หลังจากที่กรีนพีซได้เปิดตัวรายงาน “ลดเพื่อเพิ่ม” ไปเมื่อต้นปี 2561 เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ทั่วโลกลดการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ลงให้ได้ร้อยละ 50​ ภายในปี 2593 และเปลี่ยนแนวทางการทำปศุสัตว์ วันนี้กรีนพีซกำลังจะผลักดันประเด็นนี้อีกครั้งเนื่องในโอกาสวันงดเนื้อสัตว์โลก (World Meat Free Day) 

11 มิถุนายน 2561 นี้ เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ซึ่งเป็นเรือธงในการรณรงค์ของกรีนพีซจะเปิดพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมให้สาธารณชนตระหนักถึงผลกระทบจากการปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้คนหันมารับประทานอาหารที่มาจากพืชผักมากขึ้นเพื่อเป็นทางออก กิจกรรมนี้จัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของเรือรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงานนี้จะเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แข่งขันทำอาหารจากพืชผัก และจะมีการเปิดเวที ​VEG Talk โดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เพื่อให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงปัญหาและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเริ่มการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมจากการเลือกอาหารบนจานของพวกเขา ไม่ใช่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่มีการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสนี้ แต่สำนักงานกรีนพีซทั่วโลกต่างก็ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ร่วมกับภาคประชาชนเพื่อผลักดันเรื่องนโยบายอาหาร

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ระหว่างการรณรงค์ในประเทศไทย © บารมี เต็มบุญเกียรติ/ กรีนพีซ

จงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนาจะได้เห็น

 กรีนพีซไม่ใช่เพียงการรณรงค์ภายนอกเท่านั้น แต่ภายในองค์กรเองก็มีการบังคับใช้นโนบายอาหารเช่นกัน ซึ่งนโยบายนี้ยังครอบคลุมถึงอาหารบนเรือโดยเริ่มต้นในปี 2560 เป็นต้นมาที่อาหารทุกมื้อบนเรือจะต้องเป็นเมนูที่มาจากพืชผักเป็นหลัก โดยจะอนุญาตให้มีเนื้อสัตว์ และปลาได้อย่างละหนึ่งมื้อต่อสัปดาห์

(จากซ้ายไปขวา) รุสลัน ยาคูเชฟ (หัวหน้าครัว) และ อาร์บี รามาดัน สุดราจัต (พ่อครัวอาสมัคร) กำลังเตรียมอาหารที่ทำจากพืชผักให้กับลูกเรือ © วัชรพล แดงสุภา

 “คุณไม่ได้จะต้องกินอาหารเหมือนวัว ควาย หรือ กระต่าย เรามีอาหารอร่อย ๆ มากมายที่สามารถตอบสนองความต้องการของร่างกาย” มาเรีย มาร์ติเนส รามี ต้นเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์กล่าว “นี่ (นโยบายอาหารภายในกรีนพีซ) ก็เหมือนกับครั้งหนึ่งที่หลายคนเคยไม่พอใจเมื่อมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในบาร์ แต่ตอนนี้ผู้คนจะโกรธมากหากเห็นใครสูบบุหรี่ในบาร์! คนเรากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็จะเห็นว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถามว่าที่ผ่านมามันเป็นเรื่องดราม่าไหม ไม่ มันไม่ใช่เลย”

มาเรีย มาร์ติเนส รามี ขณะปฏิบัติงาน © บารมี เต็มบุญเกียรติ/ กรีนพีซ

นโยบายอาหารยังไม่เป็นปัญหาสำหรับลูกเรือรุ่นใหญ่อย่าง เฟรดเดอริค อบาเลีย หัวหน้ากะลาสี ผู้ที่ได้ร่วมการรณรงค์บนเรือของกรีนพีซตั้งแต่ปี 2549 “ผมไม่รู้สึกว่าจะมีปัญหาอะไรกับร่างกายของผม ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่กันดานและห่างไกลสุดขั้วจนไม่มีตัวเลือกทางอาหาร คุณสามารถตอบสนองความต้องการของร่างกายได้โดยไม่ต้องพึ่งเนื้อสัตว์” 

เฟรดเดอริค อบาเลีย ถืออาหารเมนูผักในห้องครัวของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ © วัชรพล แดงสุภา

“ผมอยู่กับมันได้ (อาหารที่ทำจากพืชผักบนเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์) การจะมีสุขภาพดีนั้นไม่จำเป็นจะต้องกินเนื้อสัตว์เสมอไป มีอาหารอีกมากที่อุดมด้วยโปรตีน” โอเล็คซี โลมานอฟ ช่างเครื่องประจำเรือ ซึ่งเป็นผู้ร่วมแข่งขัน International Men’s Physique ในประเทศยูเครน กล่าว “มันก็เหมือนกับการสร้างกล้ามเนื้อที่คุณไม่จำเป็นจะต้องไปที่ยิมแพง ๆ ที่มีอุปกรณ์สารพัดอย่าง คุณจะต้องรู้จักปรับตัวและสามารถนำอุปกรณ์เท่าที่มีมาประยุกต์ใช้ให้ได้ อย่าตีกรอบการกินไว้ที่เนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์และหาอาหารที่เหมาะกับคุณ คุณยังสามารถไปถีงเป้าหมายที่ต้องการได้”

โอเล็คซี โลมานอฟ ระหว่างการออกกำลังกายบนเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ © วัชรพล แดงสุภา

 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ลงให้ได้ร้อยละ 50​ ภายในปี 2593 เราจำเป็นที่จะต้องมีนโยบายในลักษณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับจังหวัด หรือ ระดับประเทศ แต่เท่านี้ยังไม่พอ ไม่ได้มีเพียงนักการเมืองเท่านั้นจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลง เราต้องการความช่วยเหลือจากทุก ๆ คน ครอบครัว และชุมชน หากร่วมมือกันพวกเราก็จะสามารถแก้ปัญหาระดับโลกได้จากจานอาหารของตัวเอง

 

วัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขียนบนเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ระหว่างเดินทางรณรงค์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่