เรื่องราว - พฤศจิกายน 28, 2550
การจัดอันดับอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับที่ 6 เดือนธันวาคม 2550 ของกรีนพีซ ซึ่งกรีนพีซได้ขยายการประเมินไปยังผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์และผู้ผลิตโทรทัศน์เป็นครั้งแรก เพิ่มเติมจากการประเมินเพียงผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือดังครั้งก่อนๆ พบว่าผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์ได้รับคะแนนความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
เครื่ิองแล็ปท๊อปของโตชิบาขณะถูกทดสอบเพื่อหาสารพิษอันตรายร้ายแรง
ทั้งนี้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ 3
อันดับสุดท้ายล้วนเป็นผู้ผลิตที่เพิ่งได้รับการประเมินเป็นครั้งแรก
โดย
นินเทนโดผู้ผลิตครื่องเล่นเกมส์ Wii จากญี่ปุ่นได้ 0 คะแนน
(จากคะแนนรวม 10 คะแนน)
ฟิลิปส์ผู้ผลิตทีวีจากยุโรปได้ 2 คะแนน และตามมาด้วย
ไมโครซอฟท์ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์ XBOX ได้ 2.7 คะแนน
ในพ.ศ. 2549
เครื่องเล่นเกมส์เป็นหนึ่งในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอัตราการเติบโตสูง
มียอดจำหน่ายทั่วโลกประมาณ 62.7
ล้านเครื่องและมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นที่ 14.6 เปอร์เซ็นต์
ผู้นำตลาดคือนินเทนโด โซนี่ และไมโครซอฟท์
อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์และนโยบายของผู้ผลิตเหล่านี้ยังห่างไกลต่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โดยเฉพาะนินเทนโด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ได้ 0 คะแนน
ผลจากการที่ไม่มีนโยบายและการปฏิบัติด้านสารเคมีและด้านความรับผิดชอบของผู้ผลิตในการรับสินค้าที่ไม่ใช้แล้วกลับคืนและนำไปรีไซเคิล
"บริษัทต่างๆ
ไม่ควรคิดว่าผู้บริโภคจะไม่ตรวจสอบว่าสิ่งที่บริษัทได้ประกาศโฆษณานโยบายมีการนำมาปฎิบัติจริงหรือไม่
และคำมั่นสัญญาที่ผู้ผลิตต่าง ๆ
กล่าวว่าจะเป็นผู้ผลิตสีเขียวในอนาคตนั้น
ไม่เพียงพอที่จะทำให้เป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมได้
สิ่งที่สำคัญคือจะต้องปฎิบัติให้ได้จริง"
พลาย ภิรมย์
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในคู่มือฉบับที่ 6 (ธันวาคม 2550)
มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับอันดับผู้นำในตาราง
โซนี่-อีริคสันได้ช่วงชิงความเป็นผู้นำจากโนเกีย
ขณะที่ซัมซุงและโซนี่ได้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 และที่ 3
ทั้งนี้โนเกียและโมโตโรล่าถูกตัดคะแนนจากความไม่จริงใจขององค์กรทำให้ลำดับตกลงจากเดิม
จากการศึกษาของกรีนพีซใน 6 ประเทศซึ่งรวมถึงประเทศไทย ทั้งโมโตโรล่า
โนเกีย
และโซนี่-อีริคสันได้ประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของตนว่าจะแสดงความรับผิดชอบในการรับผลิตภัณฑ์ของตนกลับไปรีไซเคิล
อย่างไรก็ตามพบว่าตัวแทนของโนเกียในไทย ฟิลิปปินส์ อาร์เจนตินา
รัสเซีย
และอินเดียต่างไม่ได้รับแจ้งข้อมูลจากสำนักงานใหญ่ตามคำกล่าวอ้าง เช่น
ในประเทศไทย
โนเกียกล่าวถึงโครงการรับผลิตภัณฑ์ไม่ใช้แล้วกลับคืนโดยสมัครใจในหน้าเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ
แต่เมื่อตรวจสอบไปยังศูนย์บริการกลับได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีโครงการดังกล่าวในประเทศไทย
ขณะที่โมโตโรล่ามีโครงการดังกล่าวแล้วจริง แต่ตัวแทนบริการและ Call
