มนุษย์มีปัญหาหลักคือ เราชอบครองครองสิ่งของ อัตราการใช้ทรัพยากรของมนุษย์เรานั้นจึงยังคงห่างไกลจากคำว่ายั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเท่าที่เราจะทำได้

หลายๆคนโชคดีพอที่จะสามารถซื้อสิ่งของต่าง ๆ ได้ เราถูกปลูกฝังว่าเงินและทรัพยากรจะนำพาความสุขมาให้ และความสุขนั้นสามารถพบได้จากการครอบครองข้าวของเหล่านั้น

มีข้อมูลที่ถูกเปิดเผยเกี่ยวกับที่มาของการผลิต การใช้ และการทิ้งข้าวของต่างๆที่เราใช้ ความจริงก็คือ ข้าวของต่าง ๆ ของเราล้วนมาจากการเสียสละของธรรมชาติและคนอื่น ๆ ถึงเวลาแล้วที่เราจะมองว่าการครอบครองสิ่งของนั้นเป็นสิทธิพิเศษ และทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อลดปริมาณการซื้อสิ่งของเหล่านั้นลงบ้าง

ตัดใจจาก “สิ่งของ” อย่างไรให้ขาด?

วิธีที่ดีที่สุดคือหยุดซื้อสิ่งของใหม่ ๆ  เว้นแต่เราจะย้ายไปอยู่บนเกาะกลางทะเลและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง แต่การทำแบบนั้นดูยากเกินความสามารถในเมื่อเราไม่สามารถที่จะหลีกหนีวัฒนธรรมการใช้จ่ายเมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในเมืองได้ ลองถามคำถามสามข้อนี้กับตัวเองเมื่อคุณซื้อสิ่งของใหม่ ๆ :

1. สิ่งของที่เรากำลังจะซื้อนั้นใช้ทรัพยากรอะไรบ้างเพื่อสร้าง ผลิต ทำบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงส่งมอบผลิตภัณฑ์นี้ให้แก่เรา?

2. คุ้มค่าไหม เราจะใช้ประโยชน์และได้รับผลตอบแทนต่อการลงทุนจากทรัพยากรเหล่านั้นได้ดีหรือไม่?

3. มีวิธีอื่นหรือไม่? เรามีข้าวของที่คล้ายกันแบบนี้อยู่ที่บ้านหรือไม่? สามารถขอยืมจากคนที่รู้จักได้หรือเปล่า? มีตัวเลือกอื่นที่ใช้ทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมในปริมาณน้อยหรือไม่? หรือจะซื้อมือสองแทน? และเราสามารถนำสิ่งของที่มีอยู่มาทำเป็นสิ่งของใหม่ได้หรือไม่?

สร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (Upcycling) อาจเป็นคำตอบสำหรับคำถามสุดท้าย ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Wisegeek ได้ให้คำนิยามของ Upcycling ไว้ว่า

"การสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (Upcycling) ได้ถูกคิดมาเพื่อต่อต้านวัฒนธรรมการจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นผู้บริโภคให้คิดถึงวิธีการและนวัตกรรมในการใช้สิ่งต่าง ๆ แทนการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมโดยการส่งเสริมให้นำกลับมาใช้ซ้ำเมื่อสิ่งของเหล่านั้นถูกทิ้ง"

นี่เป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานแค่เพียงครั้งเดียว แต่กลับมีอายุยาวนานกว่าเจ้าของเสียอีก เพื่อให้คุณเห็นภาพว่าระบบนี้แย่แค่ไหน ลองคิดดูว่าผลิตภัณฑ์พลาสติกเกือบทุกชิ้นที่เคยสร้างขึ้นยังคงอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้ และไม่มีทีท่าว่าจะย่อยสลาย

อะไรคือความแตกต่างระหว่างการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (Upcycling) และการรีไซเคิล?

หลายคนอาจจำได้ขึ้นใจเกี่ยวกับ การลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) จากสโลแกนติดปากสามคำนี้  ดูเหมือนว่าการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (Upcycling) จะใกล้เคียงกับการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ หรือ Reuse

ในขณะที่การรีไซเคิลเป็นการนำของใช้ อย่างพวกพลาสติก กระดาษ มาแปลงสภาพเป็นผลิตภันฑ์ที่แตกต่างออกไป ซึ่งมักมีคุณค่าและมูลค่าต่ำลง แต่ Upcycling เป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้างความต้องการให้แก่วัสดุที่มีมูลค่าต่ำ การสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (Upcycling) นี้เป็นเจตนาที่ตอบสนองความต้องการโดยไม่ใช้การซื้อสิ่งของใหม่ๆ แต่เป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งที่คุณมีอยู่หรือไม่ได้ใช้แล้ว

เคล็ดลับ: เมื่อคุณเดินทางเข้าสู่โลกของการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (Upcycling) พึงระลึกเสมอว่า การ Upcycling เพื่อความสนุกหรือความคิดสร้างสรรค์นั้น มีความแตกต่างจากการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุเพราะคุณต้องการที่จะใช้งาน ถ้าคุณต้องการทำเพื่อความสนุก คุณจะต้องแน่ใจก่อนว่าคุณไม่ได้ทำให้วัสดุที่ซื้อมาประดิษฐ์นั้นกลายเป็นขยะเสียเอง หรือว่าประดิษฐ์ของที่คุณไม่คิดว่าคุณจะใช้

วิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาวิธีการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ และวิธีทำของใช้เองภายในครัวเรือน คือ การค้นหาจากอินเตอร์เน็ต เราได้รวบรวมเว็บไซต์ที่มีไอเดียและเคล็ดลับดีๆ ในการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากข้อมูลข้างล่าง

5 วิธีง่ายๆในการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุเพื่อใช้ในครัวเรือน

ก้านไม่ไผ่หอมปรับอากาศ

ภาพถ่ายโดย Sarah Lipoff

คุณสามารถดูวิธีการทำได้ที่นี่  

ขวดน้ำใส่โทรศัพท์เวลาชาร์จแบตเตอรี่

ภาพถ่ายโดย Sarah Lipoff

PopSugar ได้บอกวิธีการทำไว้ที่นี่ 

กระถางปลูกต้นไม้จากแก้วใส่น้ำ

สามารถดูวิธีการทำได้ที่นี่

บัวรดน้ำต้นไม้จากแกลลอนนม

คุณสามารถดูวิธีการทำได้ที่นี่

เครื่องให้อาหารนกจากขวดพลาสติก

คุณสามารถดูวิธีการทำได้ที่นี่

อยากได้ไอเดียเพิ่มเติมหรือไม่?

ตอนนี้กรีนพีซกำลังรวบรวมบทความการใช้ชีวิตแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าคุณอยากได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ คุณสามารถติดตามบล็อกของเราได้ที่นี่

คุณสามารถรับชมวีดีโอเพิ่มเติมเรื่องเล่าของข้าวของ (The Story of Stuff) ได้ที่ด้านล่างนี้

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่