได้เริ่มดำเนินการตามนี้แล้ว และยินดีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

“ทางร้านขายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2513 ปัจจุบันขายน้ำชง น้ำอัดลม น้ำเปล่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้และไม่รู้สึกลำบาก เพราะทำให้ธรรมศาสตร์และบริเวณทั่วไปสะอาด เมื่อที่อื่นเขาเห็นเราทำก็จะทำตามบ้าง ขณะนี้เริ่มทำแล้ว มีการลดราคาให้กับผู้ที่นำกระติกน้ำมาซื้อ และขวดน้ำที่ขายทุกขวดไม่ได้ใช้พลาสติกหุ้มฝาขวด ยังคงขายดีทุกวันเหมือนเดิม และไม่มีเสียงบ่นจากนักศึกษาหรือลูกค้าทั่วไป” คุณแสงดารา สุยังกุล ผู้ประกอบการร้านน้ำแสงดารา กล่าว

ไม่ใช่เพียงแค่การร่วมมือกันตามข้อปฏิบัติของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการยังเสนอในที่ประชุมเพิ่มเติม ให้มีการติดตั้งจุดให้บริการน้ำดื่มเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้สะดวกแก่การดื่มน้ำโดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ขวดพลาสติก

คุณวานิช สาวาโย ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า “ชื่นชมและยินดีกับสถาบันการศึกษาที่จริงจังเรื่องสิ่งแวดล้อมในหลาย ๆ ด้านหลายประเด็น ตั้งแต่ช่วงของการรณรงค์ที่สนามหลวง และขยายผลมาจนถึงภายในมหาวิทยาลัย ปัญหาขยะเป็นปัญหาที่วิกฤตขึ้นเรื่อยๆ ทุกภาคส่วนล้วนมีส่วนร่วม รวมถึงผู้ผลิต ทางกรมควบคุมเองก็พยายามผลักดันให้มีส่วนร่วมในหลัก 3R(Reduce, Reuse, Recycle) และพยายามรีไซเคิลให้มากที่สุด กำจัดให้ถูกต้อง โดยทางกรมจะขับเคลื่อนกับแหล่งผู้ผลิตต่อไป”

น่าชื่นชมที่ทางธรรมศาสตร์ดำเนินการเลิกใช้และสนับสนุนผลิตภัณฑ์น้ำดื่มที่มาพร้อมกับฝาแคปซีล ซึ่งเป็นการปฏิบัติการที่ดำเนินการก่อนมาตรการของกรมควบคุมมลพิษถึงสองปี และการลงมือที่เร็วขึ้นนี้เอง หมายถึงจำนวนขยะจากการบริโภคที่จะลดลงด้วย

คุณแสงดารา สุยังกุล ผู้ประกอบการร้านน้ำแสงดารา ซึ่งขายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแล้ว 40 ปี

“ผมคาดหวังที่จะเห็นขยะน้อยลง ร้านค้าใช้ภาชนะที่ยั่งยืนมากขึ้นโครงการนี้จะเป็นมิติใหม่ของนักศึกษาและทุกคน เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง แนวคิดนี้ง่ายมาก คือการลดโลกร้อน แต่โครงการนี้นำมาใช้จริง โดยมีธรรมศาสตร์เริ่มทำเป็นที่แรก” คุณภูผา ภูวดลอานนท์ นักศึกษาชั้นปีที่สอง องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จากการเริ่มลงมือทำ และนี่คือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่เป็นก้าวสำคัญของสถาบันการศึกษาและร้านค้าที่ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อเยาวชนในการลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งต่อไป

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาพลาสติก และติดตามข้อมูลเกี่ยวกับพลาสติกเพิ่มเติมได้ที่นี่

 


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่