Center ส่วนมากในหลายประเทศไม่ทราบและไม่สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันที
ด้วยเหตุดังกล่าวโนเกียจึงตกจากอันดับ 1 มาเป็นอันดับ 9
และโมโตโรล่าตกจากอันดับที่ 9 มาอยู่ที่ 14
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการการตรวจสอบเมื่อเราไปเยือนศูนย์ของโนเกียที่โนเกียแนะนำว่าใช้เป็นสถานที่รีไซเคิลในอาร์เจนตินา
โดยเราได้ซ่อนกล้องเอาไว้
"บริษัทต่างๆ
ไม่ควรคิดว่าผู้บริโภคจะไม่ตรวจสอบว่าสิ่งที่บริษัทได้ประกาศโฆษณานโยบายมีการนำมาปฎิบัติจริงหรือไม่
และคำมั่นสัญญาที่ผู้ผลิตต่าง ๆ
กล่าวว่าจะเป็นผู้ผลิตสีเขียวในอนาคตนั้น
ไม่เพียงพอที่จะทำให้เป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมได้
สิ่งที่สำคัญคือจะต้องปฎิบัติให้ได้จริง" พลาย ภิรมย์
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กล่าว
เร็วๆ นี้ แอปเปิ้ล พานาโซนิค ซัมซุง ชาร์ป โซนี และโตชิบา
ได้แสดงคำมั่นว่าจะทำให้สินค้าของตนปลอดจากสารพีวีซี (PVC)
และสารทนไฟประเภทโบรมีน (Brominated Flame Retardants: BFRs)
อย่างไรก็ตามผู้ผลิตที่ให้คำมั่นว่าจะนำสารอันตรายออกจากสินค้าของตนในอนาคตจะได้คะแนนน้อยกว่าผู้ผลิตที่ได้ปฎิบัติแล้วจริง
"กรีนพีซได้จัดทำคู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว
และได้เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นของผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนมาใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและเริ่มมีการนำระบบรับผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไม่ใช้แล้วกลับคืน
ซึ่งเป็นระบบการจัดการด้านขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้ผลิต
เราหวังว่าคู่มือจัดอันดับในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆหันมาให้ความสำคัญและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน"
พลาย ภิรมย์ กล่าวเสริมหมายเหตุ
(1) ดาวน์โหลด 'คู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียว'
ฉบับล่าสุดโดยกรีนพีซสากล ได้ที่
http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/greener-electronics-guide-edition-6
(2) การตรวจสอบการนำกลับไปรีไซเคิลของโมโตโรล่า โนเกีย
และโซนี่อิริคสันมีในประเทศสหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ ไทย รัสเซีย
อาร์เจนตินา และอินเดีย สารทนไฟประเภทโบรมีน (Brominated Flame
Retardants: BFRs): พบในแผงวงจรและสายไฟ
ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและสะสมในสิ่งแวดล้อม
มีผลกระทบต่อสุขภาพเช่น ทำลายระบบความจำ ระบบฮอร์โมน
และการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต หากสัมผัส สูดดม
โดยเฉพาะพนักงานที่อยู่ในสายการผลิต
นอกจากนั้นหากนำไปเผาทำลายจะก่อให้เกิดโบรมีนเนทไดอ็อกซิน
(brominated- dioxins) และฟูแรน (furans) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
สารพีวีซี (PVC): พบในพลาสติกใช้หุ้มสายไฟ
เมื่อนำไปเผาทำลายจะก่อให้เกิด คลอลีนเนทไดอ็อกซิน (Chlorinated
dioxins) และและฟูแรน (furans) ซึ่งสะสมและคงอยู่ในสิ่งแวดล้อม
เป็นสารก่อมะเร็งและมีความเป็นพิษสูงแม้ในปริมาณน้อย
คู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ดาวน์โหลดคู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 6 ธันวาคม 2550
ร่วมบริจาค
กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาล และเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา