ถ่านหินคือมายา ข้าวปลาสิของจริง”  วันนี้เป็นอีกวันที่พิสูจน์แล้วว่า ถ่านหินไม่ใช่คำตอบ และต้องพ่ายแพ้ต่อเสียงของประชาชนที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินไปในที่สุด

ในวันนี้ (17 ตุลาคม 2556) ชาวบ้านเครือข่ายติดตามผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา มารวมตัวกันกว่า 100 คน ที่หน้าสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พวกเขาไม่ได้ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหินเพียงเพื่อแลกมาด้วยไฟฟ้าที่ขณะนี้มีมากเกินความต้องการอยู่แล้ว 2-3 เท่า แต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อู่ข้าวอู่น้ำ วิถีชีวิต และสุขภาพของพวกเขา ซึ่งจะถูกทำลายไปอย่างถาวร

หากใครชอบกินมะม่วงคงจะต้องรู้จักมะม่วงแปดริ้ว ของขึ้นชื่อของจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอย่างดี มะม่วงเลิศรสนี้นอกจากจะได้รับความนิยมสูงในประเทศไทยแล้ว ยังส่งออกขายไปไกลถึงแถบเอเชีย และสหภาพยุโรป โดยไม่ใช่แค่มะม่วงเท่านั้นที่เป็นของขึ้นชื่อ แต่ยังมีของดีผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ อีก อาทิ เห็ดฟาง ที่หากใครเคยได้ไปรับประทานสุกี้ชื่อดังแห่งหนึ่งที่มีสาขาทั่วประเทศไทยก็ต้องเคยลิ้มลองเห็ดฟางอันแสนอร่อยจากฉะเชิงเทราด้วยเช่นกัน ผลผลิตจากผืนดินและแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์นี้ถือเป็นมรดกแห่งแผ่นดินของฉะเชิงเทรา  ที่หล่อเลี้ยงปากท้องของชุมชนในพื้นที่และชาวไทยทั้งประเทศ และนี่คือสิ่งล้ำค่าที่ ชาวบ้านกว่า 100 คน ได้เดินทางจากจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อปกป้องการเข้ามาคุกคามของโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน ขนาด 600 เมกะวัตต์ หาก EHIA ของบริษัทเนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) ในเครืออุตสาหกรรมกระดาษดับเบิ้ลเอได้รับการอนุมัติ

 

รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน ดังกล่าวมีขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 และไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) เนื่องจากชุมชนในพื้นที่ก็ได้จัดทำ EHIA ชุมชน  (Community Health Impact Assessment) ขึ้นมาโต้แย้งเนื่องจากรายงานฉบับดังกล่าวไม่สามารถตอบบางประเด็นได้ชัดเจน และในวันนี้ทางบริษัทฯได้จัดส่งรายงาน EHIA แก้ไขครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาอีกครั้ง พร้อมออกสื่อประกาศอย่างมั่นใจว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของตนจะได้รับการอนุมัติ ชุมชนในพื้นที่จึงร่วมกันรณรงค์อีกครั้งเพื่อ “หยุด EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน ปกป้องพื้นที่อาหารอันอุดมสมบูรณ์” รวมถึงรวบรวมรายชื่อจากประชาชนบน Change.org  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา และเพียง 3 วันเท่านั้น รายชื่อของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้ได้แล้วถึงกว่า 6,700 รายชื่อ และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

วันนี้พลังมวลชนกว่า 100 คนจากเครือข่ายติดตามผลกระทบโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน โดยมีทั้งเด็ก เกษตรกร ชาวประมง และชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบต่างๆ ได้ออกเดินหน้าเพื่อปกป้องวิถีชีวิตและระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของตน คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 600 MW ของเครือดับเบิ้ลเอ ใน ต.เขาหินซ้อน ประกอบกับชูป้ายรูปมะม่วงข้อความว่า “หยุด EHIA ถ่านหิน” รวมถึงยื่นจดหมาย  พร้อมรายชื่อจากแคมเปญรณรงค์ออนไลน์ เรียกร้องให้คณะกรรมการพิจารณาไม่ให้ความเห็นชอบรายงาน EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้ พร้อมกับแถลงการณ์ “ถ่านหินคือมายา ข้าวปลาสิของจริง”  ร่วมกับกรีนพีซ โดยประกาศอย่างชัดเจนว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ใช่คำตอบของพลังงาน แต่พลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืนและไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม คือทางออกที่แท้จริง 

หลังจากการรณรงค์เรียกร้องของชาวบ้านในช่วงเช้า ในเย็นวันนี้เอง คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ได้พิจารณาตามเสียงของประชาชนว่าไม่อนุมัติรายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จของพลังมวลชนทั้งจากชุมชนและจากสื่อสังคมออนไลน์ที่ร่วมกันต่อสู้คัดค้านพลังงานสกปรกที่จะส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ วิถีชีวิตชุมชน และระบบนิเวศในวงกว้าง หรือแม้แต่มรดกแห่งแผ่นดินอย่างมะม่วงแปดริ้วที่อาจต้องสูญพันธ์ไปหากเกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้น

“ไม่มีถ่านหินใดเป็นถ่านหินสะอาด แม้เทคโนโลยีจะสามารถลดปริมาณซัลเฟอร์ได้บางส่วน แต่ก็ไม่สามารถป้องกันสารปรอท และโลหะหนัก เช่น แคดเมียม สารหนู ตลอดจนสารอินทรีย์ระเหยและสารประกอบโพลีไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง สารเหล่านี้จะปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร จะมีการสะสมจนเป็นอันตรายต่อคนได้ นี่ยังไม่นับรวมผลกระทบอีกมากมายจากการทำเหมืองถ่านหิน การขนส่งถ่านหิน และเถ้าที่เหลือจากการเผาถ่านหิน” ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ฉะเชิงเทรากล่าว

นี่คืออีกก้าวหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ แห่งชัยชนะของพลังมวลชนที่ต้องการปกป้องมรดกของแผ่นดิน และแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ที่นับวันในประเทศไทยจะยิ่งเหลือน้อยลงไปทุกที ซึ่งนี่ไม่ใช่เพียงแหล่งอาหารของคนในพื้นที่เท่านั้น แต่เป็นเสมือนครัวที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องชาวไทย ทว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ EHIA นี้ ไม่ใช่โครงการสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น ยังมีอีกหลายโครงการที่จ่อรอคิวและเตรียมผลักดันให้เกิดขึ้น เราต้องอาศัยพลังมวลชนที่มากขึ้นและเข้มแข็งขึ้นเพื่อหยุดยั้งพลังงานสกปรกที่จะส่งผลกระทบถึงพวกเราทุกคน  ในวันนี้เรายังสามารถปกป้องมะม่วงอันขึ้นชื่อไปทั่วโลกไว้ได้ และเราจะต้องปกป้องพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ของเราต่อไป เพื่อทุกชีวิตบนแผ่นดินไทยที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน