เปิดโปงมอนซานโต้ ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมเคมีเกษตรของสหรัฐอเมริกา จ่ายเงินเพื่อค่าที่ปรึกษาด้านสาธารณชนถึง 200,000 ยูโร เพื่อจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรในยุโรปเพื่อคัดค้านการห้ามใช้ไกลโฟเสตของสหภาพยุโรป

ไกลโฟเสตเป็นส่วนประกอบสำคัญในยากำจัดวัชพืช ราว์นอัพ อันโด่งดังของมอนซานโต้

บริษัทประชาสัมพันธ์ เรดแฟล์ก ของประเทศไอร์แลนด์ขับเคลื่อนเกษตรกรอย่างแข็งขันในแคมเปญ  ‘เสรีภาพในการทำฟาร์ม’ และเป็นผู้นำในการรณรงค์สนับสนุนการใช้ไกลโฟเสต โดยปล่อยข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเงียบๆ และได้รับการสนับสนุนจากเกษตรกรหลายพันคนจากงานแสดงสินค้าทางการเกษตรใน “ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่สำคัญที่สุด 8 ประเทศ”

ในขณะเดียวกัน ตามข้อมูลที่อันเอิร์ธวิเคราะห์จากคำพูดของพนักงานในบูธว่า งานของพวกเขาคือการแจก "เอกสารชี้แจงความจริง" เกี่ยวกับไกลโฟเสต รวมถึงรวบรวมรายชื่อและข้อมูลการติดต่อ

ในเอกสารส่งเสริมการขายล่าสุด เรดแฟล์กอธิบายว่าพวกเขา "ได้รับรางวัลเรื่องการรณรงค์ด้านกฎระเบียบและกิจการสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป" จากการที่ใช้ "พันธมิตรยุคใหม่" เพื่อพยายามที่จะเปลี่ยนจุดยืนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 8 ประเทศ

เนื้อความของใบปลิวกล่าวว่า เรดแฟล์กใช้สื่อและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงเพื่อยกระดับความพยายามในการล็อบบี้คณะกรรมการหลักของกรุงบรัสเซลส์ โน้มน้าวให้เปลี่ยนคะแนนเสียง เพื่อสร้างชัยชนะให้กับลูกค้าของพวกเขาในที่สุด อย่างไรก็ดีทางบริษัทไม่ได้ยืนยันว่าเนื้อความเหล่านี้หมายถึงงานของพวกเขากับไกลโฟเสตหรือไม่

การรณรงค์ของบริษัทนั้นดำเนินไปควบคู่กับการได้รับคำปรึกษาจากบริษัทที่ปรึกษาในสหรัฐอเมริกา ชื่อ ลินคอล์น สตราเตอจี ซึ่งเคยทำแคมเปญให้กับประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ไปเมื่อปี พ.ศ.2559

ในขณะที่มอนซานโต้มอบหมายงานประชาสัมพันธ์ส่วนใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ให้กับ ฟลิชแมน ฮิลยาร์ด เว็บไซต์อันเอิร์ธพบว่า พวกเขาได้ตอบรับวิธีการของเรดแฟล์กและขับเคลื่อนงานนี้โดยใช้อิทธิพลของบริษัท

ตามบันทึกว่าด้วยความโปร่งใสของสหภาพยุโรป ลูกค้ารายใหญ่ อื่นๆ ของเรดแฟล์ก  "มีบทบาทมากที่สุด" ในการสนับสนุนไกลโฟเสตในสหภาพยุโรป  ได้แก่ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐอเมริกา อานีท็อกส์และบริทิช อเมริกัน โทแบคโค่

"มอนซานโต้คงสิ้นหวังแล้วจริงๆถึงใช้วิธีการเหล่านี้" บาร์ธ สเตส์ สมาชิกสหภาพยุโรปจากกรีนพีซเบลเยียมกล่าวกับอันเอิร์ธ "พฤติกรรมของมอนซานโต้ในการรณรงค์ (ให้กลับมาใช้) ไกลโฟเสตเป็นเรื่องที่อื้อฉาวและน่าเศร้า"

นักกิจกรรมกรีนพีซทำกิจกรรมในเวียนนาหน้ารัฐสภาของกรุงเวียนนา เพื่อเรียกร้องแบนการใช้สารไกลโฟเสท

โฆษกของมอนซาโต้ยืนยันกับอันเอิร์ธว่าพวกเขาและ 'กลุ่มผู้ใช้และผู้ผลิตไกลโฟเสตและผลิตภัณฑ์อารักขาพืชอื่นๆ' สนับสนุนโครงการของเรดแฟล์ก “เกษตรกรหลายพันรายทั่วยุโรปให้การสนับสนุนการริเริ่มโครงการนี้และร่วมส่งเสียงของพวกเขาเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงระบบการเกษตรที่ทันสมัยและยั่งยืน"

