การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซเผย ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาโลกร้อน

เรื่องราว - พฤศจิกายน 24, 2551
ปัจจุบันแม้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่เน้นประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นกลยุทธ์ในการตลาดมากขึ้น แต่การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซ พบว่า ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง

กองขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้างถนนในเมืองกุ้ยหยู ประเทศจีน

นับตั้งแต่การจัดอันดับครั้งแรกในปี 2549 ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะด้านการลดใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์ และการรับผิดชอบต่อขยะ อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนายังไม่ครอบคลุมถึงประเด็นด้านพลังงาน ซึ่งแม้ผู้ผลิตเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะช่วยแก้วิกฤตปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ รวมถึงการผลักดันรัฐบาลเพื่อเป็นผู้นำแก้ปัญหา มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ลงมือกระทำดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยโมโตโรล่า ไมโครซอร์ป เดล แอปเปิ้ล เลอโนโว ซัมซุง นินเทนโด และ แอลจี เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่ยังไม่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต รวมถึงขาดการตั้งเป้าหมายในการปฏิบัติและการมีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่ชัดเจน (1)

การเป็นผู้ผลิตสีเขียวอย่างแท้จริงนั้น ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับทุกประเด็น คือ ทั้งด้านพลังงาน สารพิษ และ การรีไซเคิล ทั้งนี้ เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low carbon economy) กรีนพีซจึงผนวกการประเมินผู้ผลิตในด้านพลังงานโดยดูจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด และ การสนับสนุนหรือผลักดันภาครัฐให้เป็นผู้นำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (2)

จากการจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวจำนวน 18 แบรนด์พบว่าผู้ผลิต 9 แบรนด์ได้รับคะแนนเกินกว่าครึ่ง (5/10 คะแนน) ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้คะแนนจากหลักเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ แต่มีเพียง ฟูจิซึ-ซีเมนส์ ฟิลิปส์ และ ชาร์ปเท่านั้นที่ได้รับคะแนนจากการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากเพียงพอ และมีเพียงฟิลิปส์และเอชพี ที่ได้คะแนนสูงสุดจากการให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตทั้งระบบ  นอกจากนี้พบว่าผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิต แม้ว่าผู้ผลิตบางรายเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เองก็ตาม มีเพียงโนเกียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถจัดหาพลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิตได้มากกว่าร้อยละ 25 และมีแผนที่จะจัดหาเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ให้ได้ภายในปี 2553

ในทางกลับกัน ผู้ผลิตที่โดดเด่นในเกณฑ์ด้านพลังงานกลับทำได้ไม่ดีในเกณฑ์ด้านสารพิษในผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างเช่น ฟิลิปส์ ซึ่งต่อต้านนโยบายความรับผิดชอบของผู้ผลิตแต่ละราย (Individual Producer Responsibility) ที่มุ่งให้ผู้ผลิตเก็บรวบรวมผลิตภัณฑ์ของตนเมื่อเสื่อมสภาพแล้วนำไปไปรีไซเคิลรวมถึงออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนเอชพี ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ปลอดจากสารเคมีอันตรายวางขายในตลาด แม้กระทั้งแผนที่จะหยุดใช้สารเคมีอันตราย ในขณะที่ผู้ผลิตหลายรายเริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมีอันตรายสามารถผลิตได้จริง เช่น ผลิตภัณฑ์บางรุ่นจากโนเกีย โซนี-อีริคสัน โตชิบา ฟูจิซึ-ซีเมนส์ ชาร์ป และ แอปเปิ้ล     

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในการจัดอันดับฉบับล่าสุด ประกอบด้วย โมโตโรล่าที่กระโดดจากอันดับที่ 15 มาเป็นที่ 7 โตชิบาขึ้นจากอันดับที่ 7 มาเป็นที่ 3 และชาร์ปขึ้นจากอันดับที่ 16 มาเป็นที่ 10 และผู้ผลิตที่มีอันดับลดลงส่วนมากเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เช่น เอเซอร์ เดล เอชพี และแอปเปิ้ล อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ล ได้คะแนนเพิ่มจากการแจ้งข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของตน (carbon footprint) และผลิตภัณฑ์ไอพอดรุ่นใหม่ ปลอดจากสารเคมีอันตราย คือ พีวีซี (PVC) และ สารหน่วงไฟโบรมีน (BFRs)      

"กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้ผลิตทุกรายพยายามลดและยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย และรับผลิตภัณฑ์ของตนกลับไปรีไซเคิล พร้อมทั้งนำหลักเกณฑ์ด้านพลังงานไปปฏิบัติ" นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว "และที่สำคัญ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นสีเขียวได้จริง ผู้ผลิตทุกรายต้องไม่หยุดเพียงแค่ปฏิบัติตามข้อบังคับขั้นต่ำของกฎหมาย แต่จะต้องพัฒนาให้อุตสาหกรรมไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างแท้จริงและต่อเนื่อง" 

ดาวน์โหลดคู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 10 ได้ที่นี่

(1) ผลศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เผยว่าหากจะหยุดวิกฤตโลกร้อนได้นั้น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะต้องถูกจำกัดให้เพิ่มขึ้นได้สูงสุดภายในปี 2558 และลดลงหลังจากนั้น ซึ่งหมายถึงประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี 2563 ทั้งนี้ ต้นเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 14 (COP14) และการประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโตสมัยที่ 4 (MOP4) ที่ประเทศโปแลนด์เพื่อเจรจาข้อตกลงที่จะปรับปรุงพิธีสารเกียวโตซึ่งว่าด้วยการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เข้มแข็งมากขึ้น (2) รายละเอียดเพิ่มเติมของหลักเกณฑ์ประเมิน อ่านได้ที่ http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/new-criteria-green-e

ลงมือทำ

เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์ หรือ Cyberactivist ของกรีนพีซ ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกเสียง และส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม มีหลายสิ่งที่คุณทำได้ เพื่อปกป้องโลกอันบอบบางใบนี้ สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

บริจาค

เรา​ไม่​เคยยอม​ให้​ผู้​ที่​เรา​ต้อง​การต่อต้าน​ให้​เงินสนับสนุนเรา​ ​การ​ไม่​รับเงินบริจาค​จาก​บริัษัท​และ​รัฐบาลหมาย​ความ​ว่า​ ​เราพึ่งพาประชาชนเช่นคุณ​เท่า​นั้น​เพื่อ​ช่วย​ให้​เราทำ​งานรณรงค์ต่อไป​ได้​ ​เป้าหมายที่​เป็น​บริษัทบางแห่งของเรา​ใช้​เงิน​ใน​ไม่​กี่ชั่วโมงมากกว่าที่​เรา​ใช้​ทั้ง​ปี​ ​โปรด​ช่วย​เรา​เท่า​ที่ทำ​ได้