ส่งต่อให้เพื่อน
โปรดกรอกแบบฟอร์มด้านล่างแล้วคลิกปุ่ม "ส่ง" เราจะส่งอีเมลพร้อมกับ link มายังเว็บเพจที่คุณต้องการแบ่งปัน ไปยังผู้รับที่คุณระบุ
อาสาสมัครกรีนพีซชูป้าย "คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ ยุติภัยคุกคามจากพืชจีเอ็มโอ สนับสนุนการเกษตรยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์" และธงข้อความ “ไม่เอาจีเอ็มโอ” หลากหลายสีสัน เดินขบวนไปหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นรายชื่อคนไทยที่ไม่เอาจีเอ็มโอรวมกว่าหนึ่งหมื่นรายชื่อแก่ ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เรียกร้องให้รัฐบาลคงมติ ครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในพื้นที่เปิด หลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามล้มมติดังกล่าว
ขยายภาพ
ภาพเพิ่มเติม
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย —
อาสาสมัครกรีนพีซชูป้ายและธงข้อความ “ไม่เอาจีเอ็มโอ” เดินขบวนไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นรายชื่อคนไทยที่ไม่เอาจีเอ็มโอรวมกว่าหนึ่งหมื่นรายชื่อแก่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เรียกร้องให้รัฐบาลคงมติ ครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในพื้นที่เปิด หลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามล้มมติดังกล่าว
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กรีนพีซออกรณรงค์ล่ารายชื่อคนไทยไม่เอาจีเอ็มโอทั่วประเทศเพื่อคัดค้านการล้มมติ ครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในพื้นที่เปิด และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการเกษตรยั่งยืน และเกษตรธรรมชาติ ซึ่งในเวลา 2 เดือนมีผู้ร่วมลงชื่อทั้งหมดกว่า 10,000 รายชื่อ ทั้งจากการร่วมลงชื่อในกิจกรรมที่ออกรณรงค์ตามท้องถนนและจากอินเตอร์เน็ต
“รายชื่อทั้งหมดเป็นเสียงจากประชาชนที่ไม่ต้องการจีเอ็มโอ ถ้าครม.อนุมัติให้ยกเลิกมตินี้ นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใส่ใจที่จะปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย เนื่องจากจีเอ็มโอจะส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และ เศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งผู้ที่ต้องรับผลกระทบอย่างแสนสาหัสจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาลก็คือประชาชน” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
กรีนพีซ รณรงค์เรื่องพืชจีเอ็มโออย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้ประเทศไทยปลอดจากจีเอ็มโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวซึ่งเป็นพืชส่งออกที่สำคัญของประเทศ ซึ่งไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของพืชจีเอ็มโอในหลายประเด็น ได้แก่ 1) ความเสี่ยงทางด้านสุขภาพของผู้บริโภคเนื่องจากยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัยในระยะยาว 2) เป็นมลพิษทางพันธุกรรมหากพบว่าเกิดการปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม จะไม่สามารถเรียกสิ่งแวดล้อมเดิมกลับคืนมาได้ 3) เป็นภัยคุกคามต่อระบบเกษตรกรรมไทย หากไทยรับเอาจีเอ็มโอเข้ามาในประเทศ เกษตรกรไทยต้องแบกรับภาระความเสี่ยง ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ และภาวะผู้บริโภคทั่วโลกปฏิเสธจีเอ็มโอ
“มันไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง รัฐบาลไม่ควรนำอาหารของชาติไปทดลองกับเทคโนโลยีอย่างจีเอ็มโอ การเปิดทางให้จีเอ็มโอเข้ามาในประเทศไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อเกษตรกรและผู้บริโภคของไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงเศรษฐกิจของทั้งประเทศอีกด้วย”
ณัฐวิภา อิ้วสกุล
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากรายงานของกรีนพีซเมื่อเร็วๆ นี้ [1] พบว่า รัฐบาล เกษตรกร ตลอดจนผู้บริโภคทั่วโลกยอมรับแล้วว่า พืชจีเอ็มโอมีความเสี่ยง ไม่สามารถอยู่รอดได้ และเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น แถลงการณ์ของบริษัทผู้ค้าข้าวรายใหญ่ของโลก 41 บริษัท รวมตัวกันปฏิเสธการซื้อข้าวที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ ต่อด้วยการที่ ประเทศไทยและเวียดนามในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกได้ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกันทันที โดยลงนามไม่ค้าข้าวจีเอ็มโอ การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้ผู้ที่ละเลยต่อปัญหาการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอที่กระจายไปตามที่ต่างๆ ทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามห่วงโซ่อาหารของโลก
“มันไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง รัฐบาลไม่ควรนำอาหารของชาติไปทดลองกับเทคโนโลยีอย่างจีเอ็มโอ การเปิดทางให้จีเอ็มโอเข้ามาในประเทศไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อเกษตรกรและผู้บริโภคของไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงเศรษฐกิจของทั้งประเทศอีกด้วย” ณัฐวิภากล่าวเสริม
กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลกอีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค
ลงชื่อใน "คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ"