ซูเปอร์มาร์เก็ตคือศูนย์รวมสินค้าที่หลากหลายและสะดวกต่อคนเมือง ทั้งของกินของใช้หลากหลายยี่ห้อถูกจัดวางอย่างสวยงามเพื่อรอให้เรามาจับจองเป็นเจ้าของ แต่เราอาจไม่ทราบเลยว่ามีปัญหาอะไรถูกซุกซ่อนไว้ในเบื้องหลังความสวยงามบนชั้นวางสินค้าเหล่านี้

จากบทความ ส่องหลากหลายปัญหาเรื้อรังเบื้องหลังอาหารใน ‘ซูเปอร์มาร์เก็ต’ ได้ขุดคุ้ยปัญหาใต้พรมขึ้นมา โดยรวมแล้วปัญหาที่ใกล้ตัวพวกเรามากที่สุดคงหนีไม่พ้น ปัญหาสารพิษตกค้างในอาหาร ทั้งการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง รวมไปถึงยาฆ่าหญ้า พืชผักจะดูดซึมสารเคมีเหล่านี้เข้าไปในลำต้น เป็นสาเหตุที่ว่าแค่ล้างผักไม่ได้ช่วยให้สารพิษเจอจางไป ข้อมูลจากเครือข่ายเตือนภัยสารกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) เปิดเผยว่าในการสุ่มตรวจสารเคมีจากพืชผักผลไม้ในท้องตลาดพบว่ามียาฆ่าหญ้าตกค้างสูง

นิทรรศการขนาดย่อม “แล้วชั้นเลือกอะไรได้มั้ย?” บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาในระบบห่วงโซ่อุปทานผ่านสินค้าบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต

นอกจากปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ ปัญหาใหญ่อีกหนึ่งเรื่องก็คือวิกฤติการทำประมงเกินขนาด ซึ่งทำให้สัตว์น้ำในทะเลลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังมีประเด็นการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมพ่วงมาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี สำหรับคนยุคใหม่ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทำให้ยังมีผู้บริโภคบางส่วนที่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆในการเลือกซื้อเลือกใช้สิ่งของหรืออาหารการกินต่างๆที่รู้ที่มาและมีการซื้อขายอย่างเป็นธรรมกับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เครือข่ายกินเปลี่ยนโลก ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและองค์การอ็อกแฟมในประเทศไทย จึงได้ร่วมจัดงานชื่อว่า “Confessions of Shoppers” ภายใต้แคมเปญรณรงค์ “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก” เพื่อสื่อสารปัญหาที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตและเพื่อผลักดันให้ผู้บริโภคที่เหลือรับรู้และส่งเสียงของตัวเองให้ดังขึ้นการเลือกซื้อสินค้าอย่างยั่งยืน

วิถีผู้ผลิตและวิกฤติที่กำลังเผชิญ

คุณแยม ฐปนีย์ เอียดศรีไชย เป็นท่านแรกที่มาบอกเล่าประสบการณ์การพบเจอปัญหาเกี่ยวกับการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมการประมง หลังจากได้มีโอกาสทำข่าวเกี่ยวกับ “คนตกเรือ” หรือแรงงานไทยไร้สัญชาติที่หลบนีออกจากเรือและไม่สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ (แรงงานบางคนถูกพาตัวไปใช้แรงงานบนเรือกว่า 20 ปี) ติดตามข่าวบางส่วนได้ที่นี่

ด้วยเหตุนี้ทำให้คุณแยม ไม่อุดหนุนสินค้าประเภทปลากระป๋องเพราะเปรียบเสมือนเรากำลังอุดหนุนการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม และไม่เคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์

แต่คุณแยมก็ได้แนะนำว่าถ้าธุรกิจตรวจสอบและยืนยันได้ว่าสินค้าแบรนด์นั้นๆไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในกระบวนการการผลิต ผู้บริโภคย่อมพร้อมจะสนับสนุนเพราะอาหารสำเร็จรูปก็ยังจำเป็นในบางสถานการณ์ หรือยกตัวอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งติดฉลากว่าผักมาจากชุมชนใดบ้างทำให้รู้ที่มาที่ไปของอาหาร พวกเราผู้บริโภคก็พร้อมที่จะสนับสนุน

