เรารักที่จะสามารถแบ่งปันเรื่องราวและพูดคุยกับคนหลายล้านคนที่สนับสนุนเราอยู่ทั่วโลกผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ แต่จากการรายงานเมื่อไม่นานมานี้ ในเรื่องการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปใช้ในทางที่ผิดของเฟสบุ๊ค และการที่ข้อมูลถูกผู้มีอิทธิพลนำไปใช้หวังผลกับการเลือกตั้งต่างๆผ่านทาง เคมบริดจ์ อะนาไลติกา นั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก มันคือภัยหลักต่ออนาคตที่น่าอยู่ที่เราต้องการจะสร้างขึ้น

ภาพถ่ายทางอากาศของศูนย์ข้อมูล เฟสบุ๊ค ใน ฟอเรส ซิตี้ สิ่งก่อสร้างขนาด 15 เอเคอร์นี้ เป็นศูนย์ข้อมูลแห่งที่สองที่เฟสบุ๊คสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา © กรีนพีซ

เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าจะเป็นเพียงแค่เรื่องอื้อฉาวเรื่องหนึ่ง

รูปแบบธุรกิจโดยพื้นฐานของบริษัทสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ค ทำให้เกิดความน่ากังวลอย่างมากหลายประการ เป้าหมายของพวกเขาคือการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนั้นจึงใช้ข้อมูลนี้เพื่อขายโฆษณาอย่างเจาะจงเป้าหมายให้กับบริษัทอื่นๆ ทั่วทั้งโลกนั้นมีความเข้าใจน้อยมากเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขารวบรวมไป รวมถึงกฎระเบียบอันน้อยนิด และมีเพียงน้อยคนที่จะรู้เรื่องผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตย

เราต่างก็เข้าใจว่าสื่อสังคมออนไลน์บันทึกข้อมูลพื้นฐาน อย่างเช่น ชื่อ อายุ ข้อความ และสิ่งอื่นๆที่เรา ‘ชอบ’ เราเข้าใจโดยรวมๆว่า เฟสบุ๊ค ใช้หลักการการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด หรือ big data ซึ่งหมายถึงการเก็บข้อมูลทุกอย่างที่พวกเขาสามารถจะทำได้ ทุกๆคลิก ทุกๆวิดีโอ ทุกๆการปฏิสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อน

แต่ยังมีมากกว่านั้น เฟสบุ๊ค สามารถติดตามเว็บไซต์อื่นๆที่คุณเปิดเข้าไป ดูตำแหน่งของคุณผ่านแอพพลิเคชั่นของบุคคลที่สาม จากนั้นก็แบ่งกระจายข้อมูลของคุณกับใครก็ได้ จากผู้ลงโฆษณาไปจนถึงพรรคการเมือง มีการพบว่า เฟสบุ๊ค บันทึกข้อมูลการโทรออกและข้อความต่างๆบนโทรศัพท์แอนดรอยที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊คไว้ ข่าวของข้อมูลหลุดแต่ละครั้งทำให้รู้สึกว่าคำขวัญของเฟสบุ๊คกำลังหวนกลับไปในวันเริ่มแรกที่จะ "เคลื่อนไปอย่างรวดเร็วแล้วก็ทำพัง" ให้กลับมาเหยียบขยี้ความเชื่อบางอย่างที่เราถือเป็นสิ่งสำคัญ ในการให้ความเป็นธรรมและความรู้ต่อมหาชน

นักรณรงค์ กรีนพีซ ปรากฏตัวขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ เฟสบุ๊ค ด้วยจอแสดงผลติดตั้งบนหลังคารถซึ่งแสดงโพสต์ต่างๆบน เฟสบุ๊ค ที่ขอให้บริษัทเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน © คิม ไวท์ / กรีนพีซ

การสะสมข้อมูลในระดับนี้แสดงให้เห็นถึงการกระจุกตัวของอำนาจในมือของบริษัทเพียงบริษัทเดียว และในเวลาสำคัญเช่นนี้ ข่าวอื้อฉาวจากเคมบริดจ์ อะนาไลติกา ได้เผยให้เห็นหนทางที่อำนาจนี้จะถูกนำไปใช้โดยคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการแบ่งแยกสองขั้วอำนาจ การทำให้ความหัวรุนแรงเป็นเรื่องปกติ และเพิกเฉยต่อสิทธิการตัดสินใจตามแนวทางของประชาธิปไตย

