เรื่องราว - ตุลาคม 30, 2551
แผนการสนับสนุนพลังงานที่ยั่งยืนแห่งอนาคตของกรีนพีซระบุ ภายในพ.ศ. 2593 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ร้อยละ 67 โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งพลังงานนิวเคลียร์
เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีซทอดสมอบริเวณที่ตั้งกังหันลม ที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ในเดือนกรกฎาคม 2551 เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ อยู่ระหว่างการรณรงค์ “หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” ในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อหยุดการขยายโรงไฟฟ้าถ่านหิน และผลักดันพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งเป็นทางออกที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รายงานเรื่อง "ปฏิวัติพลังงาน
แผนการพลังงานโลกที่ยั่งยืน"
จัดทำขึ้นโดยสภาพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป (European Renewable Energy
Council-EREC) และกรีนพีซสากล(Greenpeace International)
ชี้ให้เห็นว่า
การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงานอย่างมุ่งมั่น
สามารถสร้างอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินราว 13 ล้านล้านบาทต่อปี
โดยที่ระบบพลังงานดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของโลกได้ครึ่งหนึ่ง
ลดต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นเงินราว 630 ล้านล้านเหรียญบาท
ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องสภาพภูมิอากาศ
แผนการปฏิวัติพลังงานนี้เสนอแนวทางในการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงาน
ทั้งนี้เพื่อรับประกันว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มได้สูงสุดภายในพ.ศ.
2558 และจะต้องลดปริมาณลงหลังจากนั้น
เป้าหมายนี้สามารถบรรลุผลได้โดยที่รับรองว่าประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จีน อินเดีย และ ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ
สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่ต้องนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ
การลงทุนในด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดถือเป็นทางออกที่อย่างน้อยที่สุดได้ประโยชน์ถึง
3 ฝ่ายนั่นคือ ประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงาน
ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และ ผลดีต่อสภาพภูมิอากาศ
นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า
"รายงานฉบับนี้ยังแสดงถึงแนวทางในการสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในเอเชีย
ในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องคนรุ่นอนาคตจากภัยคุกคามของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย
เราจำเป็นต้องมีนโยบายพลังงานที่เข้มแข็งและชัดเจนจากผู้นำประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตและการใช้พลังงาน"
นายธารากล่าวต่อไปว่า
"มาตรฐานของประสิทธิภาพพลังงานที่รัดกุมนั้นสมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจ
และชะลอความต้องการใช้พลังงานที่ขยายเพิ่มขึ้นทั่วโลก
การประหยัดพลังงานในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม
จะทำให้เกิดพื้นที่สำหรับการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
นอกจากนี้การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดที่ขยายตัวมากขึ้นถึง 4
เท่าในภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคการผลิตความร้อน และ ภาคขนส่งมวลชน
ยังทำให้เราสามารถลดค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อคนจาก 4
ตันให้เหลือ 1 ตันต่อคนให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2593"
ทำไมเราจึงเลือกใช้
JFK ในวีดิโอนี้
โดยเฉพาะสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน
การลงทุนในด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดถือเป็นทางออกที่อย่างน้อยที่สุดได้ประโยชน์ถึง
3 ฝ่ายนั่นคือ ประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงาน
ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และ ผลดีต่อสภาพภูมิอากาศ
ในขณะที่แผนการพลังงานที่ดำเนินไปตามปกติขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ
(IEA) มาพร้อมกับต้นทุนด้านสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจ
แผนการปฏิวัติพลังงานโลกฉบับนี้สร้างกรณีที่ชัดเจนของ
"การดำเนินการแบบไม่ธรรมดา"
มีการประมาณว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของเชื้อเพลิงถ่านหินที่ใช้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงพ.ศ.
2573 ว่าจะสูงถึง 15.9 ล้านล้านบาท
ซึ่งมากกว่าต้นทุนที่นำไปใช้ภายใต้แผนการปฏิวัติพลังงานเสียอีก
นอกจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟฟ้าโดยไม่ก่อให้เกิดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงไปจนถึงพ.ศ.
2573 แล้ว ยังขยายโอกาสด้านอาชีพ และช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก
นายโอลิเวอร์ สคาฟเฟอร์
ผู้อำนวยการด้านนโยบายของสภาพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป (EREC)
กล่าวว่า
"ตลาดพลังงานหมุนเวียนของโลกสามารถเติบโตในอัตราที่เป็นตัวเลข 2
เท่าจนถึงพ.ศ. 2593
และมีขนาดแซงหน้าอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลในปัจจุบัน
ตลาดพลังงานหมุนเวียนในขณะนี้มีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท
และขยายตัวเพิ่มขึ้น 2 เท่าในทุก 3 ปี"
"เนื่องจากการประหยัดในเชิงขนาด พลังงานหมุนเวียนอย่างเช่น
พลังงานลมในพื้นที่ที่เหมาะสมนั้นมีความสามารถในการแข่งขันกับพลังงานแบบเดิมได้แล้ว
และนับจากจากพ.ศ. 2558 เป็นต้นไป
เรามั่นใจว่าพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดในทุกภาคส่วนจะมีศักยภาพในเชิงประสิทธิภาพของต้นทุนมากที่สุด
อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมีความพร้อมและสามารถที่จะสนับสนุนการปฏิวัติพลังงานให้เกิดขึ้นจริง
อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่เรื่องของเทคนิค
แต่เป็นอุปสรรคทางการเมืองที่จะสร้างภาคพลังงานของโลกขึ้นใหม่"
นายโอลิเวอร์กล่าวเสริม
รายงานฉบับนี้ยกประเด็นหน้าต่างแห่งโอกาสที่เหลืออยู่ไม่มากในการตัดสินใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน
เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นสูงสุดภายในพ.ศ.
2558 และลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น รัฐบาล สถาบันทางการเงิน และ
ภาคธุรกิจพลังงานจะต้องลงมือทำในทันที
และจะต้องเห็นร่วมกันในข้อตกลงที่แข็งแกร่งด้านสภาพภูมิอากาศภายใต้เวทีเจรจาของสหประชาชาติ
● รายงานนี้จัดทำขึ้นด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน
Technical Thermodynamics ที่ศูนย์การบินอวกาศแห่งเยอรมนี
นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจากมหาวิทยาลัย สถาบัน และ
อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ทั่วโลกกว่า 40 แห่ง ●
รายงานฉบับใหม่นี้เพิ่มการวิเคราะห์ที่มีรายละเอียดของศักยภาพของ
ประสิทธิภาพพลังงาน ระบบการขนส่งในอนาคต เช่น รถไฟฟ้า และ
การวิเคราะห์ทางการเงินในภาคพลังงาน ●
รายงานนี้ให้ภาพของแนวคิดพลังงานโลกอย่างกว้างขวางและครอบคลุม
โดยวิเคราะห์ว่าจะปรับโครงสร้างของระบบพลังงานโลกอย่างไรบนพื้นฐานของการประเมินในระดับภูมิภาคของศักยภาพของแหล่งพลังงานหมุนเวียน
ประสิทธิภาพพลังงาน และ
การใช้ประโยชน์จากระบบการผลิตไฟฟ้า-ความร้อนแบบกระจายศูนย์
แผนการปฏิวัติพลังงานนี้นำเสนอเพื่อเปรียบเทียบกับแผนการพลังงานที่เป็นไปตามปกติขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ
(IEA) ซึ่งแบ่งโลกออกเป็น 10 ภูมิภาค
คุณช่วยให้การปฏิวัติพลังงานเป็นจริงขึ้นมาได้ ลงชื่อทันที
เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปฏิวัติพลังงานเพื่อให้โลกมีระบบนิเวศและเศรษฐกิจที่ดี เราต้องปฏิวัติพลังงานเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเป็นหายนะภัย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ เพื่อสันติภาพในประเทศไทย
บริจาค
เพื่อรักษาความเป็นอิสระ กรีนพีซไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา