ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 6, 2550
กรีนพีซเตือนถึงหายนะทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นหากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบความสำเร็จในแผนการค้าข้าวตัดต่อพันธุกรรม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย - นี่คือต้นข้าวที่พร้อมนำไปปลูกซ้ำในนาอื่นๆ ซึ่งนักวิจัยกรีนพีซสังเกตวิธีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย - ชาวนาแสดงเมล็ดข้าวที่พร้อมนำไปโปรยในนาข้าว ซึ่งนักวิจัยจากกรีนพีซได้สังเกตวิธีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์
เมล็ดข้าวตัดต่อพันธุกรรมถูกจุ่มในน้ำเพื่อเตรียมนำไปปลูก การค้าและการปลูกข้าวตัดต่อพันธุกรรมหมายเลขต่างๆ นั้นผิดกฎหมายในประเทศจีน แต่กรีนพีซพบว่าข้าวหมายเลข 63 ซึ่งต้านทานแมลงนั้นกำลังมีการค้าและปลูกในขณะที่กรีนพีซเดินทางไปตรวจสอบเมื่อเร็วๆ นี้
กรีนพีซอ้างถึง รายงานของนักเศรษฐศาสตร์อิสระรายหนึ่ง ที่ระบุว่า มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการปนเปื้อนของข้าวในสหรัฐที่ขายในตลาดนานาประเทศประสบกับความย่ำแย่อย่างหนัก จากการสูญเสียผลกำไรมากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1)
ข้าวจีเอ็มโอสายพันธุ์ LL601 หรือที่รู้จักกันในนามลิเบอร์ตี้ลิงค์ ซึ่งเป็นของบริษัทไบเออร์ ได้ถูกสั่งระงับการทดลองในแปลงเปิดตั้งแต่ปี 2544 แต่กลับถูกตรวจพบอีกครั้งว่ามีในตลาดข้าวของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2549 ซึ่งการตรวจพบการปนเปื้อนในครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ต่อตลาดส่งออกข้าวของสหรัฐอเมริกา ประเทศคู่ค้าอย่างน้อย 30 ประเทศต้องประสบกับปัญหาการปนเปื้อน หลายแห่งยกเลิกการค้ากับตลาดข้าวอเมริกา ซึ่งในนั้นรวมถึงสหภาพยุโรป หรืออียู และประเทศฟิลิปปินส์
"ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ปลอดจากข้าวจีเอ็มโอ การส่งเสริมให้มีข้าวจีเอ็มโอก็เหมือนกับเป็นการวางระเบิดอนาคตของเกษตรกรรมไทย" ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว "การปนเปื้อนในตลาดข้าวของประเทศสหรัฐอเมริกานี้ส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อเกษตรกรนับพันคน รวมไปถึงธุรกิจการส่งออกข้าวทั่วโลกด้วย ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกจึงไม่ควรเสี่ยงไปกับเทคโนโลยีที่อันตรายเช่นนี้" ณัฐวิภากล่าวเสริม
รายงานนี้เป็นการแสดงจำนวนเงินที่สูญเสียไปของบริษัทไบเออร์หลังจากที่มีข่าวการปนเปื้อนเรื่องข้าวจีเอ็มโอในตลาดค้าข้าว เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผู้เก็บเกี่ยว ผู้ผลิต เจ้าของโรงสีข้าว และผู้ค้ารายย่อยต่างได้รับผลกระทบโดยไม่ได้ตั้งใจซึ่งคิดเป็น 63 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกข้าวของสหรัฐอเมริกา มูลค่าความเสียหายทางการค้าทั้งหมดมีมูลค่าโดยประมาณสูงกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นความสูญเสียจากการเรียกผลผลิตกลับคืน 253 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และความสูญเสียด้านการส่งออกในอนาคตอีก 445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกษตรกรในสหรัฐอเมริกาได้แจ้งความฟ้องร้องบริษัทไบเออร์ถึงหนึ่งร้อยกว่าคดีให้ชดเชยความเสียหายของพวกเขา บทลงโทษต่อความเสียหายตามกฎหมายที่บริษัทไบเออร์ต้องชดเชยนั้นจะมีค่ามากขึ้นเป็น 2-3 เท่าของความเสียหายที่เกิดขึ้น
ปีที่แล้ว กรีนพีซได้ตรวจพบว่าข้าวของสหรัฐอเมริกาภายใต้ชื่อ Uncle Sam ซึ่งมีวางขายตามท้องตลาด ได้รับการปนเปื้อนจากสายพันธุ์ของข้าวจีเอ็มโอที่ผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการยอมรับ หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นองค์กรอาหารแห่งฟิลิปปินส์ จึงเรียกขอใบรับรองการปลอดจีเอ็มโอจากผู้ค้าข้าวสหรัฐอเมริการวมทั้งยุติการนำเข้าข้าวจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐไว้ชั่วคราว จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังคงไม่ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว
"ชาวฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบโดยไม่รู้ตัวจากข้าวจีเอ็มโอซึ่งเป็นภัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" แดเนียล โอคามโป ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม ประเทศฟิลลิปปินส์กล่าว "นอกเหนือจากความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมแล้ว รายงานนี้ยังแสดงให้เห็นว่าพืชจีเอ็มโอยังทำลายตลาดการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย อย่างเช่นตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นทุกประเทศในเอเชียควรที่จะให้ความสนใจต่อการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวด้วยวิธีการอื่น"
บทเรียนของความสูญเสียครั้งนี้ส่งผลอย่างมากต่อกลุ่มประเทศที่กำลังจะมีการผลักดันเรื่องจีเอ็มโอ ซึ่งประเทศไทยและอินเดีย ที่เป็นผู้ส่งออกข้าว 2 รายใหญ่ของโลกก็รวมอยู่ในกลุ่มเหล่านั้นด้วย
"กรีนพีซกังวลว่ารัฐบาลในภูมิภาคนี้จะสนับสนุนการทดลองข้าวจีเอ็มโอ ซึ่งถ้าหากมีการอนุญาตให้ทดลองข้าวจีเอ็มโอในแปลงเปิดแล้ว จะส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์ข้าวและตลาดการส่งออกข้าวของประเทศไทย ซึ่งรวมถึงข้าวหอมมะลิของเราด้วย แล้วใครจะชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่เกษตรกรไทย ผู้ประกอบธุรกิจข้าว และผู้ส่งออกข้าวไทยที่ต้องรับปัญหาหนักเหมือนกับตัวอย่างจากประเทศสหรัฐอเมริกา" ณัฐวิภากล่าวเสริม
"มีเพียงทางเดียวที่ธุรกิจข้าวจะปกป้องตัวเองจากการที่ต้องสูญเสียเงินนับพันล้านไปกับความเสี่ยงอย่างจีเอ็มโอ นั่นคือการป้องกันไม่ให้ข้าวจีเอ็มโอได้เติบโตขึ้นมา" ณัฐวิภากล่าวทิ้งท้าย
Notes: (1) รายงาน “http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/ge-rice-report-risky-business-briefing-thai">Risky">http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/ge-rice-report-risky-business-briefing-thai">Risky Business” จัดทำโดยกรีนพีซ: เศรษฐกิจและผลกระทบจากการปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอที่แพร่กระจายไปสู่ ระบบการส่งออกข้าวของประเทศสหรัฐอเมริกา (2) รายงาน Risky business ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/ge-rice-report-risky-business และรายงานสรุปภาษาไทยสามารถดาวโหลดได้ที่ http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/ge-rice-report-risky-business-briefing-thai