“น้ำ”กับ “ความมั่นคงทางอาหาร”..

เมื่อพูดถึงเรื่องทรัพยากร “น้ำ” ในด้านการบริหารจัดการแล้วนั้น เราสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเด็นใหญ่ๆ คือ “ด้านปริมาณ” และ “ด้านคุณภาพ” ซึ่งหากเราไม่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อยากเพียงพอและเราไม่สามารถรักษาคุณภาพน้ำให้ดีเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคให้ได้แล้วนั้น สังคมมนุษย์เราก็ไม่สามารถอยู่รอดได้


            
ในอดีตประเทศไทยมีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ทั้งปริมาณและคุณภาพ แต่การมุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมที่ปราศจากมาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ดีพอ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการบริโภคนิยมล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรน้ำด้านคุณภาพต้องลดหายไปจากการที่ต้องเป็นแหล่งรองรับมลพิษ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศล้วนแต่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำทำให้ยากที่จะบริหารจัดการ   

ในแต่ละปีทางองค์การสหประชาชาติจะกำหนดกำหนด Theme หรือหัวข้อประเด็นของวันน้ำโลกแตกต่างกันออกไป ซึ่งแม้การรณรงค์ในวันน้ำโลกจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้ แต่การกำหนดหัวข้อของวันน้ำโลกในแต่ละปีนั้นถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำที่เชื่อมโยงกับประชากรโลกได้เป็นอย่างดีในช่วงเวลานั้น เช่น

- ในปีค.ศ.1994 ซึ่งเป็นวันน้ำโลกครั้งแรก ได้กำหนดหัวข้อว่า “Caring for our Water Resources is Everybody's Business” หรือการรักษาดูแลแหล่งน้ำเป็นเรื่องของคนทุกคน  ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลานั้นเป็นอย่างดีว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญที่จะดูแลรักษาแหล่งน้ำ

- ปีค.ศ.1998 ได้มีการหยิบยกหัวข้อ “Groundwater – The Invisible Resource” ที่ให้ความสำคัญในการรักษาแหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งเวลานั้นประชากรโลกมากกว่าครึ่งอาศัยแหล่งน้ำใต้ดินเป็นแหล่งน้ำอุปโภคและบริโภคที่สำคัญมากสำหรับแหล่งธุรกันดารจนถึงในเมือง และในขณะเดียวกัน น้ำใต้ดินในหลายๆ แห่งพบว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายจากการประกอบอุตสาหกรรม 

- ในปีค.ศ.2003 ได้มีการหยิบยกหัวข้อ  “Water for Future” ที่เน้นรณรงค์ให้รักษาคุณภาพแหล่งน้ำที่ส่งผลต่ออนาตคหรือความเป็นอยู่ของชนรุ่นต่อไปที่ต้องอาศัยทรัพยากรน้ำที่ดีพอเช่นกัน เนื่องจากข้อกังวลที่คนในยุคปัจจุบันกำลังใช้ทรัพยาอย่างสิ้นเปลือง ไม่ดูแลรักษา และผลกระทบจะตกอยู่กับคนรุ่นต่อไปซึ่งต้องรับมรดกบาปหรือปัญหาที่คนรุ่นก่อนทำไว้

- ปีค.ศ.2004 เป็นปีที่มีการหยิบยกหัวข้อ “Water and Disasters” หรือน้ำและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่วงเลาที่คนเริ่มตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำและสามารถส่งผลกระโดยตรงต่อมนุษย์ ก้าวมาถึง

- ปีค.ศ. 2011 กับหัวข้อ “Water for cities: responding to the urban challenge” ที่กล่าวถึงเรื่องของเมือง การเป็นเมืองที่มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชากรโลกจำนวนมากของโลกอยู่ในเมือง และส่วนใหญ่อยู่ในสลัมที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด และ

ในปีปัจจุบันนี้ ปีค.ศ. 2012 ได้มีการหยิบยกหัวข้อที่สำคัญและน่าสนใจมารณรงค์คือ “Water and Food Security: The World is Thirsty Because We are Hungry” ที่กล่าวถึง “น้ำ” และ “ความมั่นคงทางอาหาร”

โดยเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างปริมาณน้ำที่จำกัด กับปริมาณความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นสำหรับการการผลิตอาหาร ของใช้และการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับพฤติกรรมการบริโภคที่สิ้นเปลือง

หัวข้อเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับประเทศไทยมากเช่นกัน แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่ขาดแคลนอาหาร แต่เราเป็นประเทศที่ผลิตอาหารและส่งออกเป็นอันดับสำคัญของโลก โดยประเด็นปัญหาของประเทศไทยในด้านความมั่นคงอาหารเชื่อมโยงกับปัญหาทรัพยากรน้ำโดยตรง สิ่งสำคัญคือ “น้ำ” เป็นทรัพยากรพื้นฐานซึ่งไม่เพียงแค่สำหรับอุปโภค- บริโภคโดยตรง แต่ยังเป็นทรัพยากรพื้นฐานสำหรับการผลิตทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม



ความมั่นคงทางอาหารยังไม่ได้จำกัดแค่ภาคการผลิตจากการเกษตร แต่ยังรวมถึงและยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คือ อาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งคือความมั่นคงและมั่งคั่งที่แท้จริง สำหรับประเทศไทย อาหารตามธรรมชาติเหลืออยู่น้อยลงทุกที ทั้งด้วยการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่จากแหล่งอาหารหรือพื้นที่เพาะปลูกและป่าไม้ กลายเป็นที่ปลูกสร้างหรือพื้นที่เมือง ปัญหาป่าต้นน้ำถูกทำลายและพื้นที่ป่าลดลงก็กำลังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อทั้งแหล่งอาหารและแหล่งน้ำ ซึ่งแหล่งน้ำที่สำคัญ เช่น แม่น้ำ ลำคลองนั้น

ปัจจุบันมากกว่าร้อยละ 80 ของประเทศมีสภาพที่แย่ลง อาหารที่อยู่ในน้ำตามธรรมชาติก็ลดลงตามกัน ทำให้ประชาชนเกือบทั้งประเทศต้องขึ้นอยู่กับระบบเศรษฐกิจทุน คือต้องซื้อกินทุกอย่างแทนการหาได้เองตามธรรมชาติ จึงเกิดสภาวะไม่มั่นคง หนึ่งสาเหตุที่สำคัญของการทำลายทรัพยากรน้ำคือ “การผลิตอุตสาหกรรม” ที่ภาคอุตสาหกรรมเองยังขาดการให้ความสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมเพียงพอ และการดูแลของภาครัฐที่ยังขาดประสิทธิภาพ หลายพื้นที่อุตสาหกรรมทั่วประเทศจึงต้องอยู่ในภาวะคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ชุมชนได้รับความเดือดร้อนและส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยเฉพาะการหาอาหารหรือใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ และเป็นสาเหตุสำคัญในปัจจุบันที่หลายพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรต้องออกมาต่อต้านการรุกเข้ามาของอุตสาหกรรม เนื่องจากความสุ่มเสี่ยงที่ทรัพยากรธรรมชาติ และไม่เพียงที่ความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่นั้นจะถูกทำลายลงไปและส่งผลโดยตรงต่อชุมชนอย่างเดียว แต่ยังจะส่งผลต่อสังคมโดยรวมหากแหล่งอาหารนั้นเป็นทรัพยากรของทุกคนที่ได้รับประโยชน์   

เนื่องในวันน้ำโลกปีนี้ ประชาชนคนไทยก็หวังที่จะได้เห็นแหล่งน้ำต่างๆ ได้รับการปกป้อง ได้เห็นแหล่งน้ำสะอาดอยู่ในทุกๆ ที่  และได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำที่เต็มไปด้วยอาหาร และสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างเต็มที่ แม้ความหวังเหล่านี้จะดูเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถเป็นจริง แต่ถ้าทุกคนมีความหวังและช่วยกันแก้ไขปรับปรุง สิ่งดังกล่าวก็สามารถจะบรรลุผลเกิดขึ้นได้ไม่ยาก