จีเอ็มโอไม่ใช่ทางออก จากปากของเกษตรกรเอง

เรื่องราว - ตุลาคม 15, 2552
นางสำเนียง ฮวดลิ้ม เกษตรกรนาข้าวชาวไทย อายุ 62 ปี ร่วมกับเกษตรกรชาวสเปนและสวีเดน ส่งมอบรายชื่อถึง 180,000 ชื่อ ที่รวบรวมได้จากประชาชนที่ต่อต้านกฎหมายอนุญาตการปลูกข้าวจีเอ็มโอที่อาจมีขึ้น พร้อมทาปาอินทรีย์ ขนมของสเปน แก่แอนดรูลา วาซีลิว คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพ ณ กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม

กรีนพีซส่งมอบรายชื่อที่รวบรวมได้จากประชาชน 180,000 ชื่อ แก่คณะกรรมาธิการยุโรป เกษตรกรจากไทย สเปน และ สวีเดน อยู่ที่สหภาพยุโรปในวันนี้เพื่อพบกับแอนดรูลา วาซีลิว คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพ และร่วมกับกรีนพีซในการส่งมอบจดหมายลงชื่อโดยประชาชน 180,000 คน เพื่อหยุดยั้งการอนุมัติข้าวจีเอ็มโอของไบเออร์

เฟอนานโด โอเซ่ โลเบล บิสบาล จากอัลเบอเซเต้ ในสเปน ซึ่งเป็นประธาน La Tierrallana หรือ สมาคมผู้บริโภคอาหารอินทรีย์ และ เอดูอาโด้ แคมปาโย การ์เซีย และ ปีเตอร์ นิลสัน จากคริสเตียนสแตด ในสวีเดน ล้วนกังวลเกี่ยวกับอนาคตของวิถีชีวิตของพวกเขา ในขณะที่ยักษ์ใหญ่สารเคมีเกษตร เช่น BASF มอนซานโต และ ไบเออร์ กำลังขับเคลื่อนแรงกดดันอย่างเต็มเหนี่ยวไปที่บรัสเซลให้อนุมัติพืชตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) แต่เหล่าเกษตรกร นักรณรงค์ และ ผู้ชื่นชอบอาหารในทุกหนแห่ง กำลังประกาศ "ไม่เอาจีเอ็มโอ"

ภาพถ่ายเฟอนานโด โอเซ่ โลเบล บิสบาล จากอัลเบอเซเต้ ในสเปน เขาเป็นประธาน La Tierrallana สมาคมผู้บริโภคอาหารอินทรีย์ ในอัลเบอเซเต้ ตั้งแต่พ.ศ.2545 "ผมต้องการให้รัฐบาลของผมสั่งห้ามการผลิต จัดจำหน่าย ส่งออก และ นำเข้าอาหารตัดต่อพันธุกรรม จนกว่าเราจะมีระบบประเมินอย่างเหมาะสมและเป็นอิสระของภัยเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เกษตรกรเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์การทำเกษตรกรรมในแปลงของตน โดยเรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในรายงานเรื่อง "หลักฐานการปนเปื้อน" เกษตรกรเหล่านี้เปิดเผยผลกระทบอันเป็นหายนะของการปนเปื้อนจีเอ็มโอ พร้อมกับกล่าวถึงผลประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลงไปทำเกษตรกรรมอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ

เกษตรกรรมยั่งยืน หรือไม่ก็ความล่มจม

เกษตรกรรมเชิงนิเวศผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและปราศจากสารเคมี ในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และปกป้องดินให้คงมีสารอาหารสูง ตรงกันข้าม การใช้สารเคมีฆ่าวัชพืชในการปลูกพืชจีเอ็มโอและการทำเกษตรกรรมทั่วไปนั้น ทำลายพืชผลและสิ่งแวดล้อม

นางสำเนียง ฮวดลิ้มกำลังปลูกต้นกล้าข้าวอินทรีย์สำหรับโครงการ 'ศิลปะบนนาข้าว' ในประเทศไทย

ไม่ใช่เพียงเท่านั้น นางสำเนียง ฮวดลิ้มยังอธิบายว่า จากประสบการณ์อันยาวนานในชีวิตในฐานะเกษตรกรนาข้าวในประเทศไทย การต้องพึ่งพายาฆ่าวัชพืชไม่เพียงแต่กำจัดไส้เดือนออกจากนาข้าวของเธอ แต่ยังทำให้เธอเป็นหนี้สินอย่างตั้งตัวไม่ขึ้น

การเปลี่ยนไปทำเกษตรกรรมอินทรีย์ก่อให้เกิดประโยชน์ และไร้โทษ สำหรับนางสำเนียง ปีเตอร์ นิลสัน ผู้ซึ่งปลูกมันฝรั่งและบร็อกโคลีอินทรีย์ และพืชอื่นๆ ยังพบว่าการหันไปทำเกษตรกรรมอินทรีย์ให้ผลผลิตที่ดีขึ้น สำหรับตัวเขาแล้ว การเกษตรหมายถึงการทำงานร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่ต่อต้านธรรมชาติ

ภาพระยะใกล้ของมันฝรั่งอินทรีย์ที่ปลูกในแปลงเกษตรของปีเตอร์ นิลสัน ตัวเขาและครอบครัวมีฝูงวัวนมประมาณ 80 ตัว และมีทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว และแปลงปลูกพืชผล 781 ไร่ แปลงเกษตรทั้งหมดของพวกเขาได้รับใบรับรองเกษตรอินทรีย์ภายใต้ KRAV (ตรารับรองเกษตรอินทรีย์ของสวีเดน) ตั้งแต่พ.ศ. 2545

อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายฉบับใหม่อนุมัติพืชจีเอ็มโอ จะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเกษตรกรอินทรีย์ เพราะจะเกิดการปนเปื้อน "ข้าวโพดอินทรีย์อาจหายไปเพราะพืชจีเอ็มโอ ประสบการณ์การปลูกข้าวโพดของผมชี้ให้เห็นว่าละอองเกสรปลิวไปไกลกว่าที่การศึกษาของกระทรวงเกษตรแห่งสเปนระบุเอาไว้ และข้าวโพดยังถูกปนเปื้อนบ่อยครั้งกว่าที่มีการรายงาน ในกรณีของผมข้าวโพดที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากแปลงของผม 500 เมตร มันไม่ใช่จีเอ็มโอ แต่ข้าวโพดของผมก็ยังถูกปนเปื้อน" เอดูอาโด้ แคมปาโย การ์เซีย อธิบาย หลังจากที่พบว่าผลผลิตของเขาถูกปนเปื้อน นายแคมปาโย การ์เซีย ต้องจ่ายเงินให้กับค่าข้าวโพดที่ผู้รับซื้อข้าวโพดเรียกคืน

อาหารเช้าอินทรีย์ของเรา อันได้แก่จดหมายลงชื่อ เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านการอนุมัติของสหภาพยุโรป ให้แก่ข้าวตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) พันธุ์ LL62 ของไบเออร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น ไบเออร์ ได้วิ่งเต้นอย่างแข็งขันให้เกิดการอนุมัติ พืชจีเอ็มโออื่นๆ ได้แก่ มันฝรั่งจีเอ็มโอของ BASF และข้าวโพดจีเอ็มโอพันธุ์ MON810 ของมอนซานโต

เอดูอาโด้ แคมปาโย การ์เซีย เกษตรกรอินทรีย์ที่เกิดในพ.ศ. 2504 ในอัลบาเซเต้ สเปน และครอบครัวของเขา เปลี่ยนไปทำเกษตรกรรมอินทรีย์เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เขาผลิตข้าวโพด อัลฟาลฟ่า ถั่ว มันฝรั่ง ข้าวสาลี และ ไวน์

