“เพราะปัญหาพลังงานต้องรีบแก้ไข อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง การที่มหาวิทยาลัยราชภัฏผูกโยงเสมือนพี่น้องทั้ง 40 สถาบัน ทำให้นักศึกษาประสานงานกันเป็นเครือข่าย ในฐานะ ‘คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน’ สืบทอดแนวคิดแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม” 

ผศ. อเนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้าแนวคิดนี้จาก ผศ. อเนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้า เป็นสิ่งสะท้อนว่าวิกฤตพลังงานเป็นปัญหาที่สถาบันการศึกษาต่างตระหนักถึงความสำคัญ เพราะสิ่งที่เยาวชนผู้เป็นอนาคตของประเทศต้องการ คือ พลังงานหมุนเวียนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากที่ก่อนหน้านี้โรงเรียนชั้นนำได้เปิดไฟเขียวหนุนกฎหมายพลังงานหมุนเวียน กับกรีนพีซมาแล้ว คราวนี้กรีนพีซมีโอกาสไปจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบหัวใจสีเขียวที่ดำเนินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยครั้งนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า อนาคตสีเขียวของไทยคงจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

หลักปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ คือ สถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม สร้างความเจริญแก่ชุมชน  นักศึกษาจึงได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อประโยชน์สุขของสังคมไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏมี 40 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นพลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัญหาวิกฤตโลกร้อนและพลังงานที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์คำนึงถึงความสำคัญ จึงเกิดเป็นงาน “ปฏิวัติพลังงาน ผ่านกฎหมายพลังงานหมุนเวียน” ร่วมกับกรีนพีซขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จัดขึ้นโดยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง

กิจกรรมในงานเป็นไปอย่างสดใสเปี่ยมไปด้วยร้อยยิ้มรับพลังงานสะอาด ได้รับความสนใจจากนักศึกษาทุกคณะและทุกชั้นปีกว่าพันคนเข้ามาร่วมสนุกกับมินิคอนเสิร์ต ถ่ายรูปกับป้ายภาพอนาคตพลังงานหมุนเวียน ดื่มน้ำปั่นพลังงานแสงอาทิตย์ เขียนข้อความสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน รวมถึงร่วมกันลงชื่อเพื่อเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญในการผลักดันกฎหมายพลังงงานหมุนเวียนฉบับแรกให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยอีกหนึ่งไฮไลท์หนึ่งของงานคือ การเสวนาในหัวข้อ บทบาทของสถานศึกษาต่อการสร้างอนาคตพลังงานหมุนเวียน” ที่มีตัวแทนจากทั้งฝ่ายผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษาเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และต่างลงความเห็นว่าการปฏิวัติพลังงานเป็นทางออกของประเทศที่สอดคล้องกับนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียวของสถาบัน ขณะนี้โครงการพลังงานหมุนเวียนที่ ผศ.อเนก เทพสุภรณ์กุล และมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ร่วมกันคิดค้นตามนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว ได้แก่ หอพักนักศึกษาที่รักษาอุณหภูมิต่ำกว่าภายนอก 5-7 องศา อาคารเรียนติดโซลาร์เซลล์ และบ้านพอเพียงที่ใช้วัสดุที่ป้องกันความร้อนและเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กเพียงตัวเดียว เป็นต้นแบบอาคารประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแค่เขตพื้นที่ต่างจังหวัดเท่านั้นที่สามารถดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว แต่มหาวิทยาลัยในเมืองก็ปฏิบัติตามได้เช่นกัน “เพียงปลูกต้นไม้ให้มาก พร้อมกับการปลูกจิตสำนึกในนักศึกษาและบุคคลากร รวมถึงผู้บริหารต้องกำหนดนโยบายให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับระดับประเทศ หากขาดกฎหมายพลังงานหมุนเวียนก็ยากที่จะเกิดพลังงานหมุนเวียนอย่างแพร่หลาย” ดร. สมศักดิ์ เอี่ยมคงสี รองอธิการบดีวางแผนพัฒนาและบริการ กล่าวเสริม 

