อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก
อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก
อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก
อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก
อาสาสมัครกรีนพีซยุติการทำลายระบบนิเวศน์ป่าพรุในพื้นที่ของบริษัทน้ำมันปาล์มพีที ดูทา พาลมา ที่จังหวัดรีอาล (Riau) ในสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อาสาสมัครกำลังสร้างเขื่อนชั่วคราว 5 แห่งในบริเวณคลองน้ำลึก 3 เมตร ที่ใช้ในการทำซุงและดึงน้ำออกจากพื้นที่ป่าพรุเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งขัดต่อกฎหมายอินโดนีเซียในเรื่องการปกป้องป่าและยังส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล
อาสาสมัครกว่า 30
คนทำงานร่วมกับชุมชนจากหมู่บ้านใกล้เคียงในกัวลาเชนากูเพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวกั้นไม่ให้มีการระบายน้ำออกซึ่งจะทำให้พื้นที่บริเวณนั้นไม่เหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกออกมา
(1)
เขื่อนชั่วคราวนี้จะช่วยป้องกันบริษัทน้ำมันปาล์มจากการเผาพื้นที่ป่าพรุอย่างผิดกฎหมาย
ก่อนที่จะมีการนำไปใช้เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน
ซึ่งจะเพิ่มให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น
"บริษัทน้ำมันปาล์มนี้กำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบริเวณผืนป่าพรุแห่งนี้"
ฮัปโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
"และนอกจากนี้ยังส่งผลไปสู่ภาวะโลกร้อนอีกด้วย"
จากการสืบสวนโดยค่ายพิทักษ์ป่าของกรีนพีซในจังหวัดริอาลซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณบริษัทน้ำมันปาล์ม
พบว่าบริษัทพีที ดูทา
พาลมาและบริษัทในเครือกำลังฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศและคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องการจัดการป่าไม้
ซึ่งระบุไว้ว่าจะต้องปกป้องพื้นที่ป่าพรุ (2)
กรีนพีซตั้งค่ายพิทักษ์ป่าขึ้น
เพื่อรับการประชุมระดับนานาชาติเรื่องพิธีสารเกียวโตที่จะจัดขึ้นที่บาหลี
ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนธันวาคมนี้
และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าการทำลายป่านั้นมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้บรรจุเรื่องการหยุดการทำลายป่าในสนธิสัญญา
เพื่อเป็นข้อผูกมัดให้ทุกคนลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงาน
และต้องการให้รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศหยุดการทำลายป่าพรุโดยทันทีและมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไฟป่า
การตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก
การทำลายป่าพรุเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศอินโดนีเซียสูงขึ้นมาก
(2)
ซึ่งจากการสำรวจล่าสุดพบว่าประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับสามรองจากประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
(3)
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นทีมนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกและเพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปเมื่อเร็ว
ๆ นี้
ระบุว่าเพื่อเป็นการลดผลกระทบอันรุนแรงจากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น
จำเป็นต้องหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและหยุดการทำลายป่า
"รัฐบาลต้องหยุดการทำลายป่าและบรรจุไว้ในพิธีสารเกียวโต" ซู
คอนเนอร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซสากลกล่าว
"การปกป้องผืนป่าที่เหลืออยู่นี้เป็นวิธีง่ายๆที่จะช่วยลดภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และยังช่วยปกป้องประชากรโลกและอีกหลายล้านชีวิตที่ต้องพึ่งพาป่าไม้
กรีนพีซเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปกป้องมวลมนุษย์จากความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เช่น วิกฤตการณ์น้ำ อากาศ และความอดอยากได้
โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้และผลิตพลังงาน
รวมทั้งมีคำมั่นที่จะหยุดการทำลายป่าไม้
และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นรัฐบาลจะต้องให้คำมั่นสัญญาที่จะตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้นในช่วงระยะที่สองของพิธีสารเกียวโต
ซึ่งจะต้องมีการตกลงกันในการประชุมที่จะมีขึ้นที่บาหลี
อินโดนีเซีย
หมายเหตุ
(1) องค์กรพื้นที่ชุ่มน้ำสากลประมาณว่าคาร์บอนไดออกไซด์
1,400
ล้านตันมาจากไฟป่าในบริเวณป่าพรุทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างปี
พ.ศ. 2540 ถึงปี พ.ศ. 2549 และอีก 600
ล้านตันต่อปีปล่อยมาจากการเน่าเปื่อยของป่าพรุในช่วงระบายน้ำออก
(2)
คำสั่งของนายกรัฐมนตรีในเรื่องการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ - เลขที่ 32/
25 กรกฎาคม 2533
ซึ่งระบุไว้ว่าพื้นที่ป่าพรุที่อยู่ในบริเวณต้นน้ำและลึกกว่า 3
เมตรต้องได้รับการปกป้อง
รัฐมนตรีป่าไม้ของอินโดนีเซียตั้งเกณฑ์ในการเลือกพื้นที่ตั้งสวนน้ำมันปาล์มเลขที่
376/1998 วันที่ 8 เมษายน 2541 ให้เป็น
"เกณฑ์ในการแบ่งพื้นที่ป่าสำหรับสวนน้ำมันปาล์ม" และแถลงว่า
"ไม่อนุญาตให้มีการพัฒนาพื้นที่ป่าพรุที่ลึกกว่า 2 เมตร"
ผลการสำรวจของกรีนพีซดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ป่าพรุ
ได้แสดงถึงพื้นที่ป่าพรุในบริษัทน้ำมันปาล์มดีที ดูทา
พาลมาว่ามีความลึกมากกว่า 8 เมตร
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในการสำรวจความลึกของพื้นที่ป่าพรุของกรีนพีซที่ชื่อว่า
"การสำรวจป่าพรุในดูทา พาลมา จังหวัดเรียวอู สุมาตรา
ประเทศอินโดนีเซีย" ได้ที่
http://www.greenpeace.org/international/press/reports/palmoilexpansion
(3) Climate Analysis
Indicators Tool (CAIT) Version 4.0. (Washington, DC: World
Resources Institute, 2007).
ติดตามรายงานสรุปของค่ายพิทักษ์ป่าได้ที่
http://www.greenpeace.org/international/press/reports/forest-defenders-camp-briefing
สมัครจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้
ร่วมบริจาค
กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