กรีนพีซระบุ เร่งดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกรณีแม่เมาะ
และมาบตาพุดโดยเร็วที่สุด

เรื่องราว - มีนาคม 5, 2552
วันนี้ กรีนพีซแสดงความยินดีกับการตัดสินของศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่และระยอง ซึ่งเป็นการอุทิศที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ให้กับหลักการสูงสุดของความยุติธรรม อย่างเช่น ความเป็นธรรมและความเสมอภาค พร้อมย้ำเตือนให้รัฐบาลไทยสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าผลการพิพากษาของศาลทั้งสองแห่ง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” และ "การป้องกันไว้ก่อน” นั้น จะถูกดำเนินการอย่างเร่งด่วนและโปร่งใสอย่างที่สุด

โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะที่มีควันพิษพวยพุ่ง โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นสาเหตุของมลพิษต่อชุมชนโดยรอบ โดยทำให้ผู้คนล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรง และสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้อีก

ในวันที่ 3 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา ศาลปกครองจังหวัดระยองพิพากษาให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จัดการกับอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และประกาศให้พื้นที่รอบๆ มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ ได้แก่ ตำบลเนินพระ ตำบลมาบข่า ตำบลทับมา ในอำเภอเมือง เพื่อดำเนินการควบคุมและกำจัดมลพิษให้อยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

ต่อมา ในวันที่ 4 มีนาคม 2552 ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ได้ตัดสินให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชดใช้เงิน 240,000 บาทต่อคน ให้กับชาวบ้านอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จำนวน 130 คน ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรง จากมลพิษในอากาศที่ถูกปล่อยออกมาจากโรงงานไฟฟ้าถ่านหินในอำเภอแม่เมาะ นอกจากนี้ยังตัดสินให้ กฟผ. อพยพราษฎรที่ได้รับผลกระทบออกนอกรัศมี 5 กิโลเมตร และให้ปลูกป่าในพื้นที่สนามกอล์ฟของกฟผ.

ในทุกๆ ปีโรงไฟฟ้าแม่เมาะปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ประมาณ 1.6 ล้านตันออกสู่อากาศ ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นประสบปัญหาสุขภาพร้ายแรง และทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้อีก

"คำพิพากษาของทั้งสองกรณีนี้ ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของเหยื่อชาวแม่เมาะและมาบตาพุดทั้งในอดีตและ ปัจจุบัน ที่ได้ต่อสู้มาอย่างยาวนาน และอาจเรียกความศรัทธาของคนไทยต่อกระบวนการยุติธรรมให้กลับคืนมา กรีนพีซได้ร่วมต่อสู้กับเครือข่ายราษฎรทั้งสองจังหวัดแห่งนี้มายาวนาน ถึงแม้พวกเขาจะมีสุขภาพย่ำแย่ลง ต้องสูญเสียวิถีชีวิตความเป็นอยู่ หรือแม้กระทั่งการขู่ทำร้ายจากกลุ่มผลประโยชน์ แต่ทั้งสองชุมชนต่างเดินหน้าต่อสู้อย่างไม่ท้อถอย เพื่อเปิดโปงต้นทุนที่แท้จริง ของการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สกปรกและไร้การตรวจสอบ..." นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว นายธาราได้เสริมต่อไปว่า "คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติควรเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา โดยปฏิบัติตามกลไกการป้องกันล่วงหน้า ได้แก่ กลไก 'ทำเนียบการปล่อยสารพิษ' และ  'สิทธิในการรับรู้ของชุมชน' "

ภาพสไลด์การณรงค์ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ ที่ผ่านมาทั้งหมด ของกรีนพีซ

ในกระบวนการพิพากษาครั้งสำคัญนี้ ศาลปกครองจังหวัดระยองได้อ้างอิงรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งระบุว่าตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายมากว่า 40 ชนิด ในอากาศในพื้นที่มาบตาพุด โดยเป็นสารก่อมะเร็ง 20 ชนิด ในปริมาณที่เกินระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และจากรายงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งศาลปกครองอ้างอิงเ่ช่นกัน พบว่าอัตราผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งในอำเภอเมือง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540-2544 สูงกว่าอัตราผู้ป่วยโรคมะเร็งในอำเภออื่นๆ ถึง 3-5 เท่า นอกจากนี้ น้ำผิวดินและน้ำใต้ดินในพื้นที่มาบตาพุดนั้น ยังถูกปนเปื้อนไปด้วยโลหะหนัก อย่างเช่น นิกเกิล ทองแดง ปรอท และสารประกอบอาเซนิก

โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มจากการดำเนินการขนาดเล็ก ในช่วงปี 2503 และขยายใหญ่ขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2523  ในทุกๆ ปีโรงไฟฟ้าแม่เมาะปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ประมาณ 1.6 ล้านตันออกสู่อากาศ ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นประสบปัญหาสุขภาพร้ายแรง และทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้อีก นอกจากนี้ นอกจากนี้มีการประมาณการว่าในแต่ละปีโรงไฟฟ้าดังกล่าวปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศมากกว่า 4 ล้านตัน ออกสู่อากาศ (อ่าน"บทสรุป: ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหิน" หรือ " ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหิน" ฉบับเต็ม)

ภาพสไลด์การณรงค์ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินในมาบตาพุด ที่ผ่านมาทั้งหมด ของกรีนพีซ และเครือข่ายประชาชนอื่นๆ

"การที่อุตสาหกรรมถ่านหินและสารเคมี หรือกลุ่มผลประโยชน์ในรัฐบาล ค่อยๆ ทำลาย ท้าทาย หรือ กลับคำตัดสินคำพิพากษาของศาลปกครองนั้น ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างน่าประณาม และเป็นภยันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของลูกหลานของเรา และคนรุ่นต่อไป" นายชัยเลนดรา ยาชวัน ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ลงมือทำเพื่อหยุดมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

สมัครจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์กรีนพีซ เพื่อเป็น "นักกิจกรรม 1 นาที" ช่วยหยุดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่อุตสาหกรรมถ่านหินเป็นผู้ก่อ

บริจาค

เพื่อให้กรีนพีซทำงานรณรงค์เพื่อหยุดมลพิษปนเปื้อนจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กรีนพีซไม่รับเงินบริจาคจากภาครัฐและเอกชน ความเป็นอิสระทางเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย โปรดสนับสนุนเราเท่าที่ทำได้

หมวด