กังหันลมและแผงโซลาร์ในอังกฤษอาจไม่ถูกนับรวมอยู่ในกฎหมายใหม่ของประเทศ

รัฐบาลจากประเทศต่างๆในสหภาพยุโรปเตรียมจัดการประชุมที่เมืองบรัสเซลส์ในช่วงนี้ เพื่อลงคะแนนเสียงในวาระอันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องพลังงานหมุนเวียนในสหภาพยุโรป ซึ่งจะตระหนักถึงประเด็นด้านสิทธิของประชาชนและชุมชนในการผลิตไฟฟ้าด้วยตนเอง

การประชุมครั้งนี้อาจกลายมาเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงด้านกฎเกณฑ์ครั้งใหญ่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นในตลาดไฟฟ้าของยุโรปในยุคนี้

ทาง Unearthed ได้รับรายงานข่าวเกี่ยวกับตัวบทล่าสุดของคำสั่งว่าด้วยเรื่องพลังงานหมุนเวียน ซึ่งพบว่าอาจช่วยผลักดันให้มีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนจากครัวเรือนและผู้ผลิตรายย่อยในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นได้

ทว่าทางอังกฤษกลับดูไม่มั่นใจว่าจะนำนโยบายดังกล่าวมาปรับใช้กับกฎหมายของประเทศหรือไม่หลังจากที่ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

ศักยภาพในการ “จำหน่ายไฟฟ้า” ของอังกฤษนั้นอยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด โดยงานวิจัยฉบับหนึ่งชี้ว่าหนึ่งในสามของประชากรในอังกฤษอาจผลิตไฟฟ้าได้เองถึงร้อยละ 44 ของไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนในปี 2593

อย่างไรก็ดี ปัญหาคือการที่ลักษณะการซื้อขายไฟฟ้านั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าแบบจำนวนมากโดยประชาชนกว่าหลายล้านครัวเรือน แต่มีไว้เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ หรือกังหันพลังลมแบบนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ที่ได้รับการผลักดันในประเทศ

ส่วนการให้เงินอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนนั้นก็ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีชนิดใดชนิดหนึ่งในขณะนั้นโดยเฉพาะ ดังเช่นในตอนที่แผงโซลาร์แบบติดตั้งบนหลังคาได้รับการสนับสนุน และเมื่อการอุดหนุนลดลง ความวุ่นวายก็กลับมาดังเดิม

นี่คือระบบที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับเหล่าบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ที่มีการว่าจ้างกลุ่มผู้ค้าเพื่อซื้อขายพลังงานของพวกเขา และบริษัทเหล่านี้ก็ยินดีหากจะคงรูปแบบระบบเหล่านั้นไว้

กลุ่มบริษัทดังกล่าวมักจะใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้า โดยเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในอัตราที่ช้ามาก

การเข้าไปรบกวนระบบข้างต้นนี้และเปิดทางให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายบุคคลและชุมชนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ ผู้คนนับล้านจะสามารถต่อสู้กับปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้โดยตรง พร้อมกับได้ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนให้เติบโตขึ้น และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้า รวมถึงช่วยลดการพึ่งพาผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่อื่นๆดังที่เคยเป็นมา

การยื่นคำขอขั้นสุดท้ายของสหภาพยุโรปครั้งนี้นับเป็นการประนีประนอมกับอังกฤษ แต่ก็เป็นการประนีประนอมที่มีพลังมากพอจะเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตและใช้ไฟฟ้าของประเทศได้

โดยสิ่งที่คุณควรรู้มีดังต่อไปนี้:

ในตอนนี้ประชาชนมี “สิทธิในการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน” แล้ว

สิทธิของประชาชนที่จะผลิต ใช้ ขายและกักเก็บไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจะได้รับการยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลักในร่างกฎหมายของสหภาพยุโรป โดยพวกเขาจะสามารถทำเป็นรายบุคคล ผ่านทางผู้ทำการสำรองไฟฟ้า หรือเป็นการซื้อขายแบบคนต่อคน (peer-to-peer) ก็ได้ และพวกเขายังสามารถร่วมมือกันภายในอาคารหรือหน่วยอพาร์ตเมนต์ รวมถึงให้บุคคลภายนอกเข้ามาช่วยจัดการการติดตั้งได้อีกด้วย

ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับค่าตอบแทนในการผลิตไฟฟ้าของตนเอง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเรื่องนี้เพิ่งจะกลายมาเป็นความจริง การที่ประชาชนผลิตไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าจากแผงโซลาร์บนหลังคาบ้านของตนเองแต่กลับไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้นนั้นเป็นไปได้จริงๆ ดังเช่นในประเทศสเปนเป็นต้น

