ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีภาพเหตุการณ์ภาวะโลกร้อนจากสำนักงานกรีนพีซทั่วโลกส่งเข้ามามากมาย ทั้งมาจากญี่ปุ่น เยอรมนี เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ รวมไปถึงอุณหภูมิของประเทศเกาหลีที่เพิ่มสูงขึ้นจากบันทึกการวัดระดับความร้อนก่อนหน้านี้ในประเทศ

1 / 6
ภาพตึกแห่งหนึ่งในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในช่วงฤดูร้อนที่ต้องเผชิญวิกฤตคลื่นความร้อน © Soojung Do / Greenpeace
2 / 6
เด็กๆ สนุกกับการเล่นน้ำพุบริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน (Han) เพื่อหลีกหนีจากภาวะคลื่นความร้อนสูงในช่วงฤดูร้อน © Soojung Do / Greenpeace
3 / 6
นักท่องเที่ยวใช้พัดลมขนาดเล็กแบบพกพาเพื่อคลายร้อน ณ พระราชวังเคียงบก © Soojung Do / Greenpeace
4 / 6
นักเรียนชั้นมัธยมปลายชาวเมืองฮิเมจิ ประเทศญี่ปุ่นใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดศีรษะเพื่อป้องกันแสงแดด โดยเมืองมีอุณหภูมิสูงถึง 36 องศาเซลเซียล ภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ทำให้มีประชาชนถูกส่งโรงพยาบาลเนื่องจากเป็นโรคลมแดด (heat stroke) กว่าพันคน และยอดผู้เสียชีวิตก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคลื่นความร้อนได้ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว © Buddhika Weerasinghe/Getty Image
5 / 6
ซังข้าวโพดไม่สามารถเข้าสู่ช่วงภาวะอิ่มตัว (maturity stage)ได้ เนื่องจากภาวะความร้อนที่เข้มข้น และฝนทิ้งช่วงยาวนานขึ้น บริเวณทางตอนใต้ของเดนมาร์กติดกับชายแดนประเทศเยอรมันใกล้เมืองเฟล็นส์บวร์ค(Flensburg) © Bente Stachowske / Greenpeace
6 / 6
นักกิจกรรมถือแบนเนอร์ระบุข้อความ "Climate Crisis" ยืนริมตลิ่งแม่น้ำเอ็ลเบอ(Elbe) เมืองเดรสเดน(Dresden) © Chris Grodotzki / Greenpeace

 

ความร้อนสูงเป็นผลพวงมาจากไฟไหม้ป่าในรัสเซีย กรีซ และแคลิฟอร์เนีย ไฟป่าเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับผู้คนนับล้านที่ได้รับผลกระทบและเสียชีวิต

1 / 5
ผู้คนเฝ้าดูเปลวเพลิงในระหว่างพิธีจุดไฟศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจัดขึ้นใกล้เมืองโคโรนา (Corona) รัฐแคลิฟอร์เนีย © David McNew / Greenpeace
2 / 5
เครื่องบินไอพ่นที่ใช้ดับไฟป่าจำนวน 10 ลำทิ้งสารหน่วงไฟระหว่างพิธีจุดไฟศักดิ์สิทธิ์บริเวณทะเลสาบเอลซินอร์ (Elsinore) รัฐแคลิฟอร์เนีย © David McNew / Greenpeace
3 / 5
น้ำจำนวนมหาศาลถูกทิ้งจากเครื่องบินดับเพลิงซูเปอร์สคูเปอร์ (Super Scooper firefighting plane) ลงสู่พื้นเบื้องล่างซึ่งถูกไฟป่าเผาจนไหม้เกรียม หลังจากที่เครื่องบินไอพ่นทิ้งสารหน่วงไฟแล้ว ระหว่างพิธีจุดไฟศักดิ์สิทธิ์บริเวณทะเลสาบเอลซินอร์ (Elsinore) รัฐแคลิฟอร์เนีย แผ่นดินแห้งแล้งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอยู่ระหว่างเขตปกครองออเรนจ์ (Orange) และริเวอร์ไซด์ (Riverside) กำลังถูกไฟป่าเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การอพยพคนออกกว่า 20,000 คน © David McNew / Greenpeace
4 / 5
แผ่นดินแห้งแล้งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอยู่ระหว่างเขตปกครองออเรนจ์ (Orange) และริเวอร์ไซด์ (Riverside) กำลังถูกไฟป่าเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การอพยพคนออกกว่า 20,000 คน © David McNew / Greenpeace
5 / 5
เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงพ่นน้ำลงบนเปรวไฟใหญ่เปลวหนึ่งในช่วงไฟป่าที่หมู่บ้านคิเนตา (Kineta) ใกล้เมืองเอเธนส์ Photo: VALERIE GACHE/AFP/Getty Images

