คุณได้ดู Blue Planet II รายการสารคดีระดับโลก ที่หวนกลับคืนจออีกครั้งหลังจากหายไปถึง 16 ปี แล้วหรือยัง? หากยัง เราอยากชวนคุณอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสารดคีชุดนี้ที่พูดถึงเบื้องหลังและบทสัมภาษณ์ของเดวิด แอทเทนเบอเรอห์ ผู้ดำเนินรายการสารคดี Blue Planet II

“ผมขอพูดเลยว่าตอนนี้พวกเรามีเทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆและเรากำลังจะไปในที่ที่ไม่เคยไปสำรวจมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งที่สำคัญจริงๆคือชีวิตใต้ผืนน้ำ มันน่าอัศจรรย์มากต่างหาก”

และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เดวิด แอทเทนเบอเรอห์กลับมาอีกครั้งพร้อมกับรายการสารคดี  Blue Planet ของเขา เขาจะบอกคุณให้เตรียมสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่รายการกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

จงสูดหายใจเข้าให้ลึกที่สุด เพราะรายการนี้กำลังจะพาคุณไปยังมหาสมุทรใต้น้ำลึกที่แทบไม่มีมนุษย์คนใดเคยลงไปถึง

ระดับมาตรฐานน้ำลึกที่สุดสำหรับการดำน้ำสกูบาคือ 40 เมตรเท่านั้น ทว่ารายการ Blue Planet ได้นำเรือดำน้ำลงไปลึกถึง 8 กิโลเมตรและลงสำรวจเป็นเวลาหลายชั่วโมง พวกเขายังลงไปใต้ผืนน้ำแอนตาร์กติกาลึกถึง 1 กิโมเมตร ซึ่งนับเป็นคนกลุ่มแรกที่ทำได้สำเร็จ 

ในดินแดนที่อุณหภูมิติดลบราวกับอยู่บนดาวดวงอื่นนี้ รอบด้านปกคลุมไปด้วยความมืดสนิท ภายใต้ผืนน้ำมีปลาที่เดินได้ และมีทะเลสาบ – ทะเลสาบใต้ผืนมหาสมุทร ที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาทุกเมื่อ

ทีมงาน Blue Planet II ลงสำรวจในเรือดำน้ำหลายแห่งเพื่อถ่ายทำสารคดีใต้น้ำลึก โดยใช้เวลากว่าหนึ่งพันชั่วโมงใต้น้ำ ภาพโดย BBC

การต่อสู้

หลังจาก 16 ปีผ่านไป รายการ Blue Planet II ก็ได้กลับมาฉายในวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม ทางช่อง BBC1 โดยเป็นการกลับมาของแอทเทนเบอเรอห์สู่ดินแดนใต้น้ำที่ปกคลุมผิวโลกไว้ถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมด นับเป็นเสมือนบันทึกรวบรวมการผจญภัยร่วม 4 ปี ใน 39 ประเทศ จากการเดินทาง 125 ครั้งเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในรายการยังมีเปิดตัวด้วยการประลองที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นทุกครั้ง คุณยังจำได้ไหม ไม่ว่าจะเป็นการหนีเอาตัวรอดอันน่าทึ่งของอีกัวนาจากการไล่ล่าของงูขนาดมหึมาในรายการ Planet Earth II หรือการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างฝูงสิงโตกับเจ้ายีราฟผู้โดดเดี่ยว

การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนแรกของรายการ Blue Planet อยู่ที่ทะเลในแอฟริกาใต้ โดยเป็นการต่อสู้ระหว่างนกกับปลา ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงปลาธรรมดาเท่านั้น แต่เป็นปลากะมงยักษ์ (giant trevally) ปลาชนิดนี้จะล่าเหยื่อตัวเดียว มีหน้าตาคล้ายสุนัขบูลด็อกและสามารถคำนวณความสูงระยะการบินของนกได้แม้ในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เราจะให้คุณลองทายดูว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

จากนั้นเราก็ดำลงไปสู่ทิวสีรุ้งของแนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟเพื่อพบกับเพอร์ซี่ ปลานกแขกเต้า (tuskfish) ตัวหนึ่ง เพอร์ซี่สามารถใช้สิ่งรอบตัวเป็นเครื่องมือต่างๆได้และมันทำเช่นนั้นอยู่บ่อยครั้ง ทางทีมงานได้ติดตามดูชีวิตประจำวันของมันขณะที่มันเปิดเปลือกหอยกาบโดยใช้ปะการังเป็นเครื่องมือทุบ 

ความฉลาดของเพอร์ซี่ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์เดียวในรายการนี้ที่ท้าทายความรู้เดิมๆทางวิทยาศาสตร์ พวกเรายังได้รับความรู้ใหม่อื่นๆอีกมากมายที่ทำให้เกิดงานค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆขึ้น

เพอร์ซี่ เจ้าปลานกแขกเต้าตัวน้อยแสนนฉลาด พวกปลานกแขกเต้าเหล่านี้เป็นหนึ่งในปลาไม่กี่สายพันธุ์ที่อาศัยตามแนวปะการังที่สามารถใช้ส่วนที่ยื่นออกมาของปะการังเป็นเครื่องมือในการใช้ชีวิตได้ รูปโดย BBC

การเป็นผู้ริเริ่มทางเทคโนโลยี

ภาพถ่ายที่สวยงามน่าอัศจรรย์จำนวนมากนี้เกิดขึ้นได้เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในอดีตขณะถ่ายทำสารคดีชุดแรก