 

เครดิต: อากริคูตูร์ เอ ลิแบคเต

สมาคมอากริคูตูร์ เอ ลิแบคเต้ (Agriculture et Liberte)

การมีส่วนร่วมของเรดแฟล์กในการรณรงค์ดังกล่าวนั้นรวมไปถึงการจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ เช่นสมาคม อากริคูตูร์ เอ ลิแบคเต้ ในประเทศฝรั่งเศส หรือ“แนวร่วมเกษตรกร” จากภาควนอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่ง คาร์ล โบรฟี ประธานบริษัทเรดแฟล์ก กล่าวว่าสมาคมนี้ไม่ได้เกิดจากการล็อบบี้แต่อย่างใด

ในทางกลับกัน เขาบอกอันเอิร์ธว่า เรดแฟล์กได้ให้ "ข้อมูลความเป็นจริงทางด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ ไกลโฟเสต" ให้กับเกษตรกรและบุคคลอื่นๆที่ "เลือกที่จะศึกษา" หรือใครก็ตามที่ “มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับประเด็นนี้และตัดสินใจด้วยตัวเอง"

อ่านประกาศเกี่ยวกับการสนับสนุนจาก สมาคมอุตสาหกรรมการเกษตร อากริคูตูร์ เอ ลิแบคเต้ ที่นี่

อย่างไรก็ดี ในทวิตเตอร์หรือในข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัท ซึ่งอธิบายว่า ตัวเองเป็น "กลุ่มเกษตรกรชาวฝรั่งเศสที่รวมตัวกันเพื่อปกป้องวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของ"ไม่มีการเอ่ยถึงเรดแฟล์ก หรือการระดมทุนของอุตสาหกรรม

อันเอิร์ธได้ระบุหน่วยงานที่คล้ายคลึงกันในอีก 6 ประเทศในสหภาพยุโรป ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวแทนของเรดแฟล์กในการรณรงค์เรื่อง ‘เสรีภาพในการทำฟาร์ม’ ประกอบไปด้วย

-ฟรีทูฟาร์ม สหราชอาณาจักร

-ลิแบคต้า ดิ โกติวาเร่ (Liberta di coltivare) ประเทศอิตาลี

-คาโอม ฟูร์ แลนด์เวิร์ทชาร์ฟ (Raum für Landwirtschaft) ประเทศเยอรมนี

-ลิแบคตัด ปารา กองซูลตา (Libertad para consultar) ประเทศสเปน

-โรนิสโว โดเบรจ ปรากท์กิ (Rolnictwo Dobrej Praktyki) ประเทศโปแลนด์*

-วรายไฮด์ ดอม เตอ บูร์ (Vrijheid om te Boeren) ประเทศเนเธอร์แลนด์

บริษัทเหล่านี้จะมีกลุ่มคนที่ลงทะเบียนเป็นที่อยู่ของเรดแฟล์ก และมีอีเมลซึ่งเป็นอีเมลพนักงานของ ลินคอล์น สตราเตอจี โดยพวกเขาปรากฏตัวในงาน 33 แห่ง ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2560 ซึ่งโบรฟีบอกอันเอิร์ธว่าเขาไม่รู้จักกลุ่มดังกล่าว และปฏิเสธที่จะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เขากล่าวต่อว่า ไม่มีความพยายามปกปิดความเกี่ยวข้องระหว่างเรดแฟล์ก หรือ ลินคอล์น สตราเตอจี

ทั้งนี้ โบรฟี กล่าวคำแถลงที่จัดทำขึ้นโดยสำนักข่าวในสหราชอาณาจักร เดอะ อินดีเพนเดนท์ ว่า "เรดแฟล์กเป็นหน่วยงานที่มีลูกค้าจากภาคอาหารและการเกษตรเป็นจำนวนมาก มีเครือข่ายชุมชนเกษตรกรรมมากมาย เราทำงานร่วมกับลูกค้าและเครือข่ายเพื่อช่วยเกษตรกรที่ผลิตอาหารให้กับทวีปยุโรป ผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากคำสั่งห้ามไกลโฟเสตที่อาจมีขึ้น"

"เราขอบคุณลูกค้าหลายรายที่สนับสนุนแคมเปญนี้ แต่เกษตรกรยังคงเป็นผู้ที่เสียผลประโยชน์มากที่สุดหากการรณรงค์ห้ามใช้สารไกลโฟเสตประสบความสำเร็จ ซึ่งขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์รวมถึงจุดยืนของหน่วยงานของสหภาพยุโรปของคณะกรรมาธิการยุโรปที่มีอำนาจควบคุมบังคับ

"เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเทศในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ได้ลงคะแนนให้อนุมัติการใช้ไกลโฟเสตอีกครั้ง เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการกระจายข้อมูลจากผู้คนที่ยืนหยัดต่อวิถีชีวิต ต่อชุมชนและต่ออุตสาหกรรมอาหารของยุโรปในอนาคต”

“มอนซานโต้ต้องการตบตาเราว่า มีเกษตรกรออกมาพูดสนับสนุนการใช้สารเคมีนี้ต่อไป แต่ในความเป็นจริงแล้วเกษตรกรเป็นเพียงแค่เบี้ยในการประชาสัมพันธ์ซึ่งจัดทำขึ้นโดยนักโฆษณาชวนเชื่อ ที่ได้รับการว่าจ้างมาอีกทอดหนึ่ง” แครี่ กิลแลม ผู้เป็นนักข่าวสืบสวนสอบสวน และผู้เขียน ไวท์วอช ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของมอนซานโต้ และการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชไกลโฟเสตที่เพิ่มขึ้น  

"พวกเขาได้ใช้กลวิธีเหล่านี้ในประเทศต่างๆทั่วโลก พยายามโน้มน้าวสาธารณชนให้มาสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของตน เมินเฉยต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อม รวมถึงคุกคามนักวิทยาศาสตร์และผู้ร่างกฎหมายที่มอนซานโต้ถือว่าเป็นภัย ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่จะเปิดเผยความลับเหล่านี้”

เรดแฟล์กดำเนินโครงการรณรงค์โดยมีความช่วยเหลือจาก ลินคอล์น สตาเตอจี ซึ่งเดซี่ โอดาบาซิน ผู้เป็นผู้อำนวยการทางตอนเหนือของยุโรปของบริษัทกลับถูกอ้างถึงในบทความหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในฐานะที่เป็นตัวแทนของ อากริคูตูร์ เอ ลิแบคเต้

ต่างจากเรดแฟล์ก ลินคอล์น สตาเตอจีไม่ได้มีการรวบรวมลิสท์รายชื่อของสหภาพยุโรปที่โปร่งใส เพราะเขาใช้บัญชีอีเมลพนักงานของเขาในแคมเปญของเรดแฟล์กเพื่อ “ให้การสนับสนุนด้านการขนส่งและการจัดการในแคมเปญ”

โฆษกของลินคอล์นกล่าวว่า แคมเปญทั้งหมดของบริษัท รวมถึงการสนับสนุนประเด็นถ่านหินสะอาด "ยึดหลักการแบ่งปันข้อมูลกับประชาชนทั่วไปเท่านั้น และกระตุ้นให้พวกเขาประกาศจุดยืนของพวกเขาออกมาให้ได้"

 

 เครดิต: อากริคูตูร์ เอ ลิแบคเต้

 

ปัญหาด้านสุขภาพ 


นักกิจกรรมกรีนพีซทำกิจกรรมในบรัสเซลส์เพื่อเรียกร้องให้ European Citizens’s Initiative (ICE) เพื่อแบนการใช้สารไกลโฟเสต เพื่อลดการใช้สารเคมีในอียู

นักกิจกรรมกรีนพีซทำกิจกรรมในบรัสเซลส์เพื่อเรียกร้องให้ European Citizens’s Initiative (ICE) เพื่อแบนการใช้สารไกลโฟเสต เพื่อลดการใช้สารเคมีในอียู

หลังจากที่ตัวแทนด้านโรคมะเร็งขององค์การอนามัยโลกระบุว่าสารนี้ "อาจก่อมะเร็ง" เมื่อปี พ.ศ. 2559 ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับผลกระทบของไกลโฟเสตต่อเกษตรกร

ในเดือนสิงหาคม ศาลของสหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้มอนซานโต้จ่ายเงิน 289 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับคนดูแลสวนที่อ้างว่า เขาเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน หรือชนิดแพร่กระจายเร็ว จากการใช้ราวด์อัพ ซึ่งเป็นคำตัดสินสำคัญที่อาจส่งผลให้เกิดคำตัดสินที่คล้ายคลึงกันอีกในกรณีต่อๆไป

ความกังวลด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญที่สหภาพยุโรปยังคงลังเลถึงการอนุญาตให้กลับมาใช้ไกลโฟเสตได้อีกครั้ง แม้ว่ารายงานจากหน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่จะอ้างว่าสารเคมีนี้ปลอดภัย แต่ท้ายที่สุดแล้วอุตสาหกรรมยาฆ่าแมลงก็ล้มเหลวในการต่ออายุใบอนุญาตไกลโฟเสตในยุโรปจาก 15 ปี เหลือเพียง 5 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ดี การแบนถาวรยังไม่เกิดขึ้น

 

*ชื่อแคมเปญก่อนหน้านี้ของประเทศโปแลนด์คือ ‘โวลนอช ดลา ฟาร์ม’ (Wolsnosc Dla Farm)

 

 


 

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่