การรณรงค์เรียกร้องให้ Zara เข้าร่วมโครงการล้างสารพิษ หรือ Detox  ได้เริ่มดำเนินการมาเป็นเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์ แต่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภค นักกิจกรรม และเหล่าแฟชั่นนิสตากว่า 250,000 คน เข้ามาร่วมลงชื่อสนับสนุนกับกรีนพีซ ผลักดันให้แบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ออกมาสร้างสรรค์แฟชั่นปลอดมลพิษเสียที

ถือเป็นการตอบรับจากผู้คนจำนวนมากภายในเวลาอันรวดเร็วเหลือเชื่อ และด้วยเสียงมหาชนอันมหาศาลที่เรียกร้องให้บริษัท Zara ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมก่อมลพิษในเสื้อผ้านี่เองที่ทำให้ทางแบรนด์ Zara ได้ออกมาโต้ตอบอย่างรวดเร็วด้วยการตอบกลับทางอีเมลว่าแบรนด์ของตน “มุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายมลพิษเป็นศูนย์”

นันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี โดยทางทีม Corporate Dialogue ของกรีนพีซได้พูดคุยกับแบรนด์ Zara เพิ่มเติมถึงแนวทางการเปลี่ยนจากความมุ่งมั่นไปสู่การปฏิบัติ เนื่องจากเพียงแค่คำมั่นนั้นยังไม่เพียงพอ

ขณะนี้แหล่งน้ำทั่วโลกกำลังได้รับมลพิษจากสารเคมีอันตรายที่ปล่อยออกมาจากอุตสาหกรรมฟอกย้อมและสิ่งทอ ซึ่งสารเคมีอันตรายเหล่านี้เมื่อถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำจะแตกตัวเป็นสารที่ทวีความอันตรายขึ้น อย่างสารที่มีคุณสมบัติรบกวนฮอร์โมนและสารก่อมะเร็ง โดยกรีนพีซพบสารเคมีอันตรายเหล่านี้ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าของ Zara จากการตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีในห้องแล็บ  นั่นหมายความว่าสารเคมีดังกล่าวกำลังถูกใช้ในกระบวนการผลิต และปล่อยลงสู่แหล่งน้ำและแม่น้ำหลายสายทั่วโลก

หากแต่ละแบรนด์ผลิตเสื้อผ้าออกมา 850 ล้านตัวต่อปีทั่วโลก ดังเช่นที่ Zara ผลิต จะส่งผลกระทบที่ใหญ่หลวงทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้โรงงานที่ผลิตเสื้อผ้าซึ่งเป็นผู้ที่ใช้น้ำในแหล่งน้ำเดียวกันนี้เพื่ออุปโภคบริโภค

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องผลักดันให้ Zara เป็นผู้นำแบรนด์แฟชั่นที่พาเราไปสู่อนาคตปลอดสารพิษ เพราะแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Zara จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า กลุ่มผู้ผลิตจะรับฟังและปฏิบัติตามแบรนด์ใหญ่อย่าง Zara เนื่องจากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และในฐานะที่เป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมแน่นอนว่าทิศทางที่ Zara เลือกก้าวเดินแบรนด์อื่นย่อมก้าวตาม

กรีนพีซต้องการเรียกร้องให้แบรนด์แฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกทำอย่างไรต่อไป

เราเชื่อว่า Zara ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะและสิ่งแวดล้อม ด้วยการยุติการปล่อยสารเคมีอันตรายจากผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและกระบวนการผลิต รวมถึงต้องเปิดเผยว่าสายการผลิตของตนกำลังปลดปล่อยสารเคมีใดบ้างลงสู่สายน้ำอันมีค่าของเรา ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงงาน และผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Zara มีสิทธิในการรับรับรู้ว่ามีสารเคมีอันตรายใดแฝงอยู่ในเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ และจะส่งผลร้ายแรงอย่างไรบ้างเมื่อถูกปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม

แบรนด์แฟชั่นที่เป็นคู่แข่งรายใหญ่ของ Zara ได้ออกมาเฉิดฉายบนแคทวอล์กของแฟชั่นปลอดสารพิษกันบ้างแล้ว อาทิ Marks & Spencer ที่ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเผยข้อมูลการใช้และปล่อยมลพิษของสายการผลิตภายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 รวมถึง H&M เองก็ได้กำหนดว่าจะยุติการใช้สารพีเอฟซี  ซึ่งเป็นกลุ่มสารเคมีอันตราย ภายในวันที่ 1 มกราคม 2556

ยิ่ง Zara ผลิตเสื้อผ้าในแต่ละปีมากกว่า M&S และ H&M ด้วยแล้ว จึงเป็นสิ่งสำคัญและเร่งด่วนที่ Zara ควรจะต้องเปิดเผยข้อมูลนี้ และยุติการใช้สารเคมีอันตรายเพื่อก้าวตามอีกสองแบรนด์แฟชั่นให้ทัน

Zara สามารถออกแบบ ผลิต และจัดส่งเสื้อผ้าชุดใหม่ไปยังร้านได้ภายในเวลา 15 วัน เราอยากเห็น Zara ตอบโต้กับวิกฤตมลพิษอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน พร้อมกับล้างสารพิษจากอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างถาวร

อย่างไรก็ตาม Zara ได้รับรู้ถึงปัญหานี้มาระยะหนึ่งแล้ว รายงานชิ้นแรกของกรีนพีซ เผยถึงมลพิษจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอเมื่อ 18 เดือนผ่่านมาแล้ว แต่หลังจากนั้น Zara เลือกที่จะนิ่งเฉย ทว่าด้วยพลังจากทุกคนที่ร่วมกันขับเคลื่อนภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ในที่สุด Zara ก็เริ่มจะตาสว่าง

มาร่วมรณรงค์ด้วยกัน

คุณสามารถช่วยบอกต่อการรณรงค์ล้างสารพิษ "Detox" นี้ ให้กับเพื่อนๆ และทุกคนได้รับรู้ เพราะยิ่งมีจำนวนผู้เข้าร่วมการณรงค์มากเท่าไร ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทซึ่งหนึ่งในนั้นมีชายที่รวยเป็นอันดับสามของโลก ก็จะตระหนักว่าพวกเขาต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่จะล้างสารพิษ โดยคุณยังสามารถเข้าไปที่หน้าเฟสบุ๊คของ Zara ประเทศไทย  หรือหน้าเฟสบุ๊คหลักของ Zara  หรือส่งข้อความในทวิตเตอร์ เพื่อเตือนให้ Zara แสดงความเป็นผู้นำในฐานะที่เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของโลก ก้าวออกมารับผิดชอบร่วมล้างสารพิษกับกรีนพีซ

Zara เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในการเกาะติดเทรนด์ล่าสุดทุกฝีก้าว ดังนั้นเราจึงต้องรวมพลังแสดงให้ Zara เห็นว่าคอลเล็กชันที่แบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ "ต้องไม่พลาด" ในฤดูกาลนี้ คือเสื้อผ้าที่ปลอดสารพิษ 100%

ร่วมลงมือ:

ร่วมรณรงค์ล้างสารพิษ "Detox" และบอกต่อให้เพื่อนรู้

ทอมมี ครอว์ฟอร์ด เป็นผู้จัดการกลยุทธ์การสื่อสารของงานรณรงค์ล้างสารพิษ "Detox" สามารถติดตามทวิตเตอร์ของเขาได้ที่ @theecowarrior