เรื่องราว - เมษายน 24, 2553
คุณมีความทรงจำดีๆในวัยเด็กมั้ยคะ ส่วนตัวดิฉัน เท่าที่ยังคงจำได้และประทับใจไม่ลืม คือ เมื่อครั้งไปเที่ยวบ้านคุณยายที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งนั้นจำได้ว่าเป็นปิดเทอมที่สนุกสุดเหวี่ยงเพราะได้ลุยเข้าไปในสวนยางของคุณยาย ชวนเพื่อนวัยเดียวกันที่อยู่ริมสวนเดินเก็บลูกยางลวดลายแปลกๆเอามาโยนเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผ่านมานับสิบปีแต่ดิฉันก็ยังจำถึงเสียงบ่นของแม่ในวันนั้นได้ว่า “ทำไมเสื้อถึงได้เปรอะขนาดนี้”
อีแต๋นสำหรับชาวนาถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคย ดังนั้นการขึ้นอีแต๋นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่พิเศษได้เท่ากับเด็กๆ สำหรับเด็กแล้วมันเหมือนกับการได้ผจญภัย เพราะได้นั่งท้ายอีแต๋น ปล่อยให้สายลมเบาๆสัมผัสผิวกาย สูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ขณะที่อีแต๋นค่อยๆวิ่งผ่านท้องทุ่งนาสีเขียวขจีไป อย่างช้าๆ
มาวันนี้ภาพความทรงจำเหล่านั้นหวนกลับมาหาดิฉันอีกครั้งค่ะ ขณะที่กำลังนั่งอยู่กลางทุ่งนาอินทรีย์ที่รายล้อมไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มของเด็กๆที่เข้าร่วมค่ายเยาวชน "ชวนน้องสนุกกลางทุ่ง คุยฟุ้งเกษตรอินทรีย์" ที่กรีนพีซจัดที่ผืนนาอินทรีย์ หมู่บ้านเขาราบ ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วันนี้ถือเป็นวันแรกของกิจกรรม และก็ยังถือเป็นครั้งแรกของเด็กๆอีกหลายคนที่ต้องจากคุณพ่อคุณแม่มาสัมผัสประสบการณ์ท้องทุ่งเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ที่เด็กๆร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า เกิดมาไม่เค้ยไม่เคย ไม่เคยทำมาก่อนและดูเหมือนว่าจะทำให้เด็กๆตาโตได้ไม่น้อยเลยเมื่อพี่ๆกรีนพีซพาน้องๆขึ้น "อีแต๋น" เที่ยวท้องทุ่งอย่างสนุกสนาน
อีแต๋นสำหรับชาวนาถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคย ดังนั้นการขึ้นอีแต๋นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่พิเศษได้เท่ากับเด็กๆ สำหรับเด็กแล้วมันเหมือนกับการได้ผจญภัย เพราะได้นั่งท้ายอีแต๋น ปล่อยให้สายลมเบาๆสัมผัสผิวกาย สูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ขณะที่อีแต๋นค่อยๆวิ่งผ่านท้องทุ่งนาสีเขียวขจีไปอย่างช้าๆ
อีแต๋นคันน้อยพาเด็กๆของเราสู่จุดหมายปลายทาง นั่นคือ บ้านของคุณลุงไพฑูรย์ เกษตรกรอินทรีย์คนสำคัญของชุมชนหมู่บ้านเขาราบ ถึงแม้ว่าอากาศตอนบ่ายจะร้อนอบอ้าวขนาดไหนแต่เมื่อมาถึงบ้านคุณลุงไพฑูรย์และได้อยู่ใต้ร่มมะขามเทศต้นใหญ่ๆที่เมื่อแหงนมองขึ้นไปจะเห็นฝักมะขามเทศสีแดงน่ากินอยู่เต็มต้นก็ทำให้ความร้อนเหล่านั้นจางหายไปได้บ้าง
กิจกรรมที่บ้านคุณลุงไพฑูรย์ เป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กได้ใช้สมาธิในการพิจารณา "เมล็ดข้าว" เมล็ดเล็กๆ ทีละเมล็ดๆ วินาทีนั้นหากมองไปที่แววตาเด็กๆจะเห็นถึงความตั้งใจของพวกเค้าที่พยายามจะแกะเปลือกเมล็ดข้าวอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เมล็ดข้าวข้างในไม่แตกหัก โดยมีคุณลุงคุณป้าใจดีคอยแนะนำอยู่ไม่ห่าง หลายคนต้องใช้ความพยายามอยู่หลายครั้งเพื่อค้นหาว่าภายใต้เปลือกข้าวสีเหลืองทอง เมล็ดข้าวเหล่านี้จะหน้าตาเหมือนหรือต่างกับที่เด็กๆได้เคยเห็นอย่างไร สำหรับดิฉันสิ่งที่ประทับใจคือ เมล็ดข้าวเพียงเมล็ดเล็กๆ สามารถเรียกความสนใจของเด็กได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เวลาประมาณสี่โมงเย็นอีแต๋นคันเดิมก็พาเด็กๆกลับมาส่งถึงบ้านคุณป้าสำเนียง เกษตรกรอินทรีย์อีกรายหนึ่งในหมู่บ้านที่มักจะใจดีกับกรีนพีซเสมอ เด็กๆกรูกันลงมาจากอีแต๋นและเริ่มภารกิจสำคัญนั่นคือ ร่วมกันลงมือทำ "อาหารพื้นบ้าน" ด้วยเตาถ่านอย่างขยันขันแข็ง กลุ่มหมอกควันที่ลอยออกจากเตาถ่าน กลิ่นหอมฉุยของอาหารฝีมือพ่อครัวแม่ครัวมือใหม่ เสียงตะหลิวกระทบกับกะทะดังโป๊งเป๊ง บวกกับรอยยิ้มเด็กๆที่กำลังสนุกกับการทำอาหารมื้อค่ำด้วยฝีมือตัวเองเป็นบรรยากาศที่น่าจดจำและยากที่จะลืมเลยทีเดียว
ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยหายจากขอบฟ้า ทำให้ดิฉันอดคิดไม่ได้ว่าถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์อันร้อนจ้าจะได้พักผ่อนอย่างสุนทรีย์เสียที แต่ในขณะที่อีกมุมหนึ่งเบื้องล่าง.....ทั้งโคนต้นกล้าข้าวอ่อนๆ โพรงเล็กๆที่ถูกขุดอยู่ใต้ดิน หรือบนยอดข้าวที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ ชีวิตอีกหลายชีวิตได้กำลังเริ่มต้นขึ้นพร้อมส่งเสียงร้องทักทายกันอย่างอื้ออึงแล้ว
เด็กๆของเราเริ่มตั้งขบวนเป็นแถวยาว ต่างคนต่างจูงมือกันแน่น ด้วยเป้าหมายที่จะออกไปสำรวจและตามหาเจ้าของเสียงเหล่านั้นและเพื่อทักทายอีกหลายชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในยามค่ำคืน ก่อนจะกลับมานอนบนหมอนนุ่มๆเตรียมพร้อมรับกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ สำหรับดิฉันถึงแม้ว่าขณะนี้จะนั่งอยู่คนเดียวและเหลือเพียงแสงดาวดวงน้อยๆบนท้องฟ้าเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนแต่ก็ไม่รู้สึกเหงาเพราะมีความทรงจำดีๆตลอดทั้งวันที่ผ่านมาให้ได้นึกถึงตลอดทั้งคืน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
เกษตรเชิงนิเวศ
กรีนพีซจัดค่าย"ชวนน้องสนุกกลางทุ่ง คุยฟุ้งเกษตรอินทรีย์" ให้เด็กไทยภาคภูมิใจในข้าวไทย
ปฏิทินกิจกรรมค่ายครั้งที่ 1 วันที่ 23-25 เม.ย 53