เพราะการลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวแต่ภาคเอกชนและภาครัฐก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วย

พวกเราผู้บริโภคต่างตื่นตัวที่จะลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เราหอบหิ้วขวดน้ำใช้ซ้ำ กล่องใส่อาหาร รวมถึงบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำอีกหลากหลายประเภท เราบอกต่อเพื่อนๆเกี่ยวกับความสำคัญของการลดพลาสติก บางคนถึงกับตั้งใจอยากใช้ชีวิตแบบ Zero Waste เพราะไม่อยากให้ขยะของเราไหลลงสู่ทะเลและกลายไปเป็นเครื่องมือทำร้ายสัตว์ทะเลโดยที่เราไม่ตั้งใจ แต่เราก็ยังทำตามที่ตั้งใจไว้ไม่สำเร็จ

อาสาสมัครกรีนพีซจำนวน 53 คน ร่วมเก็บขยะบริเวณหาดวอนนภา จ.ชลบุรี และสำรวจแบรนด์ที่พบบริเวณชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี

ด้วยเหตุนี้แบรนด์ผู้ผลิตจึงเป็นส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง กรีนพีซร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานรณรงค์สากล Break Free From Plastic โดยสำรวจขยะที่ชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เพื่อสำรวจว่าเราพบขยะจากแบรนด์ใดและจากบริษัทใดมากที่สุด เพื่อหยิบยกให้เห็นถึงบทบาทของบริษัทผู้ผลิตในการจัดการปัญหามลพิษพลาสติกโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งซึ่งเป็นส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์อาหาร

โคคา โคล่า และ ดัชมิลล์ กรุ๊ป คือบริษัทที่เราพบขยะพลาสติกมากที่สุด

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยรายงานการตรวจสอบแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติก(Brand Audit) ที่เก็บได้จากบริเวณชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนกันยายน 2561 โดยพบทั้งแบรนด์ผู้ผลิตข้ามชาติและผู้ผลิตในประเทศ

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถลงรายงานผลการตรวจสอบแบรนด์ (Brand Audit) จากขยะพลาสติกในประเทศไทย โดยพบขยะพลาสติกที่เป็นแบรนด์ของบริษัทข้ามชาติ 5 อันดับแรก คือบริษัท โคคา โคล่า (Coca Cola) PepsiCo Yakult Nestle และบริษัทที่เป็นผู้ผลิตในประเทศ 5  อันดับแรกคือ ดัชมิลล์ กรุ๊ป (Dutch Mill) ซีพี(CP) โอสภสภา เสริมสุข และสหพัฒน์ โดย ขยะพลาสติกบรรจุภัณฑ์อาหารกว่าร้อยละ 90 รองลงมาคือพลาสติกของใช้ส่วนตัวร้อยละ 8 และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ร้อยละ 2

 
กราฟแสดงผลอันดับ ผลการตรวจสอบแบรนด์จากขยะพลาสติกที่หาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี จำแนกเป็นแบรนด์ของบริษัทในประเทศไทย

 


กราฟแสดงผลอันดับ ผลการตรวจสอบแบรนด์จากขยะพลาสติก ที่หาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี จำแนกเป็นแบรนด์ของบริษัทข้ามชาติ  

เสียงของผู้บริโภคที่อยากให้แบรนด์เปลี่ยนแปลง

อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล แต่จริงๆแล้วขยะพลาสติกเหล่านี้เป็นอันตรายต่อเราอีกด้วยเพราะพลาสติกจะแตกตัวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งสัตว์ทะเลจะกินไมโครพลาสติกเหล่านี้เข้าไปและสุดท้ายพวกมันก็กลายเป็นอาหารสำหรับมนุษย์เรา ไมโครพลาสติกมีสารเคมีหลายชนิดแตกต่างกันไป เช่น สารสี สารหน่วงไฟ สารเพิ่มความเสถียรต่อรังสีอัลตร้าไวโอเลต เป็นต้น ซึ่งสารเคมีบางชนิดเป็นสารก่อกวนระบบต่อมไร้ท่อโดยขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายของเรา

คุณวรานุช ทนุบำรุงสุข หรือคุณนุช อาสาสมัครกรีนพีซ ผู้ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดและตรวจสอบแบรนด์ด้วยตนเองร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการผลักดันให้บริษัทผู้ผลิตลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง

วรานุช ทนุบำรุงสุข อาสาสมัครกรีนพีซ เล่าประสบการณ์ตรวจสอบแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติก(Brand Audit) ซึ่งเก็บได้ที่หาดวอนนภา จ.ชลบุรี ในฐานะผู้บริโภค เธอเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าต่างๆ หันมาจัดการกับบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างจริงจัง

คุณนุชแสดงความเห็นว่า บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มหรืออาหารสามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ด้วยปริมาณมากในแต่ละวัน ถ้าผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจริงๆมากขึ้น เราก็จะสามารถลดการสร้างขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในแต่ละวันได้ในปริมาณมหาศาล ซึ่งแม้ว่าผู้บริโภคมีบทบาทต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การให้ความรู้เกี่ยวกับมลพิษขยะพลาสติกก็ยังสำคัญต่อผู้บริโภค แต่ในขณะเดียวกันเราก็ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตด้วย

“ผู้ผลิตเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ถ้าผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ก็จะลดพลาสติกไปได้ในปริมาณมหาศาล”

การตรวจสอบแบรนด์หยิบยกให้เห็นถึงความรับผิดชอบทางสาธารณะของผู้ผลิตในเรื่องมลพิษพลาสติก อันเป็นจุดสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง

แน่นอนว่าภาคส่วนผู้บริโภคที่ช่วยกันลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างแรงผลักดันให้คนทั่วไปลองทำตาม แต่เพราะการลดใช้เพียงฝ่ายเดียวเป็นเรื่องยากที่เราจะลดใช้ขยะพลาสติกได้จริง การสำรวจแบรนด์ครั้งนี้จึงเป็นการสื่อสารว่าแบรนด์ผู้ผลิตก็เป็นภาคส่วนสำคัญในการช่วยลดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมไปถึงภาครัฐที่ควรออกมาตรการหรือนโยบายเกี่ยวกับการลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศรวันดา การขาย การนำเข้าหรือการใช้บรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติก เป็นสิ่งผิดกฎหมายซึ่งมีโทษ จำคุก หรือปรับเป็นเงิน ประมาณ 61 ดอลล่าร์สหรัฐ หลังจากปีพ.ศ.2551 ที่ประเทศใช้กฎหมายนี้ ทำให้การแบนการใช้พลาสติกมีผลกระทบในด้านบวกกับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน


อาสาสมัครและเยาวชนกรีนพีซกำลังช่วยกันสำรวจขยะและจดบันทึกข้อมูลสำรวจแบรนด์ที่พบบริเวณชายหาดวอนนภา จ.ชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้บริษัทต่างๆแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษจากพลาสติกอันเกิดจากขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติก

การสำรวจการเปิดเผยรายงานการตรวจสอบแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติก ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกครั้งนี้ ไม่ใช่การกล่าวโทษหรือตอกย้ำว่าแบรนด์ผู้ผลิตผิดพลาด แต่คือจุดเริ่มต้นที่บริษัทจะร่วมกับผู้บริโภคในการเปลี่ยนแปลงและช่วยกันทำให้การลดขยะพลาสติกเร็วขึ้นและดีกว่าเดิม และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนของแบรนด์เดียว จะสร้างแรงกระเพื่อมให้แบรนด์ทั่วโลกได้อย่างแน่นอน

 


 

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่