เรื่องราว - กันยายน 21, 2551
นักปั่นจักรยานกว่าสองพันคนเข้าร่วมปั่นจักรยานในวันคาร์ฟรีเดย์ หรือวันปลอดรถ ลดโลกร้อน ซึ่งจัดขึ้นโดยกรีนพีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่แต่ละคนต้องลงมือทำเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมนี้นำขบวนโดยจักรยานที่ตกแต่งเป็นรูปรถเมล์มีข้อความ “ใช้รถขนส่งมวลชน ร่วมปฏิวัติพลังงาน” ตามมาด้วยขบวนจักรยานของอาสาสมัครและผู้สนับสนุนกรีนพีซ รวมถึงดารานักร้องกว่า 300 คน ที่ปั่นจากจุดเริ่มต้น ณ ห้างสรรพสินค้า ดิเอ็มโพเรียมไปจนถึงศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เป็นระยะทางทั้งสิ้น 6.88 กิโลเมตร
นักปั่นจักรยานกว่าสองพันคนเข้าร่วมปั่นจักรยานในวันคาร์ฟรีเดย์ หรือวันปลอดรถ ลดโลกร้อน 21 กันยายน 2551 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรีนพีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่แต่ละคนต้องลงมือทำเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมนี้นำขบวนโดยจักรยานที่ตกแต่งเป็นรูปรถเมล์มีข้อความ “ใช้รถขนส่งมวลชน ร่วมปฏิวัติพลังงาน” ตามมาด้วยขบวนจักรยานของอาสาสมัครและผู้สนับสนุนกรีนพีซ รวมถึงดารานักร้องกว่า 300 คน ที่ปั่นจากจุดเริ่มต้น ณ ห้างสรรพสินค้า ดิเอ็มโพเรียมไปจนถึงศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เป็นระยะทางทั้งสิ้น 6.88 กิโลเมตร
นักปั่นจักรยานกว่าสองพันคนเข้าร่วมปั่นจักรยานในวันคาร์ฟรีเดย์ หรือวันปลอดรถ ลดโลกร้อน ซึ่งจัดขึ้นโดยกรีนพีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่แต่ละคนต้องลงมือทำเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมนี้นำขบวนโดยจักรยานที่ตกแต่งเป็นรูปรถเมล์มีข้อความ “ใช้รถขนส่งมวลชน ร่วมปฏิวัติพลังงาน” ตามมาด้วยขบวนจักรยานของอาสาสมัครและผู้สนับสนุนกรีนพีซ รวมถึงดารานักร้องกว่า 300 คน ที่ปั่นจากจุดเริ่มต้น ณ ห้างสรรพสินค้า ดิเอ็มโพเรียมไปจนถึงศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เป็นระยะทางทั้งสิ้น 6.88 กิโลเมตร
นักปั่นจักรยานกว่าสองพันคนเข้าร่วมปั่นจักรยานในวันคาร์ฟรีเดย์ หรือวันปลอดรถ ลดโลกร้อน ซึ่งจัดขึ้นโดยกรีนพีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่แต่ละคนต้องลงมือทำเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมนี้นำขบวนโดยจักรยานที่ตกแต่งเป็นรูปรถเมล์มีข้อความ “ใช้รถขนส่งมวลชน ร่วมปฏิวัติพลังงาน” ตามมาด้วยขบวนจักรยานของอาสาสมัครและผู้สนับสนุนกรีนพีซ รวมถึงดารานักร้องกว่า 300 คน ที่ปั่นจากจุดเริ่มต้น ณ ห้างสรรพสินค้า ดิเอ็มโพเรียมไปจนถึงศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เป็นระยะทางทั้งสิ้น 6.88 กิโลเมตร
นักปั่นจักรยานกว่าสองพันคนเข้าร่วมปั่นจักรยานในวันคาร์ฟรีเดย์ หรือวันปลอดรถ ลดโลกร้อน ซึ่งจัดขึ้นโดยกรีนพีซ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่แต่ละคนต้องลงมือทำเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กิจกรรมนี้นำขบวนโดยจักรยานที่ตกแต่งเป็นรูปรถเมล์มีข้อความ “ใช้รถขนส่งมวลชน ร่วมปฏิวัติพลังงาน” ตามมาด้วยขบวนจักรยานของอาสาสมัครและผู้สนับสนุนกรีนพีซ รวมถึงดารานักร้องกว่า 300 คน ที่ปั่นจากจุดเริ่มต้น ณ ห้างสรรพสินค้า ดิเอ็มโพเรียมไปจนถึงศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น(ดินแดง) เป็นระยะทางทั้งสิ้น 6.88 กิโลเมตร
