เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อนใจดีส่งพลาคเกอร์หรือไหมขัดฟันขึงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมาให้ ส่วนปลายเป็นพลาสติกแข็งแหลมเปี๊ยบใช้แคะฟัน ส่วนหัวเป็นพลาสติกห่วงโค้งขึงไหมขัดฟันตึงเป๊ะใช้ขัดฟัน เห็นแล้วน่าหวาดเสียวว่าถ้าตกไปอยู่ในท้องของสัตว์ต้องกระเพาะทะลุเป็นแน่

หรือหากใช้แล้วทิ้งไม่เป็นที่ก็อาจมีคนเดินเหยียบแทงเท้าบาดเจ็บได้ ที่สำคัญพลาสติกแข็งเช่นนี้มีอายุการใช้งานไม่ถึงนาที แต่จะมีอายุอยู่ในธรรมชาติยาวนานประมาณ 50 ปี...ฉันจึงไม่กล้าใช้และจะไม่ซื้อให้ใครเด็ดขาด

ไหมขัดฟันยี่ห้อพลาคเกอร์ (Plackers) - ขอบคุณภาพจาก target.com

และเมื่อไม่นานมานี้ฉันลองซื้ออุด้งกึ่งสำเร็จรูปสไตล์เกาหลีในห้างสรรพสินค้า บรรจุภัณฑ์ชั้นแรกเป็นกล่องกระดาษแข็งอย่างดีสวมทับถ้วยพลาสติกแข็งสีดำ ในถ้วยพลาสติกมีซองพลาสติกบรรจุเส้นอุด้ง ผักแห้ง และเครื่องปรุงแยกจากกัน กินแล้วอร่อยดี แต่จะไม่ซื้อซ้ำเพราะบรรจุภัณฑ์หลายชิ้นทำมาเพื่อเพิ่มภาพลักษณ์เพิ่มราคาแต่ไร้ประโยชน์ แถมเป็นภาระให้สิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก

ในเชิงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมถือว่าสินค้าทั้งสองชนิดนี้สอบตก!

ในฐานะผู้บริโภคเรามีสิทธิ์เลือกไม่ซื้อ และส่งสัญญาณบอกเจ้าของสินค้า ดังเมื่อเร็วๆ นี้ คนอังกฤษรวมตัวกันส่งถุงเปล่ามันฝรั่งวอล์คเกอร์ส์กลับคืนไปยังบริษัท ทันทีที่บริษัทประกาศว่าจะยุติการใช้ถุงพลาสติกภายในปีพ.ศ. 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ขณะที่วอล์คเกอร์ส์ผลิตถุงพลาสติก 4,000 ล้านถุงต่อปี และถุงเหล่านี้ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 33 ปี


ถุงมันฝรั่ง Walkers ถูกส่งกลับไปยังบริษัทต้นทาง - ขอบคุณภาพจาก bbc.com

การส่งซองเปล่ากลับไปยังแหล่งกำเนิดเป็นแคมเปญที่แลกกันหมัดต่อหมัดเพื่อบอกว่าระยะเวลาที่บริษัทอ้างว่าจะปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นนานเกินไป ควรทำได้เร็วกว่านี้หากจริงใจและพยายามมากพอ

หลังจากพลังผู้บริโภคสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้การไปรษณีย์อังกฤษได้ไม่กี่วัน บริษัทวอล์คเกอร์ก็ประกาศว่าผู้บริโภคสามารถนำซองเปล่าที่ล้างสะอาดแล้วไปหย่อนลงกล่องรับซองเปล่าตามแหล่งชุมชนต่างๆ เพื่อให้บริษัทรีไซเคิลมารับไปดำเนินการต่อ

ดูเหมือนบริษัทวอล์คเกอร์จะแก้ปัญหาแบบขอไปทีและไม่ตรงข้อเรียกร้องที่ต้องการให้บริษัทปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีแนวคิดแบบผู้ผลิตดั้งเดิมที่มักโยนความรับผิดชอบไปให้ผู้บริโภค ตำหนิว่าผู้บริโภคไม่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง หรือไม่คัดแยกขยะ

ทว่าปัญหาปลายทางจะไม่เกิดหากบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง เรียกว่าตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ลดขยะตั้งแต่แหล่งผลิต แทนการคาดหวังให้ผู้บริโภคนับหมื่นนับแสนลงมือทำสิ่งเดียวกัน ซึ่งต้องใช้แรงผลักดันมหาศาลแต่ผลลัพธ์น้อยนิด

ในโลกยุคเก่าที่การแข่งขันไม่สูงและผู้บริโภคไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่ว่าผู้ผลิตจะผลิตสินค้าอะไรออกมาก็ขายได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า ผู้คนมีความรู้มากขึ้น และโลกกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง หากบริษัทหรือสินค้าแบรนด์ใดไม่ปรับตัว ยังคงผลิตสินค้าโดยไม่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็เสี่ยงถูกบอยคอทจากผู้บริโภค

เมื่อข่าวคนอังกฤษประท้วงด้วยการส่งถุงเปล่ามันฝรั่งวอล์คเกอร์กลับไปยังบริษัทเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียไม่กี่นาที คนอีกมุมโลกสามารถรับรู้ได้ และหากมีความรู้สึกร่วมก็สามารถลงมือทำร่วมกันได้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา และหากผู้ผลิตรายนั้นเป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลก ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อภาพลักษณ์สินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสินค้าเขาหวาดกลัวหนักหนา สิ่งนี้เองเป็นเครื่องมือที่ผู้บริโภคใช้กดดันเพื่อให้บริษัทเปลี่ยนแปลงนโยบาย มิเพียงแค่การออกแบบผลิตภัณฑ์เท่านั้น ยังครอบคลุมไปถึงการจัดซื้อวัตถุดิบที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อม มนุษย์และสัตว์ป่าอีกด้วย

จึงถึงเวลาแล้วที่ผู้บริโภคอย่างเราจะแสดงพลังเพื่อให้ผู้ผลิตตระหนักว่าเราคือผู้ที่รักและห่วงใยโลก มีความรู้ที่เท่าทัน และพร้อมจะลงมือปฏิบัติการหยุดซื้อและบอกต่อให้โลกรู้ว่าบริษัทใดขาดความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

อาสาสมัครกรีนพีซ ทำกิจกรรมสำรวจแบรนด์ (Brand Audit) จากขยะที่เก็บได้จาก หาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2561

ในบ้านเรา กรีนพีซกำลังทำกิจกรรมขับเคลื่อนให้ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะเรื่องมลพิษพลาสติกและผลักดันให้เกิดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมตรวจสอบแบรนด์ (Brand Audit) โดยเก็บและสำรวจขยะพลาสติกที่หาดวอนนภา จังหวัดชลบุรีแล้วเผยแพร่รายชื่อบริษัทเจ้าของขยะที่เก็บได้ ซึ่งล้วนเป็นบริษัทชั้นนำทั้งบริษัทข้ามชาติและบริษัทในประเทศไทย เช่น โคคาโคล่า, เป๊ปซี่โค, ยาคูลท์, ยูนิลีเวอร์, และเนสท์เล่, ดัชมิลล์, ซีพี กรุ๊ป, โอสถสภา, บริษัท เสริมสุข จำกัด และเครือสหพัฒน์ 

 

ในฐานะผู้บริโภคที่มีอำนาจซื้ออยู่ในมือ มาเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการขับเคลื่อนให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ออกแบบสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันเถอะค่ะ

 


 

 

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่