 

แต่ไม่ใช่แค่ความร้อนในซีกโลกเหนือเท่านั้น ในพื้นที่อื่นๆ เช่น ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสและอินเดียมีน้ำท่วมมากขึ้นกว่าปกติ ในฟิลิปปินส์ก็พบกับเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นกว่า 20 ลูกต่อปี ผลกระทบจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเกิดขึ้นหลังจากเกิดพายุรุนแรง มีกองภูเขาขยะพลาสติกตามแนวชายฝั่งและขยะอุดตันท่อระบายน้ำจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วม

1 / 4
ชายฝั่งที่มีพื้นผิวคล้ายทรายดูดเนื่องจากจำนวนเศษพลาสติกที่ถูกเหวี่ยงจนกระจัดกระจายบริเวณอ่าวแห่งหนึ่ง หลังจากพายุไต้ฝุ่นยากิ (Yagi) กรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ © Jilson Tiu / Greenpeace
2 / 4
กองขยะพลาสติกกองใหญ่ถูกพายุฤดูร้อนและพายุไต้ฝุ่นยากิ(ชื่อท้องถิ่นคือ การ์ดิง)พัดเข้าไปบริเวณชายฝั่งของอ่าวมะนิลา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ © Jilson Tiu / Greenpeace
3 / 4
กองขยะพลาสติกกองใหญ่ถูกพายุฤดูร้อนและพายุไต้ฝุ่นยากิ(ชื่อท้องถิ่นคือ การ์ดิง)พัดเข้าไปบริเวณชายฝั่งของอ่าวมะนิลา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ © Jilson Tiu / Greenpeace
4 / 4
กองขยะพลาสติกกองใหญ่ถูกพายุฤดูร้อนและพายุไต้ฝุ่นยากิ(ชื่อท้องถิ่นคือ การ์ดิง)พัดเข้าไปบริเวณชายฝั่งของอ่าวมะนิลา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ © Jilson Tiu / Greenpeace

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่มีพรมแดน ทวีป หรือซีกโลก ภาพเหล่านี้เป็นความจริงที่ชัดเจนที่เกิดขึ้นแล้วในขณะนี้ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าเราจะต้องรักษาอุณหภูมิไว้ภายใน 1.5°C ตามข้อตกลงปารีสอย่างเข้มงวด และนั่นหมายถึงการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งเสริมให้รัฐบาลและบริษัทต่างๆ หยุดให้ทุนในโครงการถ่านหินและท่อส่งน้ำมัน และที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือแบ่งปันสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับเพื่อน ๆ ครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน เรารู้ว่ามีผู้คนนับร้อยนับพันจากทั่วโลกที่มุ่งมั่นต้องการเห็นอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสงบสุข พลังมวลชนเปรียบเสมือนกับปฏิกิริยาลูกโซ่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ซึ่งกันและกันต่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน เมื่อได้เห็นภาพแบบนี้แล้วเราจะสามารถเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ชุมนุมร่วมกัน และกดดันให้รัฐบาลและบริษัทต่างๆ ลงมือดำเนินการต่อไป

แรงบันดาลใจ สามารถส่งต่อกันได้

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ ที่นี่


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่