ผู้นำจี8 ต้องลงมือทำด่วนเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ถ่านหินเป็นตัวก่อมลพิษแก่สภาพภูมิอากาศที่ร้ายกาจที่สุดของเชื้อเพลิงฟอสซิลทุกชนิด
นักกิจกรรมที่มุ่งมั่นของเรากำลังเรียกร้องให้ผู้นำประเทศในกลุ่ม จี8
แสดงความรับผิดชอบส่วนตัว
เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับหายนะ
เดอะ อิตาเลียน จ๊อบส์
"นักการเมืองดีแต่พูด แต่ผู้นำลงมือปฏิบัติ" เบน สจ๊วต
จากสหราชอาณาจักร กล่าว เขากำลังอยู่บนปล่องควันสูง 160 เมตร
ที่โรงไฟฟ้าฟูสินา ในมาร์เกรา ใกล้กรุงเวนีซ เบนและนักปีนอีก 14 คน
ได้ปีนปล่องควัน และรถเครน เพื่อแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความ 'จี8 -
เป็นผู้นำด้านภูมิอากาศ' และ 'ปฏิวัติพลังงาน = งานสีเขียว'
ส่วนนักกิจกรรมอีก 5 คนเข้ายึดสายพานขนถ่ายถ่านหินของโรงไฟฟ้า
เบนคุ้นเคยกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นอย่างดี
เขาเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมภาวะโลกร้อน 6 คน
ที่ได้รับการยกฟ้องเมื่อปีที่แล้ว ในคดีอาชญากรรมทำลายทรัพย์สิน
หลังทาสีโรงไฟฟ้าคิงส์นอร์ธอันเป็นที่ถกเถียงในสหราชอาณาจักร
วันนี้เขาลงมือทำอีกครั้ง และเขารู้ดีว่าทำไมงานนี้จึงสำคัญ
"ไม่มีเวลาเหลือให้เสียเปล่าอีกต่อไป" เบนกล่าว "ผู้นำ จี8
ต้องหยุดคำนึงถึงผลประโยชน์ของโรงไฟฟ้าถ่านหินรายใหญ่
และอุตสาหกรรมก่อมลพิษต่อภูมิอากาศอื่นๆ ก่อนผลประโยชน์ของโลก
และแสดงความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งและเด็ดขาด
ซึ่งหมายถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาลภายในพ.ศ. 2563
การลงทุนในการปรับตัวและบรรเทาภาวะโลกร้อนในประเทศที่กำลังพัฒนา
และการหยุดทำลายป่าเขตร้อน"
ฟังการสัมภาษณ์เบนจากยอดปล่องควัน
ที่ตอนเหนือของอิตาลี นักปีน 6 คน
ปฏิบัติการที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำมันแห่งเก่าในเมืองพอร์โต โทลเลอ
โดยปีนปล่องควันที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ
รัฐบาลอิตาลีมีแผนเปิดโรงไฟฟ้าแห่งนี้อีกครั้ง ในฐานะโรงไฟฟ้า
'ถานหินสะอาด' โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทดลอง คือ
การดักจับและจัดเก็บคาร์บอน ทั้งๆ ที่มีข้อเท็จจริงว่า
ไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่แห่งใดมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีนี้
และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 10
ปีก่อนใช้ปฏิบัติการได้ หากปฏิบัติการได้จริง
เมื่อโรงไฟฟ้าแห่งนี้ดำเนินการอีกครั้ง
มันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์มากกว่า 10 ล้านตัน ทั้งๆ
ที่พิธีสารเกียวโตระบุว่า อิตาลีต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์
100 ล้านตัน ไม่ใช่เพิ่มมลพิษนี้ แผนเปิดโรงไฟฟ้าพอร์โต โทลเลอ
อาจทำให้พันธะของอิตาลีในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลอยหายไปในกลุ่มควัน
ในเมืองวาโด ลิกูเร ใกล้เมืองจีโนวา นักปีนอีก 11
คนได้ปีนปล่องควันทั้ง 2 ปล่องของโรงไฟฟ้าซาโวนา
และแขวนป้ายผ้าที่มีข้อความว่า 'ถึงเวลาเป็นผู้นำด้านภูมิอากาศ'
ในเมืองแบรงดิซิ ในตอนใต้ของอิตาลี นักกิจกรรม 6
คนเข้ายึดสายพานขนถ่ายถ่านหินของโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด
และปล่อยมลพิษคาร์บอนไดออกไซต์มากที่สุดในประเทศ และนักปีน 7 คน
รวมถึง จูเลียน วินเซนต์
เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกรีนพีซออสเตรเลีย-แปซิฟิค
ได้ปีนปล่องควันของโรงไฟฟ้า มลพิษคาร์บอนไดออกไซต์มากกว่า 14
ล้านตันถูกปล่อยออกมาจากปล่องควันของโรงไฟฟ้าแบรงดิซิในทุกๆ ปี
ซึ่งมากกว่าประเทศ 40 แห่งของโลก
ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์น้อยที่สุดรวมกัน
"การเข้าไปกีดขวางการทำงานของสายพานขนถ่ายถ่านหิน
ทำให้เราสามารถขัดขวางการขนถ่ายถ่านหินเข้าสู่โรงไฟฟ้าแห่งนี้
และหยุดยั้งโรงไฟฟ้าไม่ให้ก่อมลพิษแก่โลก" จูเลียนกล่าว
"เรากำลังลงมือปฏิบัติการสันติวิธีเพื่อกู้วิกฤตภูมิอากาศของโลก
และเราต้องการให้ จี8 ทำเช่นเดียวกัน"
โลกทั้งใบอยู่ในกำมือเขา
การปฏิบัติการในวันนี้ในอิตาลีไม่ได้เป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้
ที่นักกิจกรรมกรีนพีซได้ท้าทายผู้นำโลกให้ลงมือทำเพื่อกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ
ด้วยการดึงดูดความสนใจไปยังผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทำลายโลก
เมื่อวานนี้ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส นักกิจกรรมกรีนพีซส่งมอบ 'โลก'
ในรูปแบบลูกโลกเป่าลม ให้แก่ประธานาธิบดีลูลา
ลูลาอยู่ในฝรั่งเศสเพื่อรับมอบรางวัล Félix Houphouët-Boigny
สาขาสันติภาพ ที่สำนักงานใหญ่ของยูเนสโก (องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์
และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ) ในปารีส
นักกิจกรรมกรีนพีซ 2 คน คลี่ป้ายผ้าที่เขียนว่า 'กู้วิกฤตโลกร้อน
ปกป้องอะเมซอน' ในขณะที่นักกิจกรรมคนที่ 3
เดินขึ้นเวทีระหว่างงานมอบรางวัล
เพื่อมอบลูกโลกเป่าลมให้แก่ประธานาธิบดีลูลา
ลูลารับมอบลูกโลกหลังคำเชิญครั้งที่ 3
กรีนพีซเรียกร้องให้เขาปฏิบัติตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้สำหรับการปกป้องสิ่งแวดล้อม
และการต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การทำลายป่าอะเมซอนทำให้บราซิลเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดเป็นอันดับที่
4 ของโลก ป่าอะเมซอนสำคัญยิ่งต่อสุขภาวะของโลก
เพราะจำเป็นต่อการควบคุมปริมาณฝน
และที่สำคัญที่สุดเป็นตัวจมคาร์บอนแหล่งใหญ่มหาศาล
โดยมีการประมาณการว่าป่าอะเมซอนกักเก็บคาร์บอนมากกว่า 10 เท่า
ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่อปีทั่วโลกของมนุษย์
มีความห่างไกลมากนักระหว่างวาทศิลป์ระดับนานาชาติของประธานาธิบดีลูลา
และความเป็นจริงของการปฏิบัติ
ที่รัฐบาลของเขาทำเพื่อปกป้องป่าฝนอะเมซอน
ด้วยเหตุที่การทำลายป่าฝนเขตร้อนปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 20%
ทั่วโลก
ลูลาจึงมีสุขภาวะและความปลอดภัยของโลกอยู่ในกำมืออย่างแท้จริง
ในเวลาเดียวกัน ณ อีกแห่งหนึ่งในโลก เรือกรีนพีซลำต่างๆ
กำลังบันทึกผลกระทบที่รับรู้ได้แล้ว เรืออาร์กติก ซันไรส์
อยู่ในทวีปอาร์กติกในขณะที่พืดน้ำแข็งกำลังละลายในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนภัยที่ชัดเจนว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้น
ส่วนเรือเอสเพอรันซาอยู่ในทะเลแปซิฟิค ที่ซึ่งประชาชนในประเทศทูวาลู
ซึ่งเป็นเกาะที่สูง 1 เมตรจากระดับน้ำทะเล
กำลังคิดหาหนทางว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใดเมื่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น
นักกิจกรรมที่ปฏิบัติการในอิตาลีวันนี้มาจากทั่วโลก ได้แก่
สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา อิตาลี
บราซิล ฟินแลนด์ อิสราเอล ตุรกี กรีซ โปแลนด์ ฟิลิปปินส์
สาธารณรัฐเช็ก สโลวาเกีย ฮังการี และ สเปน
ทำให้การเรียกร้องในครั้งนี้มาจากเสียงประชาชนจำนวนมากอย่างน่ายินดี
และไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผลที่ดี
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาระดับโลก
และจำเป็นต้องมีวิธีแก้ปัญหาระดับโลก ผู้นำ จี8
จำเป็นต้องแสดงความเป็นผู้นำที่แท้จริง
โดยพยายามแก้ไขวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จี 8 โปรดเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ขึ้น (Make the world a better
place!)
