สัปดาห์ที่แล้ว เราได้เปิดเผยรายงานที่พบว่า KFC เป็นตัวการทำลายป่าฝนเขตร้อนในประเทศอินโดนีเซีย และทำให้เสือสุมาตราตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์

น่าเศร้าที่ผู้บริหารของ KFC กลับปฏิเสธเรื่องนี้อย่างหัวชนฝา

ในตอนแรก KFC ได้ชี้แจงว่าร้อยละ 60 ของบรรจุภัณฑ์ในประเทศสหรัฐอเมริกามาจากแหล่งวัตถุดิบที่ “ยั่งยืน” หลังจากนั้นก็เปลี่ยนแปลงตัวเลขเป็น ร้อยละ 80 แล้วหลังจากนั้นอีก ก็อ้างว่าพวกเขาไม่ได้ซื้อวัตถุดิบจากบริษัท Asia Pulp and Paper หรือ APP ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศอังกฤษเลย

ยังมีหลายจุดในแถลงการณ์นี้ที่ฟังไม่ขึ้น เราจะชี้แจงให้เห็นไปทีละข้อ

ข้อแรก มีหลักฐานชัดเจนว่า KFC ซื้อกระดาษที่มาจากบริษัท APP สามารถดูหลักฐานได้ที่รายงานของเรา ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บริหารของ KFC จะสละเวลามาอ่าน

นอกจากรายงานที่เราได้ศึกษามาแล้ว เรายังมีหลักฐานภาพถ่ายที่พิสูจน์ให้เห็นกันอย่างชัดเจน ภาพด้านบนนี้คือภาพกล่องใส่กระดาษเช็ดปากของ KFC ที่คุณจะเห็นชื่อ PT Pindo Deli ซึ่งเป็นชื่อบริษัทของ APP ที่ตั้งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากความเชื่อมโยงที่ชัดเจนอันนี้แล้ว เราได้นำกระดาษนี้ไปตรวจสอบที่ห้องทดลองอิสระ รู้หรือเปล่าว่าเราพบอะไรในนั้น? เราพบเยื่อไม้เนื้อแข็งผสมโซนเขตร้อน (Mixed Tropical Hardwood wood fiber) หรือในอีกชื่อหนึ่งก็คือ ป่าฝนเขตร้อน นั่นเอง   

ข้อที่สอง ผู้บริหารของ KFC ใช้คำว่า “sustainable” หรือ “ยั่งยืน” ได้อย่างชาญฉลาด ดูเหมือนว่า ตัวเลขร้อยละ 60-80 ที่ยังคลุมเครือนั้น ได้รวมเอาการตัดไม้จำนวนมหาศาลที่ถูกพิพากษ์วิจารณ์มานานจากนักอนุรักษ์ หาก KFC เรียกสิ่งนี้ว่า “ยั่งยืน” นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังค้านพฤติกรรมของตนเองได้อย่างฟังไม่ขึ้นเลย

ข้อที่สาม คำชี้แจงของ KFC เฉพาะเจาะจงไปที่สหรัฐอเมริกา โดยไม่ได้คำนึงถึงตลาดใหญ่ของโลก ซึ่งก็คือ จีน ที่ในขณะนี้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ KFC และใหญ่กว่าในสหรัฐอเมริกาเสียอีก และยังไม่ได้คำนึงอีกว่าการซื้อมาตรฐานนโยบาย (หรือการไม่มีแม้แต่มาตรฐานใดๆ) ที่มีขึ้นในเมือง Louisville ได้ส่งผลกระทบต่อป่าไม้ทั่วโลกอย่างมหาศาล  

นี่เป็นปัญหาที่มาไกลและซับซ้อนเกินกว่าที่ควรจะเป็น เห็นได้ชัดแล้วว่า KFC และYum! บริษัทแม่นั้น มีปัญหาในห่วงโซ่อุปทานการผลิต แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ บริษัทอื่นๆ ก็เคยประสบปัญหานี้เช่นกัน และได้ลงมือแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย โดยมีกุญแจไขปัญหาอยู่ที่การจัดการนโยบายระดับสากลที่ตั้งมาตรฐานการเลือกบริษัทผลิตกระดาษ และมีการนำมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม   

แต่สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นหาก KFC ยังคงยืนกรานปฏิเสธ ก้าวแรกของการแก้ปัญหาคือต้องยอมรับว่าคุณมีปัญหา และเราเชื่อมั่นว่า KFC สามารถแก้ปัญหานี้ได้

หากคุณต้องการร่วมบอก KFC ให้เปลี่ยนพฤติกรรมการทำลายป่า สามารถคลิกที่นี่เพื่อมีส่วนร่วมและบอกต่อ

[บล็อกนี้มาจากเว็บไซต์ของกรีนพีซ สหรัฐอเมริกา ที่ตีพิมพ์ไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2555]