ช่วง 10 ปีที่แล้ว ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการซ่อมของและการตกแต่งภายใน เช่น การเย็บ การถักนิตติ้ง งานไม้ และงานโลหะ ยังคงได้ใช้สอนเด็กนักเรียนในโรงเรียน  แต่ดูเหมือนว่าปัจจุบันการสอนทักษะเหล่านี้ฟังออกจะเชยไปเสียแล้ว คนที่อายุ 40 ขึ้นไปอาจจะยังใช้ทักษะเหล่านี้ในการทำของขวัญให้พ่อแม่ของตัวเองและรู้วิธีการซ่อมสิ่งของเล็กๆน้อยๆ สิ่งของที่เป็นกระแสไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดจากแบรนด์ดังเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นจากการเย็บเสื้อผ้าด้วยตัวเอง การเปลี่ยนแปลง การปรับเปลี่ยน การซ่อม หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนกระดุม

ทักษะเหล่านี้เริ่มเลือนหายไปกับกาลเวลา เพราะว่าจากการสุ่มสำรวจคนยุคใหม่ในปัจจุบันพบว่า ในการสอบถามทั้งหมด จะมีทุก 4 คน ที่ไม่สามารถที่จะเย็บกระดุมติดกับเสื้อเองได้ และทุกคนบอกว่าไม่สามารถที่จะเย็บรูขาดบนเสื้อได้ Orsola Castro ดีไซเนอร์และเจ้าของ “Fashion Revolution” ได้ให้เหตุผลของปัญหานี้ว่า “เพราะว่าแฟชั่นที่รวดเร็วทำให้คนรุ่นใหม่ขาดทักษะการซ่อมแซมเสื้อผ้า ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่ามีเสื้อผ้าสำเร็จรูปขายอยู่ทุกมุมถนน”

รูปโดย Anna Dziubinska จาก Unsplash

วงจรอุบาทว์ของลัทธิบริโภคนิยม

ดูเป็นการยากที่เราจะหนีออกจากวงจรอุบาทว์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากแรงกระเพื่อมของสังคมบริโภคนิยมสมัยใหม่ โดยวงจรเริ่มจากสิ่งของที่มีราคาถูกถูกผลิตขึ้นเพื่อให้เห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อมมัน และต่อไปคือเราไม่เห็นมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นและไม่คิดที่จะรักษาดูแล ซึ่งตอนนี้ทำให้พวกเราขาดการยับยั้งชั่งใจในการซื้อของในจำนวนชิ้นที่น้อยลงและใช้ได้นานมากขึ้น วัฒนธรรมการโยนทิ้งขว้างเป็นหลักฐานปรากฎการณ์กระแสแฟชั่นอันรวดเร็ว โดยไม่เกิดขึ้นกับเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังเกิดกับสิ่งของที่เราใช้ทุกวัน เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของตกแต่งภายใน ของเล่น และของใช้ภายในบ้าน

ลัทธิบริโภคนิยมกำลังทำลายโลกใบนี้อย่างช้าๆ เช่น กระตุ้นให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ล้นเกิน การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของพรรณพืชและสัตว์ป่า ภูมิประเทศ และวิถีชีวิตของประชาชน ไม่ใช่แค่ธรรมชาติที่ต้องรับผลกระทบจากลัทธิบริโภคนิยม แต่มีหลายล้านคนที่ต้องเสี่ยงชีวิตกับการทำงานในสภาพที่ถูกคุกคามและถูกใช้แรงงานด้วยเช่นกัน

แต่...เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

ผู้คนที่อยู่ในแวดวงเย็บและซ่อมเสื้อผ้า กลุ่มคนที่รักในการทำดีไอวาย (DIY) คนที่ปลูกพืชในเมือง กลุ่มคนซ่อมเครื่องจักร และอีกหลายกลุ่มทั่วโลกกำลังทำให้เห็นว่ายังมีคนอีกมากมายที่ต้องการทำสิ่งของใช้เองด้วยสองมือของตน และก็จะเป็นเรื่องง่ายที่สามารถทำได้เพียงเราร่วมแบ่งปันและบอกต่อถึงแหล่งที่มา วัสดุและเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้

ใครก็ตามหากที่ได้ลองทำโต๊ะหรือเตียงด้วยตัวเองแล้ว อาจจะคิดหลายรอบก่อนที่จะซื้อของจากร้านเฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน หรือใครก็ตามที่ได้ลองถักเสื้อกันหนาวจากขนสัตว์แท้ๆ แล้วอาจจะหลีกเลี่ยงที่จะซื้อเสื้อผ้าผ้าโพลีเอสเตอร์ราคาถูกเลยก็ได้ หรืออาจจะเป็นใครก็ตามที่ได้ปลูกผักในสวนของตนเอง ฟูมฟักดูแลอย่างดี และปกป้องไม่ให้แมลงมารบกวน อาจจะรู้สึกอึกอักที่จะกินอาหารทิ้งขว้าง เพราะพวกเขารู้ว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะปลูกผักได้หนึ่งต้น

หากคุณได้ลองทำสิ่งของใช้เอง คุณจะซื้อของอย่างมีสติมากขึ้นในการจับจ่ายครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า หรือโทรศัพท์ การที่คุณได้ประสบการณ์จากการสร้างสิ่งของที่มีเพียงชิ้นเดียวจะสะท้อนให้คุณเห็นถึงลักษณะการบริโภคของตัวคุณเองและคุณจะกระตือรือร้นที่จะหาวิธีซ่อม ดูแล และแบ่งปันสิ่งของก่อนที่จะโยนทิ้ง การแบ่งปันเรื่องราว ทักษะ และประสบการณ์ในกลุ่มที่ทำสิ่งของใช้เองนั้นเป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตในเมือง

เมื่อการทำสิ่งของใช้เองผสมผสานกับเทคโนโลยี

เราไม่ได้หมายความว่าเราจะกลับไปสู่ยุคหิน ยุคที่พวกเราทุกคนจะผลิตของใช้ทุกอย่างขึ้นเอง อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีใหม่ๆเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวนี้ด้วยเช่นกัน เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการทำ แชร์ความรู้และประสบการณ์กับคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีชุมชนออนไลน์เช่น Shareable และ Instructables ที่สอนให้เราทำของใช้เองด้วยขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณเองก็ทำได้ หรือคุณจะติดตามเราที่ instagram @makesmthng เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการทำสิ่งของไว้ใช้เองและติดต่อกับคนทั่วโลกที่มีความสนใจเช่นคุณ

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่