เรื่องราว - มิถุนายน 16, 2552
กรีนพีซจัดบรรยายสรุป “วิสัยทัศน์ของกรีนพีซ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” จี้ผู้นำอาเซียนให้เข้าร่วมการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก
หากยังคงขาดการร่วมพลังกันลงมือทำของผู้นำอาเซียน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดได้ว่าอ่อนไหวที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีการเตรียมการรับมือกับผลกระทบของมหันตภัยดังกล่าวน้อยที่สุด
กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคมนี้
และร่วมเจรจาข้อตกลงด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศ
ก่อนที่จะสายเกินไป
"การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้เกิดขึ้นแล้ว
ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใดเพิ่มเติมเพื่อเตือนภัยถึงผลกระทบอันร้ายแรงจากการนิ่งเฉยทางการเมือง
หากยังคงขาดการร่วมพลังกันลงมือทำของผู้นำอาเซียน
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งจัดได้ว่าอ่อนไหวที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และมีการเตรียมการรับมือกับผลกระทบของมหันตภัยดังกล่าวน้อยที่สุด"
นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ ประจำประเทศไทย กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
วิสัยทัศน์ของกรีนพีซ
ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อธิบายถึงสาเหตุ
ผลกระทบในปัจจุบัน และความเสี่ยงในอนาคต
ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบุถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก
และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จำเป็นในการหลีกเลี่ยงผลกระทบอย่างรุนแรงและไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
ที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน
นอกจากนี้
วิสัยทัศน์ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังได้เน้นย้ำว่าทางออกของปัญหาสภาพภูมิอากาศทั้งหมด
ควรเป็นสากล มีความยุติธรรม
และได้รับความเคารพด้วยการบรรจุในข้อตกลงระดับโลก
กรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลแต่ละประเทศให้ใช้ประโยชน์ให้ได้สูงสุดจากศักยภาพที่มีมากด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน
โดยการลงทุนและใช้งานเทคโนโลยีที่เป็นทางออกของปัญหาอย่างเต็มที่
รวมทั้งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการดำรงชีวิต
และการบริโภค
"ในขณะที่การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการเงินจากประเทศพัฒนาแล้วให้แก่ประเทศที่กำลังพัฒนาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สิ่งที่สำคัญเท่าๆ กัน คือ
การรับประกันว่าการให้ความช่วยเหลือด้านมาตรการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว
จะไปถึงกลุ่มคนยากจน โดยการพัฒนากลไกการให้เงินทุน
ภายใต้กรอบภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(UNFCCC)" นายธารา กล่าวเสริม
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขต เพิ่มระดับ และสร้างความแข็งแกร่ง
ให้แก่การลงมือปฏิบัติทั่วโลก
ประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องลดการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่คาดการณ์ไว้
คือ 15-30 เปอร์เซ็นต์ ภายในพ.ศ. 2563 อย่างไรก็ตาม
เห็นได้ชัดเจนว่าการปฏิบัติเช่นนี้
ที่ทำควบคู่ไปกับการหยุดการทำลายป่า
และการปรับตัวกับผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่ปัจจุบันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศที่พัฒนาแล้ว
ซึ่งควรได้รับเงินสนับสนุนในภูมิภาค 4,800 พันล้านบาท (140
พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 110 พันล้านยูโร) ต่อปี
กรีนพีซยังร้องขอสาธารณชนให้ร่วมเรียกร้องอย่างจริงจังที่สุดสำหรับการลงมือปฏิบัติ
และเรียกร้องให้ผู้นำประเทศของตนตกลงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โคเปนเฮเกน
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้ข้อตกลงที่ปกป้องสภาพภูมิอากาศ
"ที่นี่คือโลกและอนาคตของพวกเรา
และผู้นำของเราปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของเรา ดังนั้น
เราจึงควรบอกความคิดของเราให้พวกเขารับรู้" นายธารากล่าว
"ผู้นำเหล่านี้
ควรได้รับการพิจารณาจากความสามารถของพวกเขาว่าสามารถรับมือกับภัยคุกคามด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้หรือไม่"
นายธารา กล่าวสรุป
ลงมือทำ
สมัครสมาชิกชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์กรีนพีซ และรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเรียกร้องให้ผู้นำประเทศลงมือปฏิบัติเพื่อลดหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงรับข่าวสารการรณรงค์กดดันรัฐบาลต่างๆ ที่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคมปีนี้
สนับสนุนงานรณรงค์ของเรา
เราพึ่งพาเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณเพื่อให้เราเดินหน้าต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเรียกร้องวิธีแก้ปัญหา เราไม่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและเอกชน โปรดช่วยเราเท่าที่ทำได้