“ข้อดีของการเป็นนักข่าวคือเราได้สัมผัสความเป็นอยู่ของเกษตรกรจริงๆ เมืองไทยเป็นเมืองที่ไปจังหวัดไหนก็จะได้กินของดีของที่นั่น เราจะทราบว่าคนที่ปลูกหรือเจ้าของผลผลิตก็คาดหวังว่าผู้บริโภคจะมีความสุขกับอาหารที่พวกเขาปลูก

คุณแยม ฐปนีย์ เอียดศรีไชย แชร์ประสบการณ์การทำข่าวเรื่องในประเด็นการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมประมง

ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องคัดสรรผลิตภัณท์เช่นกัน

คุณยุ้ย สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล และผู้ก่อตั้งบริษัทป่าสาละ แชร์เรื่องราวของตัวเองว่าหลังจากคุณพ่อล้มป่วย ตนเองก็เริ่มสนใจเรื่องอาหารมากขึ้นโดยเริ่มสนใจเรื่องโภชนาการก่อน และเนื่องจากบริษัทป่าสาละเป็นบริษัทที่รับทำงานวิจัย คุณยุ้ยก็ได้มีโอกาสทำงานวิจัยเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ก็เลยเริ่มศึกษาเรื่องอาหารและเปลี่ยนแปลงอาหารที่กิน เช่น เลิกกินเนื้อวัว ทั้งนี้เราทำงานด้านการวิจัยและได้ศึกษาวิจัยเรื่องห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมปลาป่น ทำให้ทราบว่าห่วงโซ่อุปทานที่มีปัญหานี้เชื่อมโยงกับผู้บริโภค แต่ด้วยห่วงโซ่หลายชั้นจนยากที่ผู้บริโภคทราบที่มาที่ไป

ปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่สู่คนธรรมดาทั่วไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น และรับรู้ถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ในอาหารมากขึ้นเช่นกัน ทำให้ผู้บริโภคอยากเลือกอาหารที่ปลอดภัยและมีความยั่งยืน

ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้เพียงพอเพื่อคัดเลือกอาหารที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภค รวมถึงสื่อสารกับผู้บริโภคเพื่อรับรู้ที่มาอย่างยั่งยืนของอาหารนั้นๆ ผู้บริโภคก็จะสบายใจและไว้ใจธุรกิจในด้านความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบ และด้านความปลอดภัยของอาหาร

คุณยุ้ย สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล และผู้ก่อตั้งบริษัทป่าสาละ

ความจริงใจจากซุเปอร์มาร์เก็ตมัดใจผู้บริโภคได้

หลังจากได้ทำรายการและได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องยาฆ่าแมลงหรือสารพิษที่ตกค้างในผักแล้วก็ได้ทราบว่า ผักผลไม้บางอย่างที่แปะมาตรฐานผักอินทรีย์ ยังตกค้างเลย ตอนนี้ก็เป็นห่วงลูกๆด้วยว่าเด็กๆจะได้รับอะไรที่ตกค้างหรือเปล่า? คุณจอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ คุณพ่อลูกสองและพิธีกรก็มาร่วมแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการเลือกซื้ออาหารด้วยเช่นกัน

“เราคิดว่าคนที่ไปชอปปิงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต้องการความสะดวกสบาย มาตรฐานอาหารคุ้มค้ากับราคา ถ้าคุณเปิดกว้างในการตรวจสอบที่มาอาหาร ผักสด เนื้อสัตว์ต่างๆ หรือปรับมารับอาหารที่เป็นอินทรีย์จริงๆ ผู้บริโภคก็จะสบายใจและไว้ใจที่จะซื้ออาหารกับซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเปรียบหมือนการโฆษณาประชาสัมพันธ์แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างยั่งยืนด้วย”