ฟิล แรดฟอร์ด ผู้อำนวยการบริหารของกรีนพีซ สหรัฐอเมริกา
ซึ่งอยู่ที่การประชุม จี8 ในลากีลา
มีข้อความที่ตรงไปตรงมามากกว่าสำหรับผู้นำ จี8
ที่กำลังประชุมในสัปดาห์นี้ ดังนี้
"ผู้นำของประเทศในกลุ่ม จี8
ต้องทำลายภาวะชะงักงันในการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศ
และหยุดกล่าวโทษประเทศที่กำลังพัฒนาว่ามีนโยบายด้านภูมิอากาศไม่แข็งแกร่งพอ
นี่เป็นโอกาสของพวกเขาในการแสดงความรับผิดชอบส่วนตัว
และแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้นำที่แท้จริง ผู้นำที่ลงมือปฏิบัติ
ไม่เป็นเพียงนักการเมืองที่มีแต่ลมปาก"
- กรีนพีซได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ผู้นำ จี8
ต้องเห็นชอบอย่างเร่งด่วน ดังนี้
- ต้องทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มสู่ระดับสูงสุดภายในพ.ศ.
2558 และลดต่ำลงใกล้เคียงศูนย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในพ.ศ.
2593
- ให้พันธะสัญญา ในฐานะกลุ่มประเทศ
ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อย 40% ต่ำกว่าระดับพ.ศ. 2533
ภายในพ.ศ. 2563
- ลงทุนเงิน 106 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 ล้าน 7 แสนล้านบาท) จาก
เงิน 140 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (4 ล้าน 9 แสนล้านบาท)
ที่ต้องใช้ในแต่ละปีเพื่อช่วยประเทศที่กำลังพัฒนาให้สามารถปรับตัวและลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และเพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนการปกป้องป่า
- มีพันธะสัญญาในทันทีต่อการจัดตั้งกลไกการให้เงินทุน
เพื่อหยุดการทำลายป่า และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำลายป่า
ในประเทศที่กำลังพัฒนาทุกแห่ง ภายในพ.ศ. 2563
และบรรลุเป้าหมายการทำลายป่าอย่างสิ้นเชิงในป่าอะเมซอน
ป่าลุ่มน้ำคองโก และป่าอินโดนีเซีย ภายในพ.ศ. 2558
"หากประเทศในกลุ่มจี 8
ทั้งหมดน้อมรับเป้าหมายของประธานาธิบดีโอบามา นั่นคือ
การหมุนกลับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือเท่ากับระดับพ.ศ. 2533
ภายในพ.ศ. 2563 ลูกหลานของเราก็จะได้รับมรดกเป็นโลกแห่งความแห้งแล้ง
ความอดอยาก และหายนะภัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังเตือนภัยพวกเรา" ฟิลกล่าว
ลงมือทำ
ร่วมเรียกร้องผู้นำประเทศทั่วโลกให้ลงมือทำเพื่อป้องกันหายนะภัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยสมัครจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ในการร่วมผลักดัน
บริจาค
กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน เรารณรงค์เพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ โปรดช่วยเรา