โดยภายใต้กฎหมายนี้ ผู้ที่ผลิตไฟฟ้าด้วยตนเองจะได้รับค่าตอบแทนตามอัตราในตลาดเป็นอย่างน้อยที่สุดสำหรับไฟฟ้าส่วนเกินที่พวกเขาจ่ายให้โครงข่ายไฟฟ้า กฎหมายใหม่นี้จะทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรายย่อยได้รับค่าตอบแทนสำหรับผลประโยชน์ที่พวกเขามอบให้กับระบบและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กฎหมายนี้ยังทำให้ “ภาษีแสงอาทิตย์” ของสเปนซึ่งมีสาระสำคัญขัดแย้งกันผิดกฎหมายภายใต้ข้อบังคับใหม่ของสหภาพยุโรป โดยภาษีแสงอาทิตย์นั้นกำหนดให้ไฟฟ้าส่วนเกินทั้งหมดที่จ่ายให้กับโครงข่ายนั้นไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ และยังคิดค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติกับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าที่ตนผลิตเองอีกด้วย (สำหรับระบบไฟฟ้าขนาดเล็กที่สูงกว่า 10 กิโลวัตต์ขึ้นไป)

แผนการแบ่งสรรไฟฟ้าแผนใหม่จะช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้

ทางรัฐบาลของประเทศต่างๆนั้นสามารถเสนอแผนการเกี่ยวกับการแบ่งสรรไฟฟ้าอื่นๆได้ เช่น แผนการใช้พลังงานแบบเสรี (Net metering) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้สามารถซื้อขายหรือส่งหน่วยไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปยังบิลไฟฟ้าของอีกที่หนึ่งได้

มีหลายครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง หรืออาจอาศัยในบ้านที่ไม่สะดวกติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาเรือน ข้อกำหนดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถมีบทบาทในตลาดไฟฟ้า

ในสหรัฐอเมริกาและประเทศกรีซ ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องชำระค่าบริการโครงข่ายสำหรับไฟฟ้าที่มีการนำจ่ายระหว่างพื้นที่ ในประเทศเช่นนี้ แผนการแบ่งสรรไฟฟ้าอย่างแผนการใช้พลังงานแบบเสรีจะช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ถูกเอาเปรียบได้ง่ายและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เข้าถึงไฟฟ้าได้ยากสามารถเข้าถึงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าได้

ร่างกฎหมายนี้จะช่วยผลักดันให้มีผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนท้องถิ่นมากขึ้น 

ในตอนนี้ มีการแยกส่วนชุมชนผู้ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น บริกซ์ตัน (Brixton energy) กับบริษัทพลังงานดั้งเดิมอื่นๆอย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่ากลุ่มบริษัทดั้งเดิมจะไม่สามารถเอาเปรียบกลุ่มอื่นผ่านทางกฎหมายได้ 

ในขณะเดียวกัน กฎหมายนี้จะยังช่วยบีบให้รัฐบาลประเทศต่างๆ (ที่อาจไม่นับรวมอังกฤษ) เปิดทางให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กๆสามารถเข้าถึงการสนับสนุนของภาครัฐได้

โดยในตอนนี้ การประมูลทอดตลาดขนาดใหญ่ในระบบราชการกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากและเริ่มเข้าไปแทนที่ระบบการจัดเก็บภาษีโดยตรงแบบเดิมอย่างรวดเร็ว ระบบเช่นนี้เป็นวิธีที่จะทำให้ราคาของโครงการใหญ่ๆลดต่ำลงได้เป็นอย่างดี และจะทำงานได้ดีหากคุณมีสำนักงานผู้ค้าและนักบัญชีทั้งสำนักงานไว้จัดการงานเอกสาร ซึ่งกลุ่มผู้ร่วมมือท้องถิ่นจะถูกกีดกันออกไปจากระบบโดยสิ้นเชิง

แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ร่างกฎหมายนี้ระบุไว้ว่ารัฐบาลต่างๆจะต้องใส่ใจกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเสมอเมื่อจะมีการออกแผนการสนับสนุนใดๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถแข่งขันกับกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าดั้งเดิมได้อย่างเท่าเทียม เช่น ด้วยการสร้างระบบการชำระเงินโดยตรงสำหรับผู้จำหน่ายไฟฟ้ารายเล็ก เป็นต้น

ทั้งหมดนี้อาจไม่ถูกนำไปใช้ในอังกฤษ 

อังกฤษได้ให้คำมั่นไว้ว่าจะออกจากสหภาพยุโรปโดยคงไว้ซึ่งการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทว่ากฎหมายต่างๆข้างต้นนี้จะช่วยทำให้โรงไฟฟ้ากังหันพลังลมแบบบนชายฝั่งและพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กสามารถปฏิบัติการได้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยอังกฤษได้ละเลยการให้การสนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่มนี้มาสักพักแล้ว

นอกจากนี้ ข้อกฎหมายดังกล่าวจะยังช่วยนำอังกฤษไปสู่การมีพลังงานที่มีประสิทธิภาพ  การผลิตไฟฟ้าจากขยะ และเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนอันเป็นเรื่องที่อังกฤษต่อต้านมาเนิ่นนาน

โดยสำนักข่าวไคลเมท โฮม (Climate Home) รายงานว่าทางโฆษกของรัฐบาลได้ปฏิเสธที่จะกล่าวว่าอังกฤษจะยอมนำข้อกฎหมายใหม่นี้ไปใช้หรือไม่ โดยกล่าวแค่เพียงว่า: 

“เรากำลังศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการตั้งเป้าด้านพลังงานหมุนเวียนของสหภาพยุโรปนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน”

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่