หลังจากเปิดประเด็นการขออนุญาตก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนขนาด 150 เมกะวัตต์ ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.จังหวัดสระบุรี ทำให้ชุมชนมวกเหล็กกลุ่มเกษตรกรโคนม กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและกลุ่มเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ รวมตัวกันคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวด้วยความกังวลต่อโครงการฯที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจภายในชุมชน และยังได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (EHIA) ว่ามีข้อบกพร่องในการวิเคราะห์หลายประเด็น

EHIAถ่านหินมวกเหล็กกับความจริงที่เลือนหาย

แม้ว่ากระบวนการการพิจารณาเห็นชอบโครงการฯจะใกล้สิ้นสุด และโครงการฯดังกล่าวของทางบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน)ใกล้จะได้รับอนุญาตตามกระบวนการการจัดทำรายงานEHIAแบบเงียบๆ แต่เมื่อเรามาเปิดรายงาน EHIA ฉบับโรงไฟฟ้าถ่านหินฉบับนี้แล้วกลับพบว่าแทบไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบต่อชุมชนในบริเวณใกล้เคียงเลยและชุมชนมวกเหล็กถูกทำให้หายไปจากรายงานฉบับนี้อย่างสิ้นเชิง

ความล่มสลายของระบบนิเวศและการล่มสลายของวิถีชีวิตในชุมชน

รายงาน EHIA ฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อาจเกิดกับชุมชนอย่างแท้จริง ขาดการศึกษาถึงกลุ่มอาชีพของประชาชนซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตของชุมชนมาเนิ่นนานและอาจจะเป็นผลทำให้เกิดการล่มสลายของชุมชนและสูญเสียอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรโคนมอินทรีย์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและอาจเกิดการปนเปื้อนสารพิษในน้ำนม

ทั้งนี้ นอกจากความเสียหายในด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ ที่รายงานไม่ได้พูดถึงแล้ว ในด้านสังคมก็มีการศึกษาผลกระทบต่อคนอย่างคร่าวๆ โดยไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบที่อาจจะรุนแรงเป็นพิเศษต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเช่น กลุ่มเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้เปราะบาง เป็นต้น

การประเมินความเสี่ยงทางด้านสุขภาพที่ถูกมองข้าม

และสิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งประเด็นที่ควรอยู่ในรายงาน แต่กลับหายไปนั่นคือ ‘การศึกษาถึงการรับสัมผัสต่อมลพิษและสิ่งคุกคามสุขภาพ เช่น การหายใจ การสัมผัสทางผิวหนัง การรับประทาน’ กับกลุ่มผู้ปฏิบัติการในโครงการและประชาชนรอบโครงการฯ รวมทั้งไม่ได้นำค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เข้ามาเป็นหนึ่งในเกณฑ์การวัดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

“ในฐานะของคนพลังงานอาจมีมุมมองที่แตกต่างกันกับเรา แต่เราในฐานะของคนที่ดูแลเรื่องสุขภาพ เราเป็นห่วงผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าได้ฟังพวกเราก็ขอให้ฟังว่าทำไมพวกเราจึงมีความกังวลและอยากบอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น” - พญ. ศิรดา ภูริวัฒนพงศ์   ตัวแทนเครือข่ายสุขภาพมวกเหล็ก

EHIA ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

แม้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 150 เมกะวัตถ์จะยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อขอใบอนุญาตในการสร้างนั่นหมายถึงเมื่อกระบวนการการพิจารณาอนุญาตตามรายงานEHIAยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทางเจ้าของโครงการฯยังไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ แต่ในความเป็นจริงคือโรงไฟฟ้าได้ถูกสร้างและทดลองเดินเครื่องไปแล้ว 1 ครั้ง นอกจากนี้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ (EHIA) ฉบับนี้ยังมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ โดยรายละเอียดหลักเกณฑ์ที่รายงานไม่ได้กล่าวไว้มีดังนี้ 

  1. EHIA ไม่มีการศึกษาผลกระทบต่อชุมชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านสุขภาพ ทั้งๆที่ประเด็นนี้คือใจความหลักในเกณฑ์การทำรายงาน

  2. รายงาน EHIA ไม่เปิดให้คนในพื้นที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  3. ในรายงานไม่ได้ประเมินความเสี่ยงจากสารพิษที่หลากหลาย ไม่มีการประเมินผลกระทบระยะยาวเช่น การตกสะสมสารพิษในธรรมชาติ หรือสัตว์ เช่น โคนม

  4. รายงาน EHIA ไม่มีมาตรการในการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม

  5. ไม่มีการเปรียบเทียบพลังงานแต่ละชนิด

  6. ในรายงานไม่บอกเหตุผลของการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 150 เมกะวัตถ์

“EHIA ฉบับนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการประเมินหลายข้อ ไม่ครบตามหลักเกณฑ์ที่ต้องทำ ไม่ชอบตามหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบ และโรงงานก็สร้างไปแล้วทั้งๆที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต” คุณบุญเชิด บุญจันทร์  ตัวแทนเครือข่ายให้ความเห็นกับเรื่องนี้

เครือข่ายชมรมอนุรักษ์ลำน้ำมวกเหล็กจึงเสนอประเด็นดังกล่าวให้กับคณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อให้ทางกกพ.พิจารณาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงนี้อีกครั้ง และทางชุมชนก็คาดหวังว่าคณะกรรมการ กกพ. ชุดใหม่จะรับฟังชุมชนและนำคำร้องดังกล่าวไปพิจารณาใหมและต้องไม่อนุญาตให้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้ 


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่