เอดูอาโด้ แคมปาโย การ์เซีย เกษตรกรอินทรีย์ที่เกิดในพ.ศ. 2504 ในอัลบาเซเต้ สเปน และครอบครัวของเขา เปลี่ยนไปทำเกษตรกรรมอินทรีย์เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เขาผลิตข้าวโพด อัลฟาลฟ่า ถั่ว มันฝรั่ง ข้าวสาลี และ ไวน์

ในขณะที่แปลงข้าวบนลาดเขาขั้นบันไดอิฟุเกาในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ได้รับการประกาศว่าปลอดจีเอ็มโอในเดือนมีนาคมปีนี้ อาสาสมัครกรีนพีซในประเทศไทยได้ปลูก 'ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์' ชิ้นแรกในประเทศ เพื่อเฉลิมฉลองการปลูกข้าวอันเป็นมรดกตกทอดอันยาวนานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของพืชผลหลักนี้ที่ประชากรโลกต้องพึ่งพา

จีเอ็มโอไม่ใช่คำตอบ

ตรงกันข้ามกับคำกล่าวอ้างที่ว่าพืชจีเอ็มโอจะช่วยบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การศึกษาการปลูกถั่วเหลืองจีเอ็มโอพบว่าพืชที่ดัดแปลงพันธุกรรมต้องใช้ยาฆ่าวัชพืชมากกว่าเดิม 2-5 เท่า ซึ่งให้ผลประโยชน์แก่บริษัทที่ผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์และยาฆ่าวัชพืช

ระบบการทำเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ซึ่งต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและสารเคมี และแทบไม่คำนึงถึงประโยชน์ต่างๆ ร่วมกันนั้น ไม่ยั่งยืนในมุมมองด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และ สังคม

การพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งมีราคาแพง อย่างเช่นจีเอ็มโอ ให้เป็น 'วิธีแก้ปัญหา' ความอดอยากของประชากรโลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น ได้ซ่อนสาเหตุที่แท้จริงด้านเศรษฐศาสตร์สังคม สิ่งแวดล้อม และ การเมืองเอาไว้

"เกษตรกรกำลังปฏิเสธพืชจีเอ็มโอ และหันไปทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศ พวกเขาไม่ต้องการเป็นทาสบริษัทข้ามชาติที่รังแกพวกเขา โดยพยายามควบคุมอแหล่งอาหารของพวกเรา" มาร์ค คอนเทียโร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเกษตรกรรมในสหภาพยุโรปของกรีนพีซ กล่าว การลงชื่อในจดหมายต่อต้านข้าวจีเอ็มโอ หมายความว่า "ประชาชนได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ต้องการรับประทานอาหารจีเอ็มโอ" ตรงกันข้ามกับที่กฎหมายผลักดันจีเอ็มโอให้ภาพอันสวยงามไว้ นั่นคือ พื้นที่เกษตรกรรมสามารถถูกแบ่งอย่างเหมาะสมเป็นแปลงจีเอ็มโอ และแปลงอินทรีย์ แต่ความจริงแล้วธรรมชาติเป็นตัวทำลายสิ่งนี้ เพราะไม่มีเขตแดนตามกฎหมายใดจะป้องกันการส่งต่อเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอที่เกิดจากลมพัด และเมื่อลมพัด ลมจะพัดพาทางเลือกของอาหารที่รับประทานและแหล่งซื้ออาหาร ไปจากเกษตรกรและผู้บริโภค

ปกป้องข้าวไทยจากจีเอ็มโอ

สมัครรับ e-newsletter เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ในการปกป้องวิถีชีวิตเกษตรกร ความหลากหลายทางชีวภาพ และ สุขภาพ จากพืชตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ)

บริจาค

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับเิงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน แต่พึ่งพาประชาชนเช่นคุณในการทำงานรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โปรดบริจาคเท่าที่จะให้ได้