อนาคตที่เราต้องการ ไม่มีอยู่จริงในการประชุมริโอ+20 ที่ผู้นำทั่วโลกมาประชุมเพียงเพื่อประทับตราข้อตกลงและอนุมัติการฟอกเขียวที่บังหน้าความตั้งใจจริงในการปกป้องสิ่งแวดล้อม (Greenwashing) ขณะที่การประชุมเริ่มขึ้น ผู้คนกว่า 20,000 คนได้เดินขบวนรณรงค์บนถนนในเมืองริโอบนเส้นบางๆระหว่างความหวังและความสิ้นหวัง

“อนาคตที่เราต้องการ” จะไม่เกิดขึ้นได้เลยหากเราดูรายละเอียดข้อตกลงที่เป็นผลมาจากการประชุมริโอ+20 ซึ่งขณะนี้ผู้นำทั่วโลกกำลังจะประทับตราเห็นชอบกับข้อตกลงดังกล่าวที่เป็นการฟอกเขียวบังหน้าความตั้งใจจริงในการปกป้องสิ่งแวดล้อม (Greenwashing) ขณะที่การประชุมเริ่มขึ้น ผู้คนกว่า 20,000 คนได้เดินขบวนรณรงค์บนถนนในเมืองริโอบนความสิ้นหวังที่คาดว่าน่าจะเกิดความหวังใหม่ขึ้นบ้าง

สุนทรพจน์ของประธานาธิบดี Dilma Rousseff ในฐานะประเทศเจ้าภาพจัดการประชุม ยังคงไม่ถึงฝั่งฝัน เนื่องจากข้อตกลงที่เกิดขึ้นที่ริโอกลับไร้น้ำหนักและไม่เข้มข้น คำกล่าวของประธานาธิบดีที่วาดหวังไว้สวยหรูว่าจะต้องมีความ “กล้าหาญ เข้มข้น รับผิดชอบและเร่งด่วน” นั้น เป็นไปไม่ได้เลยเพราะขาดความมุ่งมั่น ขาดเป้าหมาย และขาดเม็ดเงิน

ทั้งสองการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นในริโอนี้ไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสุดยอดของภาคประชาชนที่เต็มไปด้วยความหวังและทางออกที่จัดขึ้นห่างออกไป 40 กิโลเมตร หรือ การประชุมสุดยอดริโอ+20 ที่กลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและปัญหา

ในการประชุมภาคประชาชน มีการแบ่งปันแนวคิดและโอกาสที่จะต่อสู้กับวิกฤตสิ่งแวดล้อม ความเป็นธรรมและระบบนิเวศ ผู้เชี่ยวชาญได้ชี้ชัดว่าเรามีทางออกด้านพลังงานที่จะนำไปสู่การปฏิวัติพลังงาน หลีกเลี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสามารถทำให้ผู้คน 1.6 ล้านคนเข้าถึงพลังงานได้ เป็นการปฏิวัติพลังงานที่จะสร้างงานที่ดีได้นับล้านๆตำแหน่ง และยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล้มเหลวอยู่นี้ได้ แทนการจ่ายเงินสนับสนุนธนาคารเพื่อหนุนอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลดังที่เกิดขึ้นในการประชุม G20 ที่เม็กซิโก

ขณะเดียวกัน นักเจรจาที่ริโอก็ได้ตัดเนื้อหาที่ดีออกไปจากเอกสารข้อตกลง เหล่าประชาชนกำลังเรียกร้องให้ผู้นำโลกให้เงินสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวที่แท้จริง

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การประชุมสุดยอดของภาคประชาชนนี้ปราศจากการปิดกั้นในระดับชาติและไม่ได้เป็นไปด้วยผลประโยชน์ของชาติใดชาติหนึ่ง การก้าวข้ามปัจจัยด้านรัฐชาติและการเข้าถึงกันในระดับสากลนับเป็นแนวทางที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาความท้าทายที่มนุษย์เรากำลังเผชิญอยู่ เช่น สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ การสร้างงานสีเขียวที่เหมาะสม ความเท่าเทียมทางเพศ การปกป้องผืนป่า การปกป้องมหาสมุทร และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ในการประชุมสุดยอดที่ “เป็นทางการ” คุณจะเห็นสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ประเทศส่วนใหญ่จะเสนอความคิดเห็นที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศตนเองมาก่อน ตามด้วยผลประโยชน์ของภูมิภาคเป็นอันดับสอง และให้ความสนใจกับประเด็นระดับโลกเป็นอันดับสุดท้าย และหากรัฐบาลทั้งหลายไม่ตระหนักว่าปัญหาที่เราเผชิญอยู่อย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจโลก และอื่นๆ นั้น จำต้องอาศัยความจริงจังและความร่วมมืออย่างแท้จริงในระดับโลก และต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ของภาคประชาสังคมแล้วล่ะก็ เราก็หวังอะไรไม่ได้อีกแล้ว

กรีนพีซบราซิลยังคงเดินหน้ารวบรวมรายชื่อเพื่อสนับสนุนกฎหมายการตัดไม้ทำลายป่าเป็นศูนย์ (Zero Deforestation Law) และเปิดเผยแผนดำเนินงานด้วยความมุ่งหมายที่จะหยุดการแสวงหาผลประโยชน์ใน “ธรรมชาติฝั่งตะวันตก” นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงการที่เกษตรกรรมยั่งยืนสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารได้ด้วย

ผู้คนเกือบ 10,000 คนได้เข้าชมเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ลำใหม่ของกรีนพีซ ได้เห็นการใช้เทคโนโลยีทันสมัยของเราในการปกป้องโลกใบนี้เพื่อวันข้างหน้าด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในขณะนี้ บรรยากาศความตื่นเต้นและสดใสของเหล่าอาสาสมัครกรีนพีซบราซิลได้ช่วยขจัดความผิดหวังจากการประชุมทางการของเหล่ารัฐบาลไปได้ หากเพียงผู้นำของโลกจะสละเวลามารับฟัง และเข้าร่วม บางทีพวกเขาอาจได้รับแรงบันดาลใจและพลังความกระตือรือร้นที่ต้องการปกป้องโลกร่วมกันเหมือนอย่างที่ผมได้รับก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงต้องการข้อตกลงระดับโลก และเราต้องการการบริหารจัดการระดับโลกที่จะสนับสนุนการเดินหน้าปรับเปลี่ยนโลกเรา ให้เรื่องความเท่าเทียมกัน เรื่องเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมมีการประสานสอดคล้องกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปได้

ผมขออ้างถึงคำกล่าวเปิดงานของนายบันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติที่กล่าวไว้ว่าเราจะต้อง “...เดินหน้าริโอ+20 ด้วยความมุ่งมั่นและดำเนินการอย่างแท้จริง ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องลงมือทำอย่างจริงจัง” ใช่เลย! ผมเห็นด้วยว่าเราต้องทำเช่นนั้น ทุกคนจะต้องจดจำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในริโอ และร่วมกันปกป้องโลกใบนี้ และอนาคตของโลกเพื่อลูกหลานของเรา

หากเราไม่สามารถรวมพลังขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ในโลก อนาคตที่เราต้องการก็คงเป็นได้เพียงแค่ฝัน