เคมบริดจ์ อะนาไลติกา ได้ใช้ข้อมูลโดยไม่ได้ผ่านการยินยอมจากผู้คน ไปใช้บิดเบือนวาทกรรมทางการเมือง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายขวา ซึ่งก็คือนักชาตินิยมที่มีแนวคิดขัดกับสังคม การกระทำเหล่านี้จึงเป็นการนำเสรีภาพส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ผิดและเพิกถอนอำนาจสิทธิของประชาชนออกไป

แพลตฟอร์มเช่น เฟสบุ๊ค เป็นส่วนสำคัญในสังคมของเรา พวกเขาต้องทำงานเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย ไม่ใช่แสวงหาผลประโยชน์จากมัน ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เราเชื่อว่ากฎระเบียบของ เฟสบุ๊ค และการเสริมสร้างความเป็นส่วนตัวให้ข้อมูลของเราได้ค้างเลยกำหนดเวลามานานมากแล้ว

กรีนพีซ และการเคลื่อนไหวทางสังคมที่เราเป็นส่วนหนึ่งนั้น ต้องพึ่งพาสื่อข่าวและสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อที่จะแบ่งปันเรื่องราวของเรา และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการปฏิบัติขึ้น เราใช้ข้อมูลและการเข้าถึงอย่างอิสระเพื่อเข้าหากันและกัน เพื่อนำผู้คนไปสู่การปฏิบัติ และการท้าทายระบบอำนาจเหล่านั้น

กรีนพีซใช้เฟสบุ๊ค และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกที่ต้องการช่วยทำให้เกิดโลกที่ดีกว่า ปัญหาอยู่ที่ระบบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราไม่ต้องการจะกลายเป็น อีลอน มัสก์ และลบหน้า เฟสบุ๊ค ทั้งหมดของเราออก หลายปีมาแล้วที่เราได้ใช้เฟสบุ๊คก่อตั้งกลุ่มคน และแบ่งปันวิธีในการดำเนินการกับประเด็นเร่งด่วนที่โลกและประชาชนต้องเผชิญ มันได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเราและแนวร่วมหลายๆฝ่ายของเรา ในการจัดระเบียบและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลก

ความเป็นส่วนตัวของประชาชนนั้นสำคัญ ซึ่งเฟสบุ๊คสามารถและควรจะทำได้ดีกว่านี้

เหล่าคนที่ดูแล เฟสบุ๊ค จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบเหล่านี้ นอกจากนั้น รัฐบาลทั่วโลกก็มีหน้าที่ในการปกป้องข้อมูลของเรา

หากกฎพื้นฐานที่ว่าพื้นที่เสมือนจริงมีไว้สำหรับเป็นอุบายหาผลประโยชน์ให้ผู้ที่ร่ำรวยและมีอำนาจ การอภิปรายอย่างอิสระและรอบรู้ของเราจึงกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง รวมทั้งความเป็นส่วนตัวของผู้คนทั่วโลกด้วยเช่นกัน เราเชื่อว่าอำนาจที่มากเกินไปไม่ควรจะหยุดอยู่ในกำมือของมือเพียงไม่กี่มือ หรือข้อมูลและความเป็นส่วนตัวก็ไม่ควรจะได้รับการจัดการอย่างไม่ระมัดระวังอีกเช่นกัน

หากคุณเห็นด้วยกับเรา ร่วมรณรงค์กับ Avaaz ได้ที่นี่

หมายเหตุสำหรับผู้อ่าน: คุณอาจสงสัยว่า กรีนพีซสากล ทำอะไรบ้างเพื่อปกป้องข้อมูลของคุณความสัมพันธ์ระหว่างกรีนพีซและผู้สนับสนุนของเราเป็นหนึ่งในความไว้วางใจที่เรายึดถืออย่างจริงจัง เราเชื่อว่าความเป็นส่วนตัวเป็นสิทธิอย่างหนึ่ง และเป้าหมายของเราก็คือการให้ความเคารพสิ่งๆนี้ในทุกอย่างที่เราทำ ยิ่งไปกว่าอะไรก็ตาม เราต้องการให้คุณสามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูลของคุณได้ เราไม่เคยขายข้อมูลของคุณ และเราเคารพในความปรารถนาของคุณในเรื่องของวิธีการที่เราสื่อสารกับคุณเสมอ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถอ่านนโยบายส่วนบุคคลของเว็บไซต์ของเราหรือติดต่อกับเราได้ผ่านช่องความคิดเห็นต่างๆ

ทริสทัน เทรมชิง ผู้จัดการแผนกสื่อสารสากล ของกรีนพีซในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่