ฉันอยู่ในกรุงเดลีมากว่าสิบปี และฉันก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในอากาศของเมืองนี้

ภาพของทัชมาฮาลในหมอกควันมลพิษทางอากาศ © วินิท กัปตา / กรีนพีซ

หน้าหนาวของกรุงเดลีเคยมาพร้อมกับความตื่นเต้น แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว สถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าเป็นหมอกหรือหมอกควันกันแน่ที่กำลังปกคลุมเหนือเมืองแห่งนี้ได้พรากเอาความเพลิดเพลินใจไปจากการนั่งอยู่ใต้แสงอาทิตย์ในฤดูหนาว

ฉันจำได้ว่าไปปิกนิกกับน้องสาวและสุนัขของฉันที่สวนโลดิ ซึ่งเป็นโอเอซิสสีเขียวที่เป็นที่รู้จักกันดีในย่านลุตเยนส์ของกรุงเดลี ฉันหยุดออกไปปิกนิกหลังจากนั้นเพราะฉันกังวลว่าเจ้าสุนัขพันธุ์ปั๊กของฉันจะรับมือกับมลพิษทางอากาศได้ขนาดไหน เพราะมันเพิ่งเริ่มมีอาการด้านระบบหายใจเมื่อเร็วๆนี้

วันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีโมทีประกาศว่า ประเทศอินเดียจะยกเลิกการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งทั้งหมดภายในปี 2565 ในขณะที่ประเทศอินเดียกำลังต่อกรอยู่กับวิกฤตพลาสติกนั้น สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้แล้ว มันยากที่จะหลีกเลี่ยงประเด็นปัญหาตลอดกาลอย่างเรื่องมลภาวะทางอากาศ

ตามความเหมาะสมแล้ว ทางสื่อเองก็ได้เพ่งความสนใจไปที่คำปฏิญาณอันแรงกล้าเรื่องพลาสติก แต่แหล่งข่าวท้องถิ่นต่างก็กำลังตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับวันสิ่งแวดล้อมโลก ในเรื่องของการจะหายใจกับอากาศสะอาดทั้งในที่ร่มและกลางแจ้งได้อย่างไร ซึ่งรวมไปถึงมาตรการที่ให้หลีกเลี่ยงการเดินยามเช้าและกิจกรรมกลางแจ้งของเด็กๆ บวกกับแนะนำต้นไม้บางชนิดสำหรับบ้านของคุณ 

สิ่งนี้คือชีวิตประจำวันของเรา

ประเทศอินเดียเพิ่งตัดสินใจที่จะพิจารณามาตรการเพื่อการป้องกันมากกว่ามาตรการตอบโต้เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตมลภาวะทางอากาศ และได้จัดทำโครงการปฏิบัติการอากาศสะอาดแห่งชาติ เราหวังอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ว่าจะมีการประกาศเรื่องนี้ในวันสิ่งแวดล้อมโลก แต่คำประกาศก็ไม่เคยเกิดขึ้น 

นักกิจกรรมชูป้ายที่มีข้อความ "ปอดของเราต้องการแผนงานปฏิบัติการอากาศสะอาด" © ซานิก พอล / กรีนพีซ

ความจริงก็คือ มลพิษทางอากาศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในเมืองๆ เดียว แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ทั้งประเทศอินเดียและจีนต่างก็มีชื่อเสียงในการเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เหตุเพราะเรื่องมลภาวะทางอากาศที่เสี่ยงถึงชีวิต แต่ในขณะที่ประเทศจีนสามารถจัดการลดค่า PM2.5 ได้ โดยการใช้แผนปฏิบัติการอากาศสะอาด มลพิษในประเทศอินเดียกลับยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงช่องว่างในนโยบายที่จำกัดประเทศอินเดียในการแก้ปัญหาสถานการณ์มหันตภัยทางอากาศหรือ? คำตอบคือไม่ ในประเทศอินเดีย ความขัดข้องใจของประชาชนเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศยังไม่มากพอ

ในประเทศจีน ความโกรธเคืองจากประชาชนส่งผลให้รัฐบาลประกาศสงครามกับมลพิษในปี 2556 เมื่อลอนดอนข้ามเกินขีดจำกัดการเฝ้าระวังไนโตรเจน ไดออกไซด์ ทางรัฐบาลจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพแห่งชาติ

เพราะอย่างนั้นทำไมคนอินเดียถึงยังตายใจกับการเสื่อมสภาพของสิ่งแวดล้อม

ฉันยังจำได้ว่าเคยอ่านนักข่าวคนหนึ่งพูดว่า "คุณไม่เคยเห็นคำว่า มลภาวะทางอากาศ ระบุเป็นสาเหตุของการตายในใบมรณะบัตรหรอก"

บางทีคงเป็นเพราะมลภาวะทางอากาศไม่ได้ทำลายตึกรามบ้านช่องภายในชั่วพริบตา ต่างจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ ในทางตรงกันข้าม มันคืบคลานเข้ามาในร่างกายของพวกเราอย่างช้าๆอย่างนักฆ่าไร้เสียง

งานวิจัยฉบับใหม่ของมหาวิทยาลัยของรัฐหลุยเซียนา ชี้ว่ามาตรการ 13 อย่าง สามารถลดปริมาณมลพิษได้เกือบร้อยละ 40 และเลี่ยงการเกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ 900,000 ราย ที่เกิดจากมลภาวะทางอากาศในประเทศอินเดียทุกๆปี การบังคับใช้มาตรการเหล่านี้อาจนำไปสู่การลดลงของค่า PM2.5 ถึงร้อยละ 50-60 ทั่วตอนเหนือของประเทศอินเดียในช่วงฤดูหนาวได้ รวมถึงเดลีด้วย

มาตรการที่งานวิจัยนี้เสนอแนะออกมาสอดคล้องกับคำแนะนำที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมได้รับจากกลุ่มคนต่างๆที่ร่วมกันเพื่อเป็นการตอบสนองต่อโครงการปฏิบัติการอากาศสะอาดแห่งชาติ อาจจะไม่น่าแปลกใจที่การลดการปล่อยก๊าซจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีศักยภาพในการปรับปรุงคุณภาพอากาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เร็วๆ นี้ ประเทศอินเดียจะมีแผนระดับชาติเพื่อต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ แต่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือการนำไปใช้จริง ความคิดความเข้าใจในประเทศอินเดียจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เรากำลังอยู่ท่ามกลางภัยพิบัติและมีเพียงการเคลื่อนไหวที่นำโดยประชาชนเท่านั้นที่สามารถแสดงให้เราทั้งหมดเห็นถึงทางออกของปัญหามลพิษทางอากาศของเรา

มดูลิกา เวอร์มา เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร กรีนพีซอินเดีย

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่