ใน ปีที่ผ่านมา ผู้สนับสนุนกรีนพีซ มากกว่า 600,000 เช่นคุณได้เรียกร้องให้ Facebook หันหลังให้ถ่านหินและหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าให้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของพวกเขา  และ ในสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อผมได้พบกับ Randi Zuckerberg น้องสาวของ CEO Mark Zuckerberg ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดที่ Facebook  ผมไ้ด้ท้าทายเธอ (และพี่ชายของเธอ) ให้เป็นผู้นำพลังงานสะอาด

เธอตอบว่า “ในบริษัทเองก็ได้มีการปรึกษากันในเรื่องการหันมาใช้พลังงานยั่งยืนและพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ... และเราก็ยินดีที่จะร่วมงานกับคุณในเรื่องนี้”

เห็นได้ชัดว่า Facebook ได้ให้ความสำคัญกับโครงการนี้ของเราและเริ่มที่เข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบ แต่บริษัทก็ยังไม่มีแผนการจริงจังที่จะหันหลังให้กับถ่านหิน ดังนั้นเพื่อผลักดันให้แผนการนี้เกิดขึ้น เราจึงวางกรอบเวลาให้

Facebook : หันหลังให้กับถ่านหินภายในวันคุ้มครองโลก,  22 เมษายน !




ร่วมรณรงค์กับเราที่นี่ และอย่าลืมเชิญชวนเพื่อนของคุณด้วย! ถ้าคุณไม่ได้ใช้ Facebook คุณสามารถร่วมรณรงค์ได้ที่ www.greenpeace.org/unfriendcoal

Facebook ต้องยอมรับแผนการขยายธุรกิจโดยปราศจากพลังงานถ่านหินสกปรก และหันมาใช้อำนาจมหาศาลในการจัดซื้อที่มีอยู่เลือกใช้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ยิ่ง  Facebook ยึดเวลาในการออกแผนการนี้นานเท่าไรก็ยิ่งจะทำให้ประเด็นนี้ร้อนขึ้นและนั่นหมายความว่าเรายิ่งต้องการให้คุณเข้ามามีส่วนร่วมมาขึ้นเท่านั้นด้วย

เราสุภาพต่อ Facebook มาตลอด – ในเดือนกันยายนผมได้ส่งจดหมายทางการไปถึง Mark Zuckerberg ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้้ง Facebook (โดยที่Facebook ได้ตอบกลับไว้ใน ความคิดเห็น เท่ากับว่าคุณได้ส่งข้อความถึง Mark ผ่านไปทางหน้าส่วนตัวของเขา และชื่อของคุณได้ปรากฏอยู่ใน 'สีเขียวบน Facebook' เพื่อให้แน่ใจว่า Facebook จะไม่สามารถหลบหนีความรับผิดชอบนี้ไปได้ พวกเราต้องการแน่ใจว่าทุกครั้งที่เราโพสต์รูปใหม่หรือ เลือก"ชอบ"สถานะ จะเป็นการส่งเสียงให้ศูนย์ข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ของFacebook ในเรื่องพลังงานหมุนเวียนไม่ใช่พลังงานถ่านหิน

ในการขานรับกับโครงการนี้ของ Facebook ที่ผ่านมา บริษัท จัดแสดงแนวทางที่มีประสิทธิภาพ และบริษัทได้ เชิญ Al Gore ไปสำนักงานใหญ่ที่ Palo AltoIn เพื่อพูดคุยถึงปัญหานี้กับพนักงานของบริษัท แต่ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่ Facebook จะต้องจัดการกับปัญหาที่ใหญ่ที่สุดด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งก็คือ ถ่านหิน พวกเราไม่ต้องการแค่คำพูดแต่เราต้องการการลงมือปฏิบัติจริง

พวกเราได้ร่างขั้นตอนปฏิบัติที่ Facebook ต้องนำไปปฏิบัติ - ทั้งที่ศูนย์ข้อมูบปัจจุบันที่เมืองโอเรกอนและนอร์ธแคโรไลนาและศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในอนาคต ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ได้ถูกส่งไปที่บริษัทแล้ว ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิวัติทางพลังงานให้กับโลกของเรา การที่ Facebook เป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ทำให้การเลือกใช้พลังงานใดๆมีผลกระทบอย่างมาก บริษัทสามารถเป็นผู้นำไปสู่พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดซึ่งจะสามารถสร้างอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าล้านอาชีพในยุคศตวรรษที่ 21 ได้ ถ้า Facebook เป็นผู้นำในการหันหลังให้กับถ่านหิน จะทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (คาดว่าจะเป็นส่วนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมากในทศวรรษหน้า) หันมาร่วมรับผิดชอบด้วย 

ร่วมกับเราในการเรียกร้องให้ Facebook เลิกใช้ถ่านหิน