คู่มือกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศของกรีนพีซได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นผู้เขียนคำนิยมให้ โดย ดร.สุเมธ ได้กล่าวถึงแนวคิดในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นแนวทางที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการยุติภาวะโลกร้อนได้ นั่นคือ การบริโภคแต่เพียงพอดี พอประมาณ บริโภคโดยใช้เหตุผลตามความจำเป็นเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเราเป็นหลัก ท้ายสุดผลที่จะได้รับคือสามารถบรรเทาก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้
กรีนพีซเปิดตัวคู่มือนี้ที่ตลาดนัดจตุจักรเพื่อเผยแพร่ให้ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้เกี่ยวกับโลกร้อนและปกป้องโลกของเราจากวิกฤตดังกล่าวนี้
กรีนพีซได้เปิดคลินิกโลกร้อนซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้เคลื่อนที่ที่ใช้ระบบพลังงานหมุนเวียน มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเปิดโอกาสให้ประชาชนคำนวณปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แต่ละคนปล่อยออกมาจากการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันได้ ในกิจกรรมยังมีการทำเครื่องดื่มจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งดนตรีสดจากวงไอโอเนียนอีกด้วย
จากรายงานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติระบุว่าไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นถึง 180 เปอร์เซ็นต์ในปี 2533 ถึง 2547 นอกจากนี้ อัตราเฉลี่ยของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อคนยังสูงถึง 4.2 ตันต่อปี ซึ่งสูงกว่าประเทศจีน (3.8 ตัน) อินโดนีเซีย (1.7 ตัน) และอินเดีย (1.2 ตัน)
“เราอยากให้คนไทยได้มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวเพื่อยุติภาวะโลกร้อน อย่างน้อยเริ่มลงมือทำด้วยวิธีการง่ายๆ เพื่อปกป้องโลกจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า” นายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
จากรายงานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติระบุว่าไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้นถึง 180 เปอร์เซ็นต์ในปี 2533 ถึง 2547 นอกจากนี้ อัตราเฉลี่ยของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อคนยังสูงถึง 4.2 ตันต่อปี ซึ่งสูงกว่าประเทศจีน (3.8 ตัน) อินโดนีเซีย (1.7 ตัน) และอินเดีย (1.2 ตัน)
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพรวมไปถึงการสนับสนุนให้มีระบบพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีที่สะอาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย รัฐบาลควรที่จะตั้งเป้าหมายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 ภายในปี 2563 ขณะเดียวกันให้ทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2007) โดยทันที” นายธารากล่าวเสริม
กิจกรรมรณรงค์หยุดโลกร้อนทั่วโลกนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงพลังยุติวิกฤตโลกร้อนไปยังการประชุมประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพิธีสารเกียวโตซึ่งจัดขึ้นที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่ประเทศอินโดนีเซีย เรือเรนโบว์วอริเออร์ของกรีนพีซก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งข้อความหยุดโลกร้อนและสนับสนุนการปฏิวัติพลังงานไปยังการประชุมด้วยเช่นกัน ดูแผนที่ขนาดใหญ่