ทั้งนี้คุณจอห์นยังเสริมอีกว่า การสร้างการซื้อขายอย่างเป็นธรรมไม่ใช่เพียงแค่สองส่วนคือซูเปอร์มาร์เก็ตกับผู้บริโภค แต่เรายังต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรผู้ผลิตยิ่งขึ้นน่าจะสร้างความยั่งยืนได้มากกว่า

คุณจอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พูดคุยในประเด็นอาหารการกินของลูกๆและสารพิษตกที่ค้างในอาหาร

ใครว่าผู้บริโภคไม่สำคัญ?

คุณเอย วริศรา ศรเพชร ผู้อำนวยการ change.org ประเทศไทย พูดถึงพลังของผู้บริโภคในโลกออนไลน์ที่ผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริง เพราะว่าทาง Change.org เคยทำแคมเปญเรื่องที่ผู้บริโภคสร้างแคมเปญรณรงค์เรื่องการหยุดขายปลานกแก้ว ปรากฎว่าแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเพราะซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายออกมาประกาศหยุดขายปลานกแก้ว เป็นแคมเปญที่พิสูจน์ได้ว่าพลังผู้บริโภคสำคัญมากต่อภาคธุรกิจ มันเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะส่งเสียงไปถึงภาคธุรกิจเพื่อผลักดันอะไรบางอย่าง

อ่านเรื่องราวของปลานกแก้วเพิ่มเติมได้ที่นี่

ในทางซุเปอร์มาร์เก็ตแน่นอนว่าฟังเสียงผู้บริโภคเป็นหลัก หากเราส่งเสียงว่าเราต้องการอาหารที่ปลอดภัยและรู้ที่มา เราก็จะได้อาหารที่ดี ยั่งยืน และได้สร้างความยั่งยืน คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ผลิตต้นทางอีกด้วย

คุณเอย วริศรา ศรเพชร แชร์เรื่องราวชัยชนะของผู้บริโภคที่ต้องการความยั่งยืนในแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ

ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อซูเปอร์มาเก็ตในไทย จากแคมเปญรณรงค์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก 

เครือข่ายกินเปลี่ยนโลก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและองค์การอ็อกแฟมในประเทศไทย ในนามเครือข่ายแคมเปญซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก ได้ประกาศข้อเสนอเชิงนโยบายต่อซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย เพื่อยกระดับให้ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยให้สนับสนุนอาหารปลอดภัย เป็นธรรมและยั่งยืน ได้แก่

  • ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยควรขยายมิติของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) มาครอบคลุมถึงประเด็นด้านแรงงาน ด้านเกษตรกรรายย่อย ด้านสตรี และด้านความโปร่งใสของนโยบายในภาพรวมได้อีกมาก
  • ซูเปอร์มาร์เก็ตควรนำเสนอและเปิดเผยข้อมูลและนโยบายสาธารณะด้านสังคมให้ผู้บริโภคไทยได้รับทราบ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจในการร่วมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน

เครือข่ายแคมเปญซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก แถลงผลการประเมินนโยบายสาธารณะด้านสังคมของซูเปอร์มาร์เก็ตไทย

ทั้งนี้ เครือข่ายแคมเปญซูเปอร์มาร์เก็ตที่รักยังได้แถลงผลการประเมินนโยบายสาธารณะด้านสังคมของซูเปอร์มาร์เก็ตไทย และเชิญชวนให้ผู้บริโภคออกมาแสดงพลังในการเลือกกินเลือกช็อป เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตฟังเสียงผู้บริโภคอย่างพวกเราเสมอ

มารวมพลังผู้บริโภคและร่วมยกระดับซูเปอร์มาร์เก็ตให้มีความยั่งยืน เพิ่มความปลอดภัยและลดความไม่เท่าเทียมในห่วงโซ่อุปทานด้วยพลังของพวกเราด้วยกัน


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่