วันคาร์ฟรีเดย์ หรือ วันปลอดรถ ลดโลกร้อน เป็นวันที่ประเทศต่างๆ
ทั่วโลก รณรงค์ให้ประชาชนลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
หันมาใช้บริการขนส่งมวลชน และรถจักรยานเพิ่มขึ้น
เพื่อผลดีด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม
"ปัจจุบัน ชาวกรุงเทพฯ ใช้น้ำมันไปกับการเดินทางสูงถึง 500
ล้านลิตรต่อปี
น้ำมันแต่ละลิตรที่เผาไหม้นั้นปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 3.15
กิโลกรัมสู่บรรยากาศ
การเผาไหม้น้ำมันรถยนต์ไม่ต่างจากการเผาไม้ถ่านหิน
ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น
แต่ยังก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศอีกด้วย" นายธารา บัวคำศรี
ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กล่าว
ข้อมูลของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
ระบุว่าประเทศไทยปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 7
ในเอเชีย โดยมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 4.2 ตันต่อคนต่อปี
ซึ่งมากกว่าประเทศจีนและอินเดียที่ปล่อยคาร์บอน 3.8 ตันต่อคนต่อปี และ
1.2 ตันต่อคนต่อปีตามลำดับ
"เป็นที่ทราบกันดีว่า
หากเราไม่ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการพึ่งพาพลังงานถ่านหินและรถยนต์
ไม่ช้าก็เร็ว กรุงเทพฯ
จะได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของแต่ละคนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยปกป้องอนาคตของคนรุ่นหลังให้ปลอดภัย
เราขอเรียกร้องประชาชนทุกๆ คนให้ตระหนักถึงกิจกรรมต่างๆ
ในชีวิตประจำวันที่มีส่วนเพิ่มปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์
โดยการเริ่มจากก้าวแรกคือการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว
แล้วหันมาใช้รถขนส่งมวลชนแทน" นางสาวเอื้อพันธ์ ชำนาญเอื้อ
ผู้ประสานงานกิจกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
วันปลอดรถ ลดโลกร้อนในประเทศไทยเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี
โดยกรีนพีซต้องการแสดงให้เห็นว่าเมืองสมัยใหม่และน่าอยู่
ซึ่งปลอดจากเสียงดัง ความเครียด และ มลพิษ
ที่เกิดจากรถยนต์นั้นสามารถทำให้เกิดขึ้นได้
ข้อเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน
พร้อมทั้งออกข้อบังคับและสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้ใช้ทางเลือกต่างๆ
เช่น ทางเดินเท้า การใช้จักรยาน และ ระบบขนส่งมวลชนนั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การปฏิวัติพลังงานของกรีนพีซที่นำเสนอแนวทางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน
เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการปฏิวัติพลังงาน
เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเลิกใช้พลังงานที่สกปรกและอันตราย เช่น ถ่านหินและนิวเคลียร์ และลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ และ พลังงานชีวมวล ซึ่งสมเหตุสมผลทั้งด้านเศรษฐกิจและนิเวศวิทยา
บริจาค
เพื่อรักษาความเป็นอิสระ กรีนพีซไม่รับเงินบริจาคจากบริษัทหรือรัฐบาล เราพึ่งพาเงินสนับสนุนจากประชาชนเช่นคุณในการปกป้องโลก เงินบริจาคของคุณจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้