อุปกรณ์ช่วยหายใจรีบรีธเธอร์ (Rebreather) ทำให้นักดำน้ำสามารถอยู่ใต้น้ำได้ยาวนานขึ้นโดยไม่สร้างฟองอากาศที่รบกวนพวกปลา อีกทั้งกล้องที่มีค่าแสงต่ำทำให้สามารถเห็นเส้นรัศมีเรืองแสงขยับพริ้วในยามกลางคืน กล้องโทว์ (Tow) ยังทำให้พวกเราโต้คลื่นขนาบคู่ไปกับเหล่าโลมาได้ ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นความสนุกสนานที่วิเศษมาก

แนวปะการังเกรทแบบริเออร์รีฟในออสเตรเลียกำลังตกอยู่ในอันตราย รูปโดย BBC

อนาคตข้างหน้า

รายการ Blue Planet II ได้คาดเดาอนาคตไว้อย่างชัดเจน แม้ว่าส่วนมาก รายการจะเน้นไปที่สถานที่อยู่อาศัยอย่างปะการัง ชายฝั่ง หรือป่าใต้น้ำ แต่ตอนสุดท้ายของรายการนั้นอุทิศให้กับการนำเสนอความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับมหาสมุทร

ทางทีมงานอยู่ที่แนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟในปี 2559 และได้พบว่าสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวเตือนนั้นเป็นความจริง ซึ่งนับเป็นการฟอกสีของปะการังที่เลวร้ายที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ โดยพวกเขายังพยายามศึกษาว่าโลมาได้มีการถ่ายทอดสารพิษสู่ลูกหลานของมันผ่านทางน้ำนมหรือไม่

และแน่นอนว่าพวกเขาพบพลาสติก ทุกหนทุกแห่ง ในทุกมหาสมุทร รวมถึงในน้ำแข็งที่แอนตาร์กติกด้วย

นี่คือสิ่งที่รบกวนจิตใจของแอทเทนเบอเรอห์มากที่สุด โดยในตอนเปิดตัวสารคดีชุดนี้ที่ลอนดอน เขาได้ร้องขอให้ผู้ชมช่วยกันเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหานี้

“พวกเราได้เห็นโศกนาฏกรรมจากปัญหาขยะพลาสติกมากมาย” เขากล่าว “จริงๆแล้วเราสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ได้เลยในตอนนี้...ในวันพรุ่งนี้ ในระดับสากล ผมได้แต่หวังว่าเราจะทำมันเสียทีก็เท่านั้น”

เซอร์เดวิดขณะกล่าวกับ  Unearthed เกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน ความหวังของเขา และรายการ Blue Planet II

นี่คือประเด็นที่เขากล่าวกับ Unearthed เมื่อเร็วๆนี้ เขารู้สึก “ใจสลาย” ที่ต้องนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำรายการ เขาเห็นนกอัลบาทรอสกำลังป้อนพลาสติกให้กับลูกนกของมัน โดยไม่รู้ประสีประสาอะไรเลย

“เราได้ถ่ายภาพลูกนกกำลังจะกินอาหารที่พ่อแม่ของมันป้อน แล้วคุณรู้ไหมว่าอะไรที่มันคาบไว้ในปาก ไม่ใช่ปลาไหลจิ๋วแซนด์อิล ไม่ใช่ปลา ไม่ใช่ปลาหมึก...แต่มันคือพลาสติก เป็นภาพที่น่าสะเทือนใจมาก น่าสะเทือนใจเหลือเกิน”

อย่างไรก็ดี ความเปลี่ยนแปลงในท้องทะเลไม่ได้มีแต่เรื่องน่าเศร้าไปเสียทั้งหมด พวกเราได้ไปที่ฟยอร์ดที่นอร์เวย์เพื่อพบกับวาฬหลังค่อมและวาฬเพชฌฆาตซึ่งมารวมตัวกันทุกปีเพราะฝูงปลาแฮร์ริ่งกว่าพันล้านตัว การที่พวกมันกลับมามีจำนวนมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์นี้เป็นผลมาจากกฏหมายที่เข้มงวดและการควบคุมและกำหนดขอบเขตอุตสาหกรรมประมงอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากที่พวกมันมีจำนวนลดลงจนไม่สามารถทำประมงได้ในช่วงยุค 1960

แอทเทนเบอเรอห์ต้องการให้พวกเรา ผู้ชมรายการทุกคนของเขา ยอมรับว่าการที่มหาสมุทรกำลังตกอยู่ในอันตรายนี้เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน

“เราอาจคิดว่าชีวิตของเรานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับมหาสมุทรมากนัก” เขากล่าวในงานเปิดตัวรายการ

“แต่จริงๆแล้วพวกเราใกล้ชิดกับมันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นที่นี่ หรือแม้แต่ที่ตะวันออกกลาง ทุกการกระทำล้วนมีผลโดยตรงต่อมหาสมุทร และเราเองก็ล้วนได้รับผลกระทบจากมหาสมุทรเช่นกัน มหาสมุทรคือโลกใบเดียวกับเราและเรามีหน้าที่ดูแลดินแดนแห่งนี้ และนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 500 ล้านปีที่สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวเช่นเรานี้กุมชะตาแห่งอนาคตของโลกไว้ในกำมือ ผมเพียงแค่หวังว่าเราจะตระหนักได้เสียที”

ตัวอย่างสารคดี Blue Planet II

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่