“ในแต่ละเดือนมหาวิทยาลัยต้องเสียค่าไฟเป็นจำนวน1.5 ล้านบาท การที่ดาดฟ้าของอาคาร 8 ศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ แห่งนี้หันมาใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จึงช่วยให้อาคารประหยัดได้ถึงเดือนละประมาณ 3,000 บาท แต่เครื่องมือที่ดีที่สุดในการลดการใช้พลังงาน คือ การเริ่มประหยัดที่ตนเอง” อาจารย์ สุกิจ ทองสุก ผู้ช่วยอธิการบดีด้านพลังงาน อธิบายถึงการช่วยประหยัดพลังงานของพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นทางออกของปัญหาพลังงานทั้งหมด และต้องเริ่มต้นแก้ปัญหานี้ที่ตนเอง

พลังงานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวเรา ปฏิวัติพลังงานจึงต้องเริ่มจากที่ตัวเราเอง “มนุษย์มีพลังงานขับเคลื่อนจากธาตุทั้งสี่ พลังงานจึงพบได้จากทุกสิ่งรอบตัวเรา  แต่มนุษย์มักมองข้ามเน้นการขุดเจาะพลังงานจากใต้ดินที่นับวันยิ่งหมดไป และส่งผลกระทบต่อโลก” พระอาจารย์สมพงษ์ โรจนวํโส หรือ “พระ-ลังงาน” ผู้สอนหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏและที่ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ซึ่งใช้โซลาร์เซลล์และพลังไฟฟ้าจากจักรยาน เพื่อช่วยค่าไฟได้สูงสุด 2,500 บาท ต่อเดือน เป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้จริง “นอกจากช่วยประหยัดแล้ว พลังงานหมุนเวียนยังช่วยลดความวิตกกังวลถึงความเสื่อมของโลก เปิดทางเลือกใหม่ที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ที่สำคัญคือเราต้องใช้พลังงานปัญญานำสิ่งใกล้ตัวมาเป็นพลังงาน และรัฐบาลต้องช่วยส่งเสริมในการลงทุนพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง”

 

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือ มีสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ที่นำนโยบายสภามหาวิทยาลัยและศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงลงไปขับเคลื่อนในชุมชน ในอดีตมหาวิทยาลัยราชภัฏเคยเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมชาย เพื่อพัฒนาชนบทตามแนวเกษตรอินทรีย์ เน้นการสร้างครูแล้วให้ครูไปสร้างคน ดูแลแผ่นดินให้เป็นสีเขียว นโยบายสภามหาวิทยาลัยที่ชัดเจนจึงเป็น “มหาวิทยาลัยสีเขียว ลดโลกร้อน สะอาด ประหยัดพลังงาน รวมบริการประสานภาระกิจ” ซึ่งทวนกระแสการบริโภคและอุตสาหกรรม สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดพลังงานหมุนเวียน แต่แค่เศรษฐกิจพอเพียงยังไม่เพียงพอ อาจารย์ ไตรภพ โคตรวงษา ตัวแทนสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงเสริมว่า “การปลูกป่าที่สำคัญที่สุด คือ ปลูกป่าสร้างจิตสำนึกในใจนักศึกษาผ่านทางวิชาเศรษฐกิจพอเพียง และลงมือปฏิบัติจริง จากนั้นนักศึกษาจะเป็นฑูตสีเขียวที่ปลูกป่าต่อต่อไปในชุมขน และทุกที่ที่เขาไป”

ไม่ใช่เพียงมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์เท่านั้น แต่นิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบันต่างเป็นอนาคตของชาติ ซึ่งกรีนพีซเชื่อว่าเยาวชนทุกคนเลือกที่จะขับเคลื่อนอนาคตอย่างสดใสด้วยพลังงานหมุนเวียน พร้อมนำสิ่งที่เรียนรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงภายใต้พื้นฐานความพอเพียง สมดังที่มหาวิทยาลัยราชภัฏได้สร้างรากฐานที่มั่นคงเอาไว้ ในฐานะที่เป็นสถาบันเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สร้างความเจริญให้กับชุมชน และพัฒนาประเทศไปด้วยกันอย่างยั่งยืน