ขยะพลาสติกที่เราทิ้งส่วนใหญ่จะไหลลงสู่มหาสมุทรของเรา เรืออาร์กติก ซันไรส์ได้เดินทางไปยังจุดที่มีกระแสน้ำวนที่มีขยะไปรวมอยู่ในมหาสมุทรพร้อมกับเป้าหมายการสำรวจไมโครพลาสติก


เครื่องมือสำรวจไมโครพลาสติก Manta Troll ถูกลำเลียงลงจากเรืออาร์กติก ซันไรส์ ของกรีนพีซ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2561 บริเวณทางใต้ของแคลิฟอร์เนียร์ โดยเรืออาร์กติก ซันไรส์ได้รับภารกิจทำการศึกษามลพิษไมโครพลาสติกระหว่างหาด ซาน ดิเอโก ไปจนถึงหาดในแคลิฟอร์เนียร์

 ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกกำลังตื่นตัวและช่วยกันลดมลพิษขยะพลาสติก พวกเขาทำกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดและสำรวจแบรนด์เพื่อหาว่าแบรนด์ใดที่ควรจะรับผิดชอบต่อมลพิษที่พวกเขาได้สร้างขึ้น ผู้บริโภคกำลังผลักดันให้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง พวกเขายังเรียกร้องให้รัฐบาลแบนการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อทางออกที่มีประสิทธิภาพจริง และพวกเรากำลังสร้างอนาคตที่อยู่บนพื้นฐานของวิถีการใช้ซ้ำและระบบใหม่ของบรรจุภัณฑ์

อย่างไรก็ดี ทั้งแบรนด์ใหญ่และรัฐบาลยังอยากให้เราเชื่อว่าเราจะต้องรีไซเคิล อยากให้เราทำหน้าที่ของเราในการทำความสะอาดชายหาดต่อไป และอยากให้เราเชื่อว่าถ้าเราทำแบบนี้ ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดี แต่จริงๆแล้ว วิธีการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอเพราะเรายังพบเห็นขยะในชุมชนที่แบรนด์ใช้เป็นที่ตั้งโรงงานกำจัดขยะ แม้กระทั่งในมหาสมุทร พื้นที่ที่ไกลจากถังขยะรีไซเคิล เราไม่สามารถทำให้ระบบนี้มันดีขึ้นได้ถ้าเรายังต้องพึ่งพาพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกมันจึงปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม

เต่ากระกำลังคาบเศษพลาสติกใกล้ๆกับโขดหิน Big Gota ทางตอนใต้ของทะเลแดง อียิปต์

 โชคร้ายที่พลาสติกที่ลอยไปสู่มหาสมุทรของเราไม่ได้ย่อยสลายหายไป แต่มันแตกตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหรือที่เราเรียกว่า ไมโครพลาสติก ซึ่งปลาและสิ่งมีชีวิตในทะเลก็จะกินไมโครพลาสติกเหล่านี้เข้าไปเพราะเข้าใจผิดว่ามันคืออาหาร หลังจากนั้นสัตว์น้ำเหล่านี้ก็จะถูกจับและกลายเป็นสัตว์ในวงจรอาหารของพวกเราเอง

แม้ว่าเรามองไม่เห็นพลาสติกชิ้นเล็กๆนี้ แต่ไมโครพลาสติกอยู่ในทั่วทุกมุมของโลก เราพบพลาสติกในจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรมาเรียนา ดังเช่นที่เราพบพลาสติกที่ศูนย์กลางของขั้วโลกใต้ รวมถึงกระแสน้ำวนที่สร้างแพขยะขนาดยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกทั้ง 5 จุด มีแพขยะหนึ่งที่อยู่ทางเหนือของแปซิฟิกซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตทะเลหลวงและเป็นพื้นที่ที่ได้รับการวิจัยเกี่ยวกับขยะพลาสติกและสิ่งมีชีวิตในทะเล กระแสน้ำวนเหล่านี้ไม่ได้สร้างแพขยะขนาดใหญ่ แต่กระแสน้ำวนนี้เหมือนเครื่องปั่นขยะมากกว่า

แพขยะยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่บริเวณฮาวายกับแคลิฟอเนียร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับแพขยะยักษ์ของรัฐบริติชโคลัมเบียและแพอื่นๆจะรวมตัวกันด้วยกระแสลมและกองรวมกันที่ชายหาดห่างไกลในรัฐใดรัฐหนึ่ง หลายองค์กรรวมถึงชุมชนในเกาะหลายๆเกาะบริเวณแวนคูเวอร์ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อเก็บขยะเหล่านี้ เช่น หมู่เกาะควีนชาร์ลอตต์ เป็นต้น อย่างไรก็ดีกระแสน้ำที่พัดขยะพลาสติก (ที่มีปริมาณเท่ารถบรรทุก) ไม่คงที่เสมอไปเพราะพวกมันก็จะไหลไปตามกระแสคลื่น แม้แต่ในเวลาที่ชายหาดดูสะอาดแต่จริงๆแล้วเราสามารถพบไมโครพลาสติกผสมรวมอยู่กับเม็ดทรายหรือในน้ำทะเล ไม่มีทางที่จะขจัดมลพิษนี้แล้วแต่เราสามารถหยุดมลพิษตั้งแต่ต้นทางได้ถ้าเราร่วมกัน

เรืออาร์กติก ซันไรส์ของกรีนพีซกำลังสำรวจแพขยะเพื่อสำรวจแบรนด์ขยะพลาสติกแล้วนำกลับเข้าฝั่ง ระหว่างการเดินทางลูกเรือจะสำรวจชนิดและปริมาณของไมโครพลาสติกที่พบในแพขยะยักษ์ ค้นหาแบรนด์พลาสติกที่เป็นมลพิษและจดบันทึกว่ามันเดินทางผ่านมหาสมุทร เรายังเก็บภาพฟุตเทจขยะพลาสติกที่รวมๆกันที่ตอนนี้มีขนาดสองเท่าของพื้นที่รัฐเท็กซัส


ไมโครพลาสติกถูกเก็บรวบรวมจากแพขยะขนาดใหญ่ บางชิ้นมีขนาดเล็กประมาณ 25 มิลลิเมตร หรือเล็กกว่าเหรียญ 5 เซนต์ของสหรัฐอเมริกา ลูกเรืออาร์กติก ซันไรส์ของกรีนพีซได้สำรวจขยะพลาสติกและสัตว์ทะเล แพขยะทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกมีพลาสติกและไมโครพลาสติกหลากหลายผสมรวมกันอยู่มหาศาล และมีขนาดเป็นสองเท่าของพื้นที่รัฐเท็กซัส

 การเดินทางของเราจะแสดงให้โลกเห็นว่าไม่ว่าเราจะทำความสะอาดขยะพลาสติกขนาดไหน แต่มันก็ไม่มีประสิทธิภาพมากพอเหมือนเราทำความสะอาดอ่างอาบน้ำด้วยก้อนสำลี วิกฤติครั้งนี้ต้องการการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมจากแบรนด์ใหญ่อย่าง เป๊บซี่ เนสท์เล่ พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล และยูนิลีเวอร์

 

ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ต่างๆจะต้องหยุดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็นเป็นจำนวนมหาศาล